Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 250/2497

พ.ศ. 2497 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เดิมบิดาและมารดาทำสัญญาประนีประนอมยกที่ดินที่ปกครองรวมกัน ให้แก่บุตรชาย บุตรหญิงรวม 2 คนๆละ 1 ส่วนเท่าๆกัน แต่บุตรจะเข้าครอบครองได้ต่อเมื่อบิดามารดาตายหมดแล้วทั้งสองคน ครั้นบิดาตายไปก่อนคนเดียว มารดาจึงทำสัญญาจะขายที่ดินนั้นแก่ผู้อื่น บุตรชายจึงฟ้องมารดา ในที่สุดศาลพิพากษาบังคับมารดาไม่ให้ขายที่พิพาทนั้น มารดาจึงบอกเลิกข้อผูกพันกับผู้ซื้อ และห้ามมิให้ผู้ซื้อเก็บผลประโยชน์ในที่ดินพิพาทอีกต่อไป ดังนี้ ผู้ซื้อจะมาฟ้องมารดาให้โอนที่ดินส่วนของบุตรหญิงให้ผู้ซื้อตามสัญญาเดิมนั้น ย่อมไม่ได้ และจะเรียกค่าเสียหายในฐานที่ถูกมารดาห้ามไม่ให้เก็บผลประโยชน์ในที่พิพาทต่อไปก็ไม่ได้ และสำหรับมารดาก็จะฟ้องเรียกค่าผลประโยชน์ที่ผู้ซื้อได้จากที่ดินนั้นคืน ก็ไม่ได้เช่นเดียวกันเพราะมารดาได้มอบที่ดินให้เขาเก็บผลประโยชน์เอาตามสัญญาจะซื้อขาย

คำฟ้องและคำให้การ

กรณีได้ความว่า เดิมนางปรางจำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญาจะขายสวนยางพิพาทให้กับโจทก์ เป็นราคา ๓๕,๕๐๐ บาท โดยสัญญาชำระเงินเป็นงวดๆ ต่อมาก็ได้ชำระเงินราคากันเสร็จสิ้น และนางปรางจำเลยที่ ๑ ได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้โจทก์เข้าครอบครองเก็บผลประโยชน์ในสวนยางรายนี้แต่ยังไม่ได้ไปทำสัญญาซื้อขายกันต่ออำเภอ นายกิมโพ่บุตรเลี้ยงได้ฟ้องนางปรางจำเลย จนศาลพิพากษาบังคับห้ามนางปรางจำเลย ไม่ให้ขายสวนยางพิพาท นางปรางจำเลยจึงบอกเลิกข้อผูกพันกับโจทก์ ห้ามมิให้โจทก์เก็บผลประโยชน์ในสวนยางพิพาทอีกต่อไป โจทก์จึงมาฟ้องนางปรางจำเลยที่ ๑ และนางกิมม่วยจำเลยที่ ๒ อ้างวาการบอกเลิกสัญญาดังกล่าว ทำให้โจทก์เสียหายเป็นเงิน ๒๒๕๐๐ บาท และว่าศาลสั่งห้ามขายเฉพาะส่วนของนายกิมโพ่ครึ่งหนึ่งนั้น

จำเลยทั้งสองยังมีสิทธิขายส่วนของตน จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยโอนกรรมสิทธิสวนยางพิพาทเฉพาะส่วนของจำเลยให้โจทก์ ให้จำเลยคืนเงินค่าขายสวนครึ่งหนึ่ง และให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ฯลฯ จำเลยที่ ๑ ปฏิเสธความรับผิด และฟ้องแย้งว่า จำเลยกรีดเอาน้ำยางในสวนพิพาทไป เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้ว คิดเป็นเงิน ๑๒๑,๕๐๐ บาท เมื่อหักกลบลบกับจำนวนเงิน ๓๕,๕๐๐ บาท ที่จำเลยรับไปจากโจทก์แล้ว โจทก์ต้องรับผิดใช้แก่จำเลยอีก ๘๖,๐๐๐ บาท จึงขอให้ศาลบังคับโจทก์ใช้เงินดังกล่าว จำเลยที่ ๒ ปฏิเสธความรับผิดว่า ไม่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ เว้นแต่คำขอให้จำเลยคืนเงินค่าขายสวนพิพาท คือให้จำเลยคืนเงินค่าขายสวนพิพาทเป็นเงิน ๑๗,๗๕๐ บาทตามขอ และให้โจทก์ใช้เงิน ๔๐,๐๐๐ บาทแก่จำเลยตามฟ้องแย้ง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยนอกนั้นคงยืน โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นฟ้องกับศาลล่างทั้งสองว่า ไม่มีทางจะบังคับให้จำเลยโอนขายสวนพิพาทเป็นส่วนของจำเลยที่ ๒ ให้แก่โจทก์ตามสัญญาจะซื้อขายได้ เพราะโดยคำวินิจฉัยของคำพิพากษาในคดีที่นายกิมโพ่ ฟ้องนางปรางจำเลย ส่วนเรื่องค่าเสียหายนั้น โจทก์มิได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายเนื่องจากผิดสัญญาซื้อขายโดยตรง หากแต่โจทก์เรียกค่าเสียหายที่จำเลยห้ามไม่ให้โจทก์เก็บผลประโยชน์ในสวนพิพาท ซึ่งจำเลยมอบให้โจทก์เก็บผลประโยชน์แต่เดิมตามสัญญาได้แล้ว ก็ไม่มีสิทธิจะเรียกค่าเสียหายในการที่ไม่ได้เก็บผลประโยชน์ในสวนพิพาทดังฟ้อง ส่วนฎีกาของจำเลยนั้น ตามข้อเท็จจริง แสดงให้เห็นว่า จำเลยได้มอบสวนยางพิพาทให้โจทก์เข้าจัดการตามสัญญาจะซื้อขายโดยเด็ดขาด ผลประโยชน์ที่เก็บได้ หาจำต้องคืนจำเลยที่ ๑ ไม่ คงพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ธรรมบัณฑิต · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายแสวง พุทธสถิตย์.
ศาลอุทธรณ์ - นายชวน สิงหลกะ.
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้