คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา โดยขอยกเว้นค่าธรรมเนียมเฉพาะค่าขึ้นศาล ศาลแพ่งพิจารณาคดีแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลแพ่งสั่งว่าคดีไม่มีเหตุผลสมควรที่จะอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 155 ให้ยกคำร้อง หากประสงค์จะอุทธรณ์ ให้นำเงินค่าธรรมเนียมมาชำระภายใน 10 วันโจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่าไม่มีเหตุสมควรให้อุทธรณ์อย่างอนาถาให้ยกคำร้อง ถ้าประสงค์จะอุทธรณ์ให้วางเงินค่าธรรมเนียมภายใน 7 วันโจทก์ไม่วางเงินค่าธรรมเนียมตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ แต่ได้ฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลอุทธรณ์ศาลแพ่งสั่งว่าคำสั่งศาลอุทธรณ์ถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 ไม่รับฎีกาโจทก์อุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกาศาลแพ่งสั่งให้โจทก์ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 234 คือให้นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันได้ถูกต้องภายในกำหนดเสียก่อน
โจทก์ปฏิบัติตามคำสั่งศาลแพ่งโดยนำบุคคลมาค้ำประกัน ศาลแพ่งจึงส่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไปศาลฎีกาศาลฎีกาสั่งว่า คำสั่งศาลอุทธรณ์ถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 ให้ยกคำร้องโจทก์ร้องต่อศาลแพ่งขอให้รับฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ดำเนินการต่อไปศาลแพ่งสั่งว่าโจทก์มิได้วางเงินค่าธรรมเนียมภายใน 7 วันตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ ให้ยกคำร้องโจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลแพ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ไม่นำเงินค่าธรรมเนียมศาลมาชำระในการฟ้องอุทธรณ์ภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด คดีถึงที่สุด ศาลแพ่งจึงสั่งยกคำร้องไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์ขอให้รับอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นชอบกับศาลแพ่ง กรณีจึงต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 คำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นที่สุด ให้ยกฎีกาของโจทก์