Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2509/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ร้องและผู้คัดค้านต่างแถลงรับข้อเท็จจริงแล้วท้ากันให้ศาลแรงงานวินิจฉัยจากข้อเท็จจริงดังกล่าวโดยไม่สืบพยานว่า ตามกฎระเบียบเกี่ยวกับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ข้อที่ 2เพียงว่าหากศาลวินิจฉัยว่า พนักงานมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีเมื่อเริ่มทำงานในปีที่ 2 โดยมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้6 วัน การที่ผู้คัดค้านยื่นใบลาหยุดพักผ่อนประจำปีในวันที่ 15และวันที่ 21 กรกฎาคม 2539 และหยุดงานไปในวันดังกล่าวเป็นการใช้สิทธิเกินกว่าที่ผู้ร้องกำหนด ถือเป็นการละทิ้งหน้าที่ และขาดงานเท่านั้น หาได้มีข้อตกลงหรือคำท้าว่า หากศาลวินิจฉัย ความหมายของกฎระเบียบเกี่ยวกับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ข้อที่ 2 เป็นไปตามความหมายที่ผู้ร้องอ้างแล้ว ผู้คัดค้าน จะต้องถูกลงโทษตามที่ผู้ร้องได้ร้องขอด้วยไม่ ฉะนั้น เมื่อศาลแรงงานพิจารณากฎระเบียบดังกล่าวแล้ววินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านใช้สิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปีเกินกว่าที่ผู้ร้อง กำหนดเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ของผู้ร้องจึงเป็นการวินิจฉัยไปตามคำท้าครบถ้วนแล้ว หาใช่วินิจฉัยนอกเหนือไปจากคำท้า ศาลแรงงานใช้ดุลพินิจอนุญาตให้ผู้ร้องลงโทษผู้คัดค้านเพียงแต่ตักเตือนเป็นหนังสืออย่างเดียว โดยไม่อนุญาตให้ลงโทษปรับลดผู้คัดค้านมาเป็นพนักงานรายวัน เพราะเห็นว่าการที่ผู้คัดค้านฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องดังกล่าวก็โดยเข้าใจว่าสิทธิในการลาหยุดพักผ่อนประจำปีของผู้คัดค้านยังเหลืออยู่ มิใช่เป็นการจงใจละทิ้งหน้าที่ หรือขาดงานไปโดยไม่มีเหตุอันควร อันเป็นการใช้ดุลพินิจอนุญาตให้ผู้ร้องลงโทษผู้คัดค้านตามความร้ายแรงแห่งพฤติการณ์ซึ่งศาลแรงงานชอบที่จะกระทำได้ ไม่เป็นการขัดต่อบทบัญญัติ แห่งกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 138 ป.วิ.พ. มาตรา 142 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 38 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 39 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 43 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 52 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 15 และวันที่ 21กรกฎาคม 2540 ผู้คัดค้านซึ่งเป็นกรรมการลูกจ้างและลูกจ้างของผู้ร้องได้ละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควรอันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับและคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายและข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างของผู้ร้อง ขออนุญาตให้ผู้ร้องลงโทษผู้คัดค้านโดยการตักเตือนเป็นหนังสือและปรับลดจากพนักงานรายเดือนเป็นพนักงานรายวันผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า วันที่ 15 และวันที่ 21 กรกฎาคม2540 ผู้คัดค้านลาหยุดพักผ่อนประจำปีตามระเบียบข้อบังคับของผู้ร้องโดยได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชา ผู้คัดค้านจึงไม่ได้กระทำผิดตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง ขอให้ยกคำร้องในวันนัดพิจารณาและสืบพยานผู้ร้อง คู่ความแถลงรับกันว่าผู้คัดค้านเข้าทำงานกับผู้ร้องเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2526 จนถึงวันนัดดังกล่าวมีระยะเวลาทำงาน 14 ปี ตามกฎระเบียบเกี่ยวกับการหยุดพักผ่อนประจำปีของผู้ร้อง ข้อ 2 มีว่า

พนักงานทำงานติดต่อกันครบ 1 ปีแรก มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี 6 วัน และเมื่อครบปีการทำงานติดต่อกันในแต่ละปีมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีเพิ่มขึ้นปีละ 1 วันแต่สูงสุดไม่เกิน 15 วัน ในช่วงวันที่ 4 สิงหาคม 2539 ถึงวันที่4 สิงหาคม 2540 ผู้คัดค้านได้ใช้สิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปีไปแล้ว15 วัน คงมีปัญหาโต้เถียงกันและขอให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยความหมายแห่งกฎระเบียบเกี่ยวกับการหยุดพักผ่อนประจำปีของผู้ร้องข้อ 2. ว่าเมื่อพนักงานทำงานครบ 1 ปี แล้ว จึงมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีในปีถัดมาได้ 6 วัน ตามที่ผู้ร้องอ้าง หรือหมายความว่าเมื่อทำงานครบ1 ปีแล้วเริ่มทำงานในปีที่สองพนักงานจึงมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี7 วัน และอีก 6 วัน ซึ่งเป็นวันหยุดพักผ่อนประจำปีของปีแรกการทำงานรวมเป็น 13 วัน

ดังที่ผู้คัดค้านโต้แย้ง หากศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่ามีความหมายดังที่ผู้ร้องอ้าง สิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปีของผู้คัดค้านในปี 2539 มีเพียง 15 วัน การที่ผู้คัดค้านยื่นใบลาหยุดพักผ่อนประจำปีในวันที่ 15 และวันที่ 21 กรกฎาคม 2540และหยุดงานไปในวันดังกล่าวเป็นการใช้สิทธิเกินกว่าที่ผู้ร้องกำหนดถือเป็นการละทิ้งและขาดงานแต่หากศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่ามีการนัดหมายดังที่ผู้คัดค้านโต้แย้งสิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปีของผู้คัดค้านในปี 2539 จะมีมากกว่า 15 วัน การที่ผู้คัดค้านลาหยุดพักผ่อนประจำปีในวันที่ 15 และวันที่ 21 กรกฎาคม 2540 ถือไม่ได้ว่าเป็นการใช้สิทธิเกินกว่าที่ผู้ร้องกำหนด ไม่เป็นการละทิ้งหน้าที่และขาดงานศาลแรงงานกลางเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้จึงให้งดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่า ตามกฎระเบียบเกี่ยวกับวันหยุดพักผ่อนประจำปีเอกสารท้ายคำแถลงหมายเลข 10 ข้อ 2 ที่ว่า

เมื่อพนักงานทำงานติดต่อกันครบ 1 ปีแรก มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี 6 วันนั้นมีความหมายว่า ในปีแรกที่ลูกจ้างเข้าทำงาน ลูกจ้างไม่มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี เมื่อผ่านระยะเวลาทำงานติดต่อกันครบ 1 ปีในปีต่อไปลูกจ้างจึงจะมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ตามระเบียบที่ผู้ร้องกำหนดผู้คัดค้านเข้าทำงานในวันที่ 4 สิงหาคม 2526 ครบ 1 ปี ในวันที่ 4 สิงหาคม 2527 สิทธิในการลาหยุดพักผ่อนประจำปีของผู้คัดค้านจึงเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2527 โดยผู้คัดค้านมีสิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปีได้ 6 วัน มิใช่ 13 วัน ฉะนั้น การที่ผู้คัดค้านยื่นใบลาหยุดพักผ่อนประจำปีในวันที่ 15 และวันที่ 21กรกฎาคม 2540 จึงเป็นการใช้สิทธิเกินกว่าที่ผู้ร้องกำหนดแต่จากคำแถลงของผู้คัดค้าน ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ผู้คัดค้านหยุดงานไปในวันดังกล่าวก็โดยเข้าใจว่าสิทธิในการลาหยุดพักผ่อนประจำปีของผู้คัดค้านยังเหลืออยู่

มิใช่เป็นการจงใจละทิ้งหน้าที่หรือขาดงานไปโดยไม่มีเหตุอันควร แต่อย่างไรก็ตามเมื่อผู้คัดค้านฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้อง ผู้คัดค้านก็สมควรได้รับโทษตามความเหมาะสมแก่กรณีความผิดจึงมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องลงโทษผู้คัดค้านโดยตักเตือนเป็นหนังสือ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

ผู้ร้องอุทธรณ์ว่า ผู้ร้องและผู้คัดค้านต่างแถลงรับข้อเท็จจริงแล้วท้ากันให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยโดยไม่สืบพยานว่า ตามกฎระเบียบเกี่ยวกับวันหยุดพักผ่อนประจำปีเอกสารหมายเลข 10 ข้อ 2 ที่ว่า "เมื่อพนักงานทำงานติดต่อกันครบ 1 ปี มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี 6 วัน" มีความหมายว่า พนักงานทำงานมาครบ 1 ปีแล้ว จึงจะมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีในปีถัดมาได้ 6 วัน หรือหมายความว่า เมื่อพนักงานทำงานครบ 1 ปีแล้วเมื่อเริ่มทำงานในปีที่สองพนักงานมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี 7 วันและอีก 6 วัน ซึ่งเป็นวันหยุดพักผ่อนประจำปีของปีแรกของการทำงานรวมเป็น 13 วัน หากศาลวินิจฉัยว่าพนักงานมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีเมื่อเริ่มทำงานในปีที่สองโดยมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้6 วันแล้ว

สิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปีของผู้คัดค้านในปี 2539มีเพียง 15 วัน เท่านั้น ที่ผู้คัดค้านยื่นใบลาหยุดพักผ่อนประจำปีในวันที่ 15 และวันที่ 21 กรกฎาคม 2540 และหยุดงานในวันดังกล่าวเป็นการใช้สิทธิเกินกว่าที่ผู้ร้องกำหนด ถือเป็นการละทิ้งหน้าที่และขาดงานซึ่งผู้คัดค้านจะต้องได้รับโทษตามคำสั่งของผู้ร้องแต่ถ้าศาลวินิจฉัยว่าเมื่อทำงานครบ 1 ปี เริ่มทำงานในปีที่สองพนักงานมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี 7 วัน และอีก 6 วัน ซึ่งเป็นวันหยุดพักผ่อนประจำปีแรกของการทำงานรวมเป็น 13 วัน สิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปีของผู้คัดค้านในปี 2539 จะมีมากกว่า 15 วัน การลาหยุดพักผ่อนประจำปีของผู้คัดค้านในวันที่ 15 และวันที่ 21 กรกฎาคม 2540ถือไม่ได้ว่าเป็นการใช้สิทธิเกินกว่าที่ผู้ร้องกำหนด

ไม่เป็นการละทิ้งหน้าที่และขาดงานตามคำร้องของผู้ร้อง ซึ่งผู้ร้องจะลงโทษผู้คัดค้านตามคำร้องมิได้ ดังนั้น เมื่อศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยว่าผู้คัดค้านมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีเมื่อทำงานติดต่อกันครบ 1 ปีได้ 6 วัน มิใช่ 13 วัน การที่ผู้คัดค้านยื่นใบลาหยุดพักผ่อนประจำปีในวันที่ 15 และวันที่ 21 กรกฎาคม 2540 จึงเป็นการใช้สิทธิเกินกว่าที่ผู้ร้องกำหนด ผู้คัดค้านจะต้องถูกลงโทษตามที่ผู้ร้องได้ร้องขอการที่ศาลแรงงานกลางกลับวินิจฉัยอนุญาตให้ผู้ร้องลงโทษผู้คัดค้านเพียงตักเตือนเป็นหนังสืออย่างเดียว โดยให้ยกคำขออื่น เป็นการวินิจฉัยนอกเหนือไปจากคำท้าของคู่ความเป็นการมิชอบนั้น เห็นว่าตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลแรงงานกลาง ฉบับลงวันที่ 8 ตุลาคม 2540 และฉบับลงวันที่ 22 ตุลาคม 2540 ผู้ร้องและผู้คัดค้านต่างแถลงรับข้อเท็จจริงกันแล้วท้ากันให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยจากข้อเท็จจริงดังกล่าวโดยไม่สืบพยานว่าตามกฎระเบียบเกี่ยวกับวันหยุดพักผ่อนประจำปีเอกสารหมายเลข 10 ท้ายคำแถลงลงวันที่ 3 ตุลาคม 2540 ข้อที่ 2 หากศาลวินิจฉัยว่า

พนักงานมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีเมื่อเริ่มทำงานในปีที่ 2 โดยมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ 6 วัน การที่ผู้คัดค้านยื่นใบลาหยุดพักผ่อนประจำปีในวันที่ 15 และวันที่ 21 กรกฎาคม 2539 และหยุดงานไปในวันดังกล่าวเป็นการใช้สิทธิเกินกว่าที่ผู้ร้องกำหนดถือเป็นการละทิ้งหน้าที่และขาดงานเท่านั้น หาได้มีข้อตกลงหรือคำท้าว่า หากศาลวินิจฉัยความหมายของกฎระเบียบเกี่ยวกับวันหยุดพักผ่อนประจำปีข้อที่ 2 เป็นไปตามความหมายที่ผู้ร้องอ้างแล้ว ผู้คัดค้านจะต้องถูกลงโทษตามที่ผู้ร้องได้ร้องขอด้วยไม่ ฉะนั้น เมื่อศาลแรงงานกลางพิจารณากฎระเบียบดังกล่าวแล้ววินิจฉัยว่าผู้คัดค้านใช้สิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปีเกินกว่าที่ผู้ร้องกำหนดเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องอันเป็นการวินิจฉัยไปตามคำท้าครบถ้วนแล้ว

หาใช่วินิจฉัยนอกเหนือไปจากคำท้าดังที่ผู้ร้องอุทธรณ์ไม่ ส่วนที่ศาลแรงงานกลางใช้ดุลพินิจอนุญาตให้ผู้ร้องลงโทษผู้คัดค้านเพียงแต่ตักเตือนเป็นหนังสืออย่างเดียว โดยไม่อนุญาตให้ลงโทษปรับลดผู้คัดค้านมาเป็นพนักงานรายวันด้วยเพราะเห็นว่า การที่ผู้คัดค้านฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของผู้ร้องดังกล่าวก็โดยเข้าใจว่าสิทธิในการลาหยุดพักผ่อนประจำปีของผู้คัดค้านยังเหลืออยู่ มิใช่เป็นการจงใจละทิ้งหน้าที่หรือขาดงานไปโดยไม่มีเหตุอันควร อันเป็นการใช้ดุลพินิจอนุญาตให้ผู้ร้องลงโทษผู้คัดค้านตามความร้ายแรงแห่งพฤติการณ์ซึ่งศาลแรงงานกลางชอบที่จะกระทำได้ หาขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความแพ่งพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อร่าม หุตางกูร · พรชัย สมรรถเวช · กมล เพียรพิทักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1222/2549

การทำสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นกรณีที่โจทก์จำเลยมุ่งระงับข้อพิพาทระหว่างกันและมิใช่เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดอย่างคดีธรรมดาที่ต้องพิจารณาพยานหลักฐานของโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาชี้ขาดประเด็นข้อพิพาทไป ข้อตกลงใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1695/2544

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่วินิจฉัยและมีคำสั่งว่าการที่โจทก์เลิกจ้าง ป. เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 121 ให้โจทก์รับ ป. กลับเข้าท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1580/2559

ศาลแรงงานภาค 2 พิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยของต้นเงินค่าชดเชยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี แก่โจทก์ โดยให้เหตุผลว่าโจทก์ฟ้องเรียกร้องค่าชดเชยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 118 จึงกำหนดให้จำเลยรับผิดเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3195/2551

การที่จะถือว่าโจทก์ไม่ประสงค์ดำเนินคดีต่อไปและศาลแรงงานมีอำนาจสั่งจำหน่ายคดีได้ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 40 วรรคหนึ่ง ต้องเป็นกรณีที่โจทก์ไม่มาศาลเมื่อศาลสั่งรับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2162/2551

ศาลแรงงานกลางพิจารณาพยานหลักฐานโจทก์และจำเลยแล้วเห็นว่าสหภาพแรงงาน อ. จัดประชุมแต่งตั้งโจทก์และ ย. เป็นกรรมการลูกจ้าง โดยขณะที่จัดให้มีการประชุมนั้น ธ. ในฐานะประธานสหภาพแรงงานดังกล่าวทราบดีอยู่แล้วว่า…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้