Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2510/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสามซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมไปแล้ว ไม่ปรากฏว่ามีบ้านของจำเลยที่ 2 ปลูกอยู่ในที่ดินที่ตกลงแบ่งให้จำเลยที่ 3 และมีข้อตกลงให้จำเลยที่ 2 รื้อไปได้ การที่จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอ้างว่ามีบ้านของตนอยู่ในที่ดินนั้นและจะรื้อไป แต่จำเลยที่ 3 ขัดขวาง จึงขอให้ศาล ห้ามนั้น เป็นการร้องขอนอกเหนือจากสัญญาประนีประนอมยอมความ หากจำเลยที่ 2 จะมีสิทธิในบ้านดังกล่าวประการใด และจำเลยที่ 3 กระทำการขัดขวางอันเป็นการโต้แย้งสิทธิ จำเลยที่ 2 ก็ชอบที่จะต้องฟ้องร้องเป็นคดีใหม่จะร้องขอให้ศาลบังคับในคดีเดิมหาได้ไม่

เนื้อความคำพิพากษา

คดีนี้ เป็นกรณีพิพาทกันในชั้นบังคับคดี เดิมโจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดกจากจำเลยทั้งสามและได้ตกลงประนีประนอมกัน โดยจำเลยทั้งสามตกลงให้เงินโจทก์คนละจำนวน โจทก์ไม่ขอเกี่ยวข้องกับมรดก และจำเลยทั้งสามตกลงแบ่งมรดกกันเป็นส่วนสัด เฉพาะที่ดินโฉนดที่ 7053ครึ่งหนึ่งทางด้านตะวันออก กับบ้านเลขที่ 86 ที่ปลูกอยู่บนที่ดินส่วนนั้น ได้ตกลงกันให้เป็นของจำเลยที่ 3 หลังจากศาลได้พิพากษาตามยอมไปแล้ว จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า มีบ้านของจำเลยที่ 2 ปลูกติดกับบ้านเลขที่ 86 อีก 2 หลัง จำเลยที่ 2 จะรื้อไป แต่จำเลยที่ 3 ขัดขวาง ขอให้ศาลสั่งห้ามจำเลยที่ 3จำเลยที่ 3 คัดค้านว่า เป็นบ้านหลังเดียวกัน และตกเป็นของจำเลยที่ 3 แต่ผู้เดียวศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า

สภาพบ้านพิพาทเป็นหลังเดียวมีสามหลังคาซึ่งตามสัญญาระบุชัดว่า จำเลยที่ 3 ได้ที่ดินโฉนดที่ 7053 ด้านตะวันออกครึ่งหนึ่งกับบ้าน แสดงว่าตอนทำสัญญายอมมีบ้านหลังเดียวหากมีหลายหลัง จำเลยที่ 2 ก็น่าจะทักท้วง จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์จำเลยในคดีนี้ไม่ปรากฏเลยว่ามีบ้านของจำเลยที่ 2 ปลูกอยู่ในที่ดินส่วนของจำเลยที่ 3 และมีข้อตกลงให้จำเลยที่ 2 รื้อไปได้การที่จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องอ้างว่ามีบ้านของจำเลยที่ 2 อยู่ในที่ดินมรดกซึ่งตกลงกันให้เป็นของจำเลยที่ 3 จึงเป็นการร้องขอนอกเหนือจากสัญญาประนีประนอมยอมความ หากจำเลยที่ 2 จะมีสิทธิในบ้านดังกล่าวประการใด และจำเลยที่ 3 กระทำการขัดขวางอันเป็นการโต้แย้งสิทธิ

ก็ชอบที่จำเลยที่ 2 จะต้องฟ้องร้องเป็นคดีใหม่จะมาร้องขอให้ศาลบังคับในคดีนี้หาได้ไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองรับพิจารณาคำร้องของจำเลยที่ 2 แล้ววินิจฉัยให้นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ชอบที่จะยกคำร้องเสียโดยไม่จำต้องวินิจฉัยพิพากษายืนในผลที่ให้ยกคำร้อง แต่ไม่ตัดสิทธิจำเลยที่ 2จะฟ้องใหม่

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประพนธ์ ศาตะมาน · ประสาท สุคนธมาน · แผ้ว ศิวะบวร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้