Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2526/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 ทำสัญญากู้และจำเลยที่ 3 ทำสัญญาค้ำประกันไว้กับโจทก์ ในวันเดียวกันโจทก์สั่งจ่ายเช็คธนาคาร ม. จำนวนเงิน400,000 บาท ตรงกับที่ระบุในสัญญากู้ให้แก่จำเลยที่ 1 แม้ในการรับเงินตามเช็คนั้น จะไม่มีลายมือชื่อจำเลยที่ 1 ลงไว้ในเช็คในฐานะผู้รับเงินก็ตาม แต่จำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อเป็นผู้รับเงินในสลิป ลูกหนี้เงินโอนซึ่งมีข้อความระบุเลขที่เช็คและจำนวนเงินตามเช็คที่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้กู้ได้รับไปจากโจทก์ ทั้งเช็คนั้นก็เป็นเช็คสั่งจ่ายเงินแก่ผู้ถือและในวันเดียวกันนั้นธนาคารก็ได้เงินจำนวน 400,000 บาท ตามเช็คให้แก่ผู้ทรงเช็คไปแล้ว ดังนี้ข้อเท็จจริงบ่งชัดว่าจำเลยที่ 1 ได้รับเงินกู้จำนวน 400,000 บาทตามเช็คฉบับดังกล่าวไปแล้ว.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2526 จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ได้ทำสัญญากู้ยืมเงินโจทก์ไป 400,000 บาท มีจำเลยที่ 3เข้าทำสัญญาค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม นับแต่กู้ยืมไปจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ไม่เคยชำระดอกเบี้ยเลย โจทก์ทวงถามจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ก็เพิกเฉย รวมดอกเบี้ยถึงวันฟ้องเป็นเงิน55,542.50 บาท ขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 455,542.50 บาทพร้อมกับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 16.5 ต่อปี ของเงินต้น 400,000 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2ไม่เคยทำสัญญากู้ตามฟ้อง แต่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 เคยยืมเงินจากโจทก์โดยวิธีแลกเปลี่ยนเช็คโดยจำเลยทั้งสองได้ออกเช็คธนาคารกรุงเทพ

จำกัด สำนักงานใหญ่ สั่งจ่ายเงินลงวันที่ 26 ธันวาคม2526 จำนวน 400,000 บาท แลกเงินสดจากโจทก์ไปและโจทก์หักดอกเบี้ยไว้แล้ว เมื่อเช็คถึงกำหนด โจทก์ได้รับเงินตามเช็คไปจากธนาคารแล้วโจทก์กับจำเลยทั้งสองจึงไม่มีหนี้ต่อกันอีกการกู้ยืมเงินดังกล่าวโจทก์ได้ให้จำเลยทั้งสองลงลายมือชื่อไว้ในแบบพิมพ์สัญญากู้เงินที่ยังไม่ได้กรอกข้อความ โดยโจทก์แจ้งว่าเพื่อให้แสดงต่อธนาคารแห่งประเทศไทย สัญญากู้ตามฟ้องจึงเป็นสัญญาปลอมจำเลยที่ 3 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้เงิน400,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นเบื้องต้นว่า จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 หุ้นส่วนผู้จัดการได้ลงลายมือชื่อ และประทับตราห้างจำเลยที่ 1 ในช่องผู้กู้ในสัญญากู้ และในช่องผู้รับเงินในสลิปลูกหนี้เงินโอน ซึ่งระบุว่า จำเลยที่ 1 ได้รับเงินที่กู้จำนวน 400,000 บาทที่จ่ายเเป็นเช็คไปจากโจทก์โดยมีจำเลยที่ 3ภริยาจำเลยที่ 2 ลงลายมือในสัญญาค้ำประกันปรากฏตามเอกสารหมาย จ.6,จ.7 และ จ.8 ตามลำดับ คดีมีปัญหาตามฎีกาข้อแรกของจำเลยทั้งสามว่าสัญญากู้และสัญญาค้ำประกันดังกล่าวโจทก์และจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 3ตั้งใจทำขึ้นให้มีผลบังคับกันได้ตามกฎหมายหรือตั้งใจทำขึ้นเพียงเพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ตามสัญญาขายลดเช็ค

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าการที่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ได้ทำสัญญากู้และสัญญาค้ำประกันดังกล่าวไว้แก่โจทก์นั้น ... รูปคดีฟังได้ว่าสัญญากู้และสัญญาค้ำประกันดังกล่าว จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ตั้งใจทำขึ้นให้มีผลบังคับตามกฎหมายจำเลยทั้งสามฎีกาต่อไปว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้รับเงินตามสัญญากู้จากโจทก์ ในข้อนี้โจทก์มีนางสาวอุไรวรรณ เจริญสุขวิวัฒน์ สมุห์บัญชีบริษัทโจทก์มาเบิกความยืนยันว่า เมื่อทำสัญญาเสร็จ จำเลยที่ 1ได้รับเงินไปตามที่กู้โดยรับไปเป็นเช็ค ตามสลิปลูกหนี้เงินโอนเอกสารหมาย จ.7 ฝ่ายจำเลยนำสืบว่าไม่ได้รับเงินโดยอ้างเช็คธนาคารมหานคร สำนักงานใหญ่ เลขที่ 576361 ตามที่ระบุในเอกสารหมายจ.7 เป็นพยาน และธนาคารได้ส่งสำเนาภาพถ่ายมาซึ่งศาลรับไว้เป็นเอกสารหมาย

ล.1 ปรากฏว่าเช็คฉบับดังกล่าวลงวันที่ 30 พฤศจิกายน2526 วันเดียวกับที่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ทำสัญญากู้และสัญญาค้ำประกันให้ไว้แก่โจทก์และเป็นเช็คสั่งจ่ายเงินแก่ผู้ถือเป็นจำนวน 400,000 บาท ตรงกับที่ระบุในสัญญากู้ จากรอยตราที่ประทับและข้อความที่จดแจ้งไว้ในเช็ค แสดงว่าผู้ทรงเช็คได้เบิกเงินสดและรับเป็นแคชเชียร์เช็คไปจากธนาคารในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2526นั้นเอง

ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ในการรับเงินตามเช็คเอกสารหมาย ล.1นั้นจะไม่มีลายมือชื่อจำเลยที่ 1 ลงไว้ในเช็คในฐานะผู้รับเงินก็ตาม แต่ในเมื่อจำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อเป็นผู้รับเงินในสลิปลูกหนี้เงินโอนเอกสารหมาย จ.7 ซึ่งมีข้อความระบุเลขที่เช็คและจำนวนเงินตามเช็คที่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้กู้ได้รับไปจากโจทก์ทั้งเช็คนั้นก็เป็นเช็คสั่งจ่ายเงินแก่ผู้ถือ และในวันเดียวกันนั้นธนาคารก็ได้จ่ายเงินจำนวน 400,000 บาท ตามเช็คนั้นให้แก่ผู้ทรงเช็คไปแล้วเช่นนี้ จะฟังว่าจำเลยที่ 1 ไม่ได้รับเช็คมาและไม่ได้นำไปเบิกเงินหาได้ไม่ ข้อเท็จจริงดังกล่าวบ่งชัดว่าจำเลยที่ 1 ได้รับเงินกู้จำนวน 400,000 บาท ตามเช็คฉบับดังกล่าวไปแล้ว..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวิน อักขรายุธ · เธียร ยูงทอง · ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3622/2568

เนื้อหาที่โจทก์และจำเลยสนทนากันทางแอปพลิเคชันไลน์นั้นไม่มีข้อความใดที่แสดงว่าการโอนเงิน 100,000 บาท เป็นการให้กู้ยืมเงิน แม้การสนทนากันดังกล่าวเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 893/2568

แม้หนังสือสัญญากู้เงินไม่ได้ปิดอากรแสตมป์จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 118 แต่เอกสารหมาย จ.2 แผ่นที่ 2 เป็นตารางจ่ายเงินกู้ระบุยอดเงินกู้ 730,000 บาท ชำระเงินต้นงวดละ 29,200…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2567

การที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การทำนองเดียวกันว่าหนี้เงินกู้เป็นการกู้ยืมเงินระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเดียวกันเพื่อใช้เป็นเงินทุนในกิจการของจำเลยที่ 1 ปัจจุบันมีการชำระหนี้แล้ว แล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6656/2567

การกู้ยืมเงินตามสำเนาสัญญากู้ยืมเงินทั่วไป 2 ฉบับ ทำขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จำนวน 700,000 บาท และ 300,000 บาท ตามลำดับ โดยจำเลยได้รับเงินแล้วในวันทำสัญญาแล้ว 1,000,000 บาท ต่อมาวันที่ 10 พฤศจิกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2162/2567

แม้จำเลยให้การรับว่าได้รับเงินโอนจากโจทก์แล้วทั้งยี่สิบครั้งและพิมพ์คำว่า "ตกลง" ในโปรแกรมไลน์ (LINE) ตามที่โจทก์ให้พิมพ์ แต่การรับของจำเลยเป็นการรับตามที่ปรากฏในฟ้องเท่านั้น จำเลยยังมีข้อต่อสู้ว่าการ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้