Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 253/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่โจทก์พ้นจากการเป็นลูกจ้างของจำเลยแล้วเข้าเป็นลูกจ้างของบริษัท ส. นั้น โจทก์ได้ทำงานรับจ้างต่อไป ตามเดิม ได้รับสิทธิและประโยชน์ต่างๆ จากนายจ้างคนใหม่เช่นที่เคยได้รับอยู่เดิมและได้นับระยะเวลาการทำงานระหว่างเป็นลูกจ้างของจำเลยกับเป็นลูกจ้างของบริษัท ส.ติดต่อกัน ดังนี้ เห็นได้ว่ามิได้มีการเลิกจ้างโจทก์ยังคงมีการจ้างต่อไปตามเดิม เพียงแต่เปลี่ยนตัวนายจ้างจากจำเลยเป็นบริษัทส. เท่านั้น จึงเป็นเรื่องโอนการจ้างหาใช่เลิกจ้างไม่ โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้ค่าชดเชยจากจำเลย แม้การโอนการจ้างนี้จะเป็นไปตามข้อตกลงระหว่างกรมโรงงานอุตสาหกรรมกับบริษัท ส. ก็ถือได้ว่ากรมโรงงานอุตสาหกรรมกระทำในฐานะเป็นตัวแทนของจำเลยโดยปริยายเพราะกรมโรงงานอุตสาหกรรมมีความรับผิดชอบผูกพันต่อโจทก์ในเรื่องการว่าจ้างทำงานในโรงงานแห่งนี้ หากจำเลยดำเนินการตามสัญญาเช่าไม่ได้ กรมโรงงานอุตสาหกรรมก็ต้องรับโจทก์เป็นลูกจ้างต่อไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้เช่าโรงงานสุราบางยี่ขันจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยทำงานในโรงงานนี้ เมื่อหมดสัญญาเช่าจำเลยได้เลิกดำเนินการในโรงงานดังกล่าวและเลิกจ้างโจทก์ทุกคนโดยไม่จ่ายค่าชดเชยให้ ขอให้ศาลพิพากษาบังคับจำเลยให้จ่ายค่าชดเชยให้โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การว่า การที่จำเลยมิได้จ้างโจทก์ทำงานต่อไปนั้น เป็นเรื่องโอน การจ้างจากจำเลยไปเป็นของบริษัท ส. ตามสัญญาระหว่างบริษัท ส.กับกรมโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจจัดการเกี่ยวกับโจทก์ตามสัญญาที่ทำไว้กับจำเลยและโจทก์ก็ได้เข้าเป็นลูกจ้างบริษัท ส. โดยได้รับสิทธิและประโยชน์เช่นเดิมและต่อเนื่องกัน อันเป็นการยอมตกลงตามสัญญานั้นแล้วจึงมิใช่เป็นกรณีจำเลยเลิกจ้างโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชย ขอให้ศาลยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางว่า เดิมกรมโรงงานอุตสาหกรรมจ้างโจทก์ทั้งหมดทำงานในโรงงานสุราบางยี่ขัน ต่อมาได้ให้จำเลยเช่าโรงงานแห่งนี้ไปดำเนินการ และตามสัญญาเช่าโจทก์จะได้ทำงานในตำแหน่งหน้าที่เดิมหรือไม่ต่ำกว่า และได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์อื่น ๆ ไม่น้อยกว่าที่เคยได้รับจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมอยู่ในวันเริ่มสัญญาเช่า การให้โจทก์ออกจากงานจะต้องได้รับความยินยอมจากกรมโรงงานอุตสาหกรรมก่อนระยะเวลาการทำงานของโจทก์ให้นับตั้งแต่วันที่โจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างกรมโรงงานอุตสาหกรรม และถ้าจะมีการให้เงินตอบแทนแก่โจทก์นอกไปจากอัตราเงินเดือนหรือค่าจ้างที่กำหนดไว้ จำเลยและกรมโรงงานอุตสาหกรรมจะต้องร่วมกันพิจารณา

เมื่อครบกำหนดสัญญาเช่าแล้วจำเลยไม่ได้เช่าโรงงานแห่งนี้ต่อไป โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรมทำสัญญาให้บริษัท ส.เช่าโดยมีข้อตกลงว่า บริษัท ส. จะต้องรับโอนโจทก์ทั้งหมดมาเป็นลูกจ้างโดยไม่ต้องยื่นใบสมัคร และต้องได้รับสิทธิประโยชน์ฯ ไม่น้อยกว่าที่เคยได้รับจากจำเลย กับให้นับเวลาการทำงานต่อเนื่องตั้งแต่วันที่โจทก์เริ่มเข้าทำงานกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมและกับจำเลยติดต่อกันตลอดมา ปัญหาที่ว่า การที่โจทก์พ้นจากการเป็นลูกจ้างของจำเลยจะเป็นการเลิกจ้างหรือไม่นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่โจทก์พ้นจากการเป็นลูกจ้างของจำเลยแล้วเข้าเป็นลูกจ้างของบริษัท ส. นั้น โจทก์ได้ทำงานรับจ้างต่อไปตามเดิม ได้รับสิทธิและผลประโยชน์ต่าง ๆ จากนายจ้างคนใหม่เช่นที่เคยได้รับอยู่เดิมและได้นับระยะเวลาการทำงานระหว่างเป็นลูกจ้างของจำเลยกับเป็นลูกจ้างของบริษัท ม. ติดต่อกัน เห็นได้ว่ามิได้มีการเลิกจ้างโจทก์ยังคงมีการจ้างโจทก์ต่อไปตามเดิม เพียงแต่เปลี่ยนตัวนายจ้างจากจำเลยเป็นบริษัท ม. เท่านั้น จึงเป็นเรื่องโอนการจ้าง หาใช่เป็นการเลิกจ้างไม่และการโอนนี้แม้จะเป็นไปตามข้อตกลงระหว่างกรมโรงงานอุตสาหกรรมกับบริษัท ม. ก็ถือได้ว่ากรมโรงงานอุตสาหกรรมกระทำในฐานะเป็นตัวแทนของจำเลยโดยปริยาย เพราะกรมโรงงานอุตสาหกรรมมีความรับผิดชอบผูกพันต่อโจทก์ในเรื่องการว่าจ้างทำงานในโรงงานแห่งนี้ คดีฟังได้ว่าจำเลยได้โอนการจ้างโจทก์ให้บริษัท ส. จำเลยมิได้เลิกจ้างโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้ค่าชดเชย

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธาดา วัชรานันท์ · ขจร หะวานนท์ · วัฒน์ ผดุงจิตร
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายชลอ บุณเนตรศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3151/2568

การที่โจทก์จะรับไปทั้งสิทธิและหน้าที่ที่จำเลยร่วมมีต่อบริษัท ม. อันหมายความรวมถึงระยะเวลาการทำงานของจำเลยร่วม ในกรณีนายจ้างเป็นนิติบุคคล ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 13 นั้น จะต้องเป็นกรณี…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 717468)

ระยะเวลาการทำงานติดต่อกันของลูกจ้าง เพื่อนำมาใช้คำนวณค่าชดเชย ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ 2541 มาตรา 118 วรรคหนึ่ง หมายถึง ระยะเวลาตั้งแต่ลูกจ้างเริ่มต้นทำงานให้แก่นายจ้างต่อเนื่องไปจนสัญญาจ้างสิ้นสุ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6901/2567

โจทก์มอบหมายให้จำเลยนำเงินไปให้บุคคลภายนอกกู้ยืมโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดแล้วนำผลประโยชน์มามอบให้ จำเลยจึงเป็นตัวแทนของโจทก์ในกิจการดังกล่าวตาม ป.พ.พ. มาตรา 797 กรณีเช่นนี้จึงไม่สามารถแย…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 709575)

อายุงานหรือระยะเวลาที่ลูกจ้างทำงานติดต่อกันให้แก่นายจ้างตาม พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 วรรคหนึ่ง หมายถึง ระยะเวลาตั้งแต่ลูกจ้างเริ่มต้นทำงานให้แก่นายจ้างต่อเนื่องกันไปจนสัญญาจ้างสิ้นสุด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4404/2565

ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกคดีผู้บริโภคโดยจำเลยที่ 1 มิได้โต้แย้งคัดค้านว่า โจทก์ได้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพในคำขอเอาประกันภัยว่า โจทก์มีส่วนสูง 163 เชนติเมตร น้ำหนัก 85 กิโลกรัม ใ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้