Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2549/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 เป็นข้าราชการภายใต้บังคับบัญชาของกรมทางหลวงจำเลยที่ 2 ขุดคูขวางถนนกว้าง 3.5 เมตร ลึก 2.5 เมตร เพื่อวางท่อระบายน้ำ จำเลยละเลยไม่ปักป้ายบอกว่าบริเวณนั้นมีการขุดถนนทั้งไม่ติดตั้งโคม ไฟในเวลากลางคืน ทั้ง ๆ ที่มีระเบียบให้ปฏิบัติส. ขับรถจักรยานยนต์ตกลงในคูในเวลากลางคืน จนเป็นเหตุให้ส. ถึงแก่ความตายและโจทก์นั่งซ้อน ท้ายได้รับอันตรายสาหัสย่อมเป็นผลจากการประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 จำเลยทั้งสองต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ ค่าซื้อสุราเลี้ยงแขก ค่าสร้างศาลาถวาย วัด และค่าทำบุญ 100 วันไม่เป็นค่าใช้จ่ายอันจำเป็นในการจัดการศพ โจทก์ต้องตัดม้าม ทิ้ง ทำให้โจทก์มีโอกาสติดเชื้อ จากการอักเสบมากกว่าคนปกติ มีอันตรายสูงกว่าคนปกติ 50 ถึง 200 เท่าภายในกำหนด2 ปี จะมีการติดเชื้อ ได้แต่อาจจะยาวนานถึง 25 ปี เป็นการสูญเสียอวัยวะสำคัญย่อมเป็นความเสียหายแก่ร่างกายและจำเลยต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายเพื่อการเสียความสามาร

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

จำเลยที่ 1 เป็นข้าราชการภายใต้บังคับบัญชาของกรมทางหลวงจำเลยที่ 2 ขุดคูขวางถนนกว้าง 3.5 เมตร ลึก 2.5 เมตร เพื่อวางท่อระบายน้ำ จำเลยละเลยไม่ปักป้ายบอกว่าบริเวณนั้นมีการขุดถนนทั้งไม่ติดตั้งโคม ไฟในเวลากลางคืน ทั้ง ๆ ที่มีระเบียบให้ปฏิบัติส. ขับรถจักรยานยนต์ตกลงในคูในเวลากลางคืน จนเป็นเหตุให้ส. ถึงแก่ความตายและโจทก์นั่งซ้อน ท้ายได้รับอันตรายสาหัสย่อมเป็นผลจากการประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 จำเลยทั้งสองต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ ค่าซื้อสุราเลี้ยงแขก ค่าสร้างศาลาถวาย วัด และค่าทำบุญ 100 วันไม่เป็นค่าใช้จ่ายอันจำเป็นในการจัดการศพ โจทก์ต้องตัดม้าม ทิ้ง ทำให้โจทก์มีโอกาสติดเชื้อ จากการอักเสบมากกว่าคนปกติ มีอันตรายสูงกว่าคนปกติ 50 ถึง 200 เท่าภายในกำหนด2 ปี จะมีการติดเชื้อ ได้แต่อาจจะยาวนานถึง 25 ปี เป็นการสูญเสียอวัยวะสำคัญย่อมเป็นความเสียหายแก่ร่างกายและจำเลยต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายเพื่อการเสียความสามารถในการประกอบการงาน.

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของ ส. ผู้ตายและเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน นน.06931 เมื่อวันที่24 กุมภาพันธ์ 2523 เวลากลางคืน ส. ขับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวไปตามถนนสายสา-น้ำมวบ ถึงบริเวณซึ่งจำเลยได้ขุดถนนเพื่อวางท่อระยายน้ำกว้าง 3.5 เมตร ลึก 2.5 เมตร จำเลยที่ 1 เป็นผู้ควบคุมดูแลการขุดถนนภายใต้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 2 จำเลยกระทำด้วยความประมาทเลินเล่อไม่ปฏิบัติตามคำสั่งและระเบียบปฏิบัติของจำเลยที่ 2 โดยไม่วางสิ่งกีดขวางหรือสิ่งบอกเหตุไว้ข้างหน้าบริเวณถนนที่ขุด ไม่ติดตั้งโคมไฟหรือวัตถุสะท้อนแสง ส. มอบไม่เห็นถนนที่ขุดจึงขับรถจักรยานยนต์ตกลงไปในคู รถจักรยานยนต์เสียหาย และ ส. ถึงแก่ความตาย

โจทก์ซึ่งนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ได้รับอันตรายสาหัสถึงต้องตัดม้ามออก จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2ในฐานะผู้บังคับบัญชา ต้องร่วมกันรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองสำนวนให้การว่า ถนนที่เกิดเหตุอยู่ระหว่างการก่อสร้าง มิได้เปิดให้ประชาชนใช้ จำเลยทั้งสองไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายหรือระเบียบที่จะต้องจัดทำเครื่องหมายจราจร ปากทางเข้าที่เกิดได้ติดป้ายระบุว่าทางอยู่ระหว่างการก่อสร้างยังไม่เปิดเป็นทางสาธารณะ ผู้ใช้โปรดใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ จำเลยที่ 1และคนงานได้ขุดทางตรงที่เกิดเหตุ เพื่อวางท่อระบายน้ำเสร็จแล้วได้กองดินที่ขุดขึ้นเป็นแนวสูงมองเห็นได้ง่ายและได้นำก้อนหินขนาดใหญ่วางเรียงปิดทางทั้งสองด้านห่างจากร่องขุดประมาณ 15 เมตรเป็นที่สังเกตได้ง่าย

ทางเบี่ยงที่ทำไว้ให้ผู้ใช้ทางอ้อมฝ่านร่องที่ขุดก็เห็นได้ง่าย เหตุเกิดเพราะความประมาทของ ส. ที่ใช้ความเร็วสูงมาก ค่าเสียหายเกินความจริงศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งสองในสำนวนคดีแรกและยกฟ้องจำเลยที่ 1 ในสำนวนคดีหลัง ให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยโจทก์สำนวนแรกและจำเลยที่ 2 สำนวนหลังอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า สำนวนแรกให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย สำนวนหลังให้จำเลยที่ 2ใช้เงินแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 และที่ 2 ทั้งสองสำนวนฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงฟังได้ว่ากรมทางหลวงได้เข้าไปก่อสร้างทางสายสา-น้ำมวบ ซึ่งยังมิได้เปิดเป็นทางการแต่ยานพาหนะผ่านไปมาได้...เช้าวันเกิดเหตุนายสันต์

ผัดจันตา ผู้ตายขับรถรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านตำบลน้ำมวบตั้งแต่เช้ามีโจทก์ซึ่งเป็นภริยาผู้ตายนั่งซ้อนท้ายไปด้วย ทั้งสองเดินทางผ่านจุดที่เกิดเหตุซึ่งยังไม่มีการขุดถนน ผู้ตายกับโจทก์เดินทางกบับเวลาประมาณ 23 นาฬิกา เมื่อมาถึงบริเวณที่ถนนถูกขุดเป็นร่อง ผู้ตายขับรถจักรยานยนต์ตกลงไปในร่องขวางถนนนั้น รถจักรยานยนต์เสียหายผู้ตายกับโจทก์กระเด็นจากรถ ผู้ตายกระโหลกศีรษะยุบถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา ส่วนโจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีผู้นำโจทก์ส่งโรงพยาบาลน่าน แพทย์ผ่าตัดช่องท้องโจทก์และพบว่ามีเลือดตกในช่องท้องตับกลีบซ้ายมีแผลฉีกขาดเล็กน้อย ตับอ่อนฟกช้ำเล็กน้อย ม้ามมีแผลฉีกขาด 2 แห่ง ต้องตัดม้ามออก...

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยให้การว่า จำเลยที่ 1 และคนงานได้ทำการขุดทางตรงที่เกิเหตุเพื่อวางท่อระบายน้ำและบดอัดดินชั้นล่างฯลฯ เมื่อจำเลยให้การรับว่าได้ขุดทางตรงที่เกิดเหตุจริงการที่จำเลยนำสืบว่า จำเลยที่ 1 มิได้ขุดแต่นายศุภผลหรือพีระ เสมอเชื้อเป็นคนสั่งให้ผู้อื่นนำรถแทรกเตอร์ไปขุดถนนจึงเป็นการนำสืบขัดกับคำให้การของจำเลย ส่วนข้อที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่มีหน้าที่จะต้องจัดให้มีเครื่องหมายจราจรเพื่อให้เกิดความปลอดภัยหรือจัดให้มีมาตรการเพื่อความปลอดภัยในที่เกิดเหตุ เพราะทางยังไม่เปิดเป็นทางสาธารณะและมีป้ายเตือนผู้ใช้ทางแล้วนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าทางสายสา-น้ำมวบ ไม่มีป้ายห้ามเข้า นายสุทัศน์ สีเขียว พยานจำเลยว่ามีรถประจำทางและรถอื่น ๆ แล่นอยู่ตลอดเวลา ปกติแล้วการขุดถนนจะต้องใช้หินหรือทำสัญญาณเอาไว้ เวลากลางคืนจะต้องมีโคมไฟให้สัญญาณด้วย จำเลยที่ 1 เองก็เบิกความเช่นเดียวกับนายศุภผลหรือพีระ เสมอเชื้อว่ามีระเบียบของกรมทางหลวงว่า ในกรณีที่มีการขุดถนนจะต้องมีการปักป้ายบอกว่าบริเวณนั้นมีการขุดถนนตลอดจนมีสัญญาณต่าง ๆ แสดงให้ผู้สัญจรไปมารู้ว่าบริเวณนั้นขุดถนนด้วยทั้งกลางคืนต้องมีโคมไฟติดไว้เพื่อให้รถที่ขับไปมารู้ด้วย ในจุดอื่น ๆ ที่มีการขุดถนนก็มีการปักป้ายและติดโคมไฟแต่จุดที่เกิดเหตุไม่มี จำเลยที่ 1 ว่า เข้าใจว่ามีไม่พอจึงไม่ได้มาติดตั้งไว้และปรากฏตามรายงานประจำวันสถานีตำรวจภูธรอำเภอสาว่าพนักงานสอบสวนไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ

ไม่พบสิ่งกีดขวางหรือสิ่งบอกเหตุวางไว้บนถนนก่อนจะถึงที่ขุดออกแต่อย่างใด การที่จำเลยที่ 1 ละเลยไม่ติดตั้งโคมไฟบริเวณที่ขุดถนนทั้ง ๆ ที่มีระเบียบให้ปฏิบัติจึงเป็นความประมาทของจำเลยที่ 1 ส่วนข้ออ้างของจำเลยที่ว่า ผู้ตายมีส่วนประมาทขับรถเร็วมีรอยห้ามล้อยาวถึง 25 เมตรนั้น ปรากฏจากคำเบิกความของโจทก์ว่า ก่อนเกิดเหตุโจทก์เห็นกองดินที่ปรากฏในภาพ ล.4 จึงบอกผู้ตายให้ระวัง ขณะนั้นไม่เห็นก้อนหินวางอยู่บริเวณถนน ผู้ตายขับรถด้วยความเร็วเท่าเดิมห้ามล้อเพียงเบา ๆซึ่งคงเป็นเพราะผู้ตายสนใจอยู่ที่กองดินข้างหน้าซึ่งเป็นกองใหญ่จึงห้ามล้อเพียงเบา ๆ เพื่อชะลอรถเข้าไปดูใกล้ ๆ แต่กองดินอยู่ฝั่งตรงข้ามร่องขวางถนน รถจึงพุ่งตกลงไปในร่องเสียก่อน

ส่วนก้อนหินที่ปรากฏในภาพ ล.4 นั้นมีเพียงก้อนเล็ก 3 ก้อน ก้อนใหญ่1 ก้อน และวางเรียงมาเพียงแค่ครึ่งถนนในเวลากลางคืนย่อมสังเกตได้ยาก บริเวณทางเบี่ยงก็ไม่มีป้ายปักบอกให้รู้ว่าเป็นทางเบี่ยงข้อเท็จจริงไม่พอฟังว่า ผู้ตายมีส่วนประมาทด้วยศาลฎีกาเห็นว่าศาลอุทธรณ์กำหนดค่าปลงศพผู้ตายโดยเห็นว่าโจทก์น่าจะมีฐานะปานกลาง ตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นเช่น ค่าซื้อสุราเลี้ยงแขก ค่าสร้างศาลาถวายวัด ค่าทำบุญ 100 วัน

ศาลฎีกาเห็นว่าเหมาะสมแล้ว จำเลยฎีกาว่า โจทก์รักษาหายภายใน 14 วัน ไม่เสียหายแก่ร่างกายและสุขภาพอนามัยหรือพิการตลอดชีวิต

ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์มีนายบุญยงค์ วงษ์รักมิตร แพทย์ผู้รักษาโจทก์เบิกความประกอบสรุปประวัติการเจ็บป่วยของโจทก์ว่า ม้ามโจทก์ฉีกขาดมีขนาดกว้างมากยากแก่การซ่อม จึงต้องตัดทิ้ง ผลจากการตัดม้ามทำให้โจทก์มีโอกาสติดเชื้อจากการอักเสบมากกว่าคนปกติมีอันตรายสูงกว่าคนปกติตั้งแต่ 50 ถึง 200 เท่า ภายในกำหนด 2 ปีจะมีการติดเชื้อได้แต่อาจจะยาวนานถึง 25 ปี หลังจากตัดไหมเย็บแผลแล้วโจทก์อยู่ในสภาพปลอดภัยพอสมควร แพทย์จึงอนุญาตให้โจทก์ออกจากโรงพยาบาลได้ เมื่อโจทก์ต้องสูญเสียอวัยวะสำคัญจากการกระทำละเมิดของจำเลยจนอาจเป็นเหตุให้โจทก์เสียชีวิตก่อนถึงเวลาสมควรเช่นนี้ที่ศาลอุทธรณ์กำหนดค่าเสียหายส่วนนี้ให้ 50,000 บาทจึงเหมาะสมแล้ว... ฎีกาจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนวย เปล่งวิทยา · สุชาติ จิวะชาติ · เสรี แสงศิลป์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2416/2534

การ ขาย อสังหาริมทรัพย์ ของ ผู้เยาว์ ผู้เยาว์ เอง หรือ ผู้ใช้ อำนาจ ปกครอง จะ กระทำ มิได้ เว้นแต่ ศาล จะ อนุญาต ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1574 เมื่อ ผู้แทนโดยชอบธรรม ต้องห้าม โดย กฎหมาย มิใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8725/2561

การที่จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลหมายเรียกจำเลยร่วมเข้ามาในคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (3) เพราะเหตุที่อาจใช้สิทธิไล่เบี้ย อ้างว่าจำเลยร่วมมีส่วนประมาทเลินเล่อและก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองด้วย จำเลยร่วม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6502/2558

จำเลยที่ 1 ทำสัญญาประกันภัยรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน ผท 6565 ชลบุรีไว้กับจำเลยที่ 2 ผู้รับประกันภัย ในวันเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 ขับรถคันดังกล่าวไปตามถนนสายอ่างศิลามุ่งหน้าไปตลาดอ่างศิลาซึ่งเป็นถนนมีช่องเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 516/2551

อำนาจฟ้องในคดีนี้เป็นของโจทก์ซึ่งเกิดจากการกระทำละเมิดของลูกจ้างในทางการที่จ้างหรือตัวแทนของจำเลย แต่เนื่องจากโจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัสกายพิการและสมองได้รับการกระทบกระเทือนจนไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้จน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4352/2550

ค่าเสียหายที่ต้องขาดประโยชน์ทำมาหาได้เพราะไม่สามารถประกอบการงานตาม ป.พ.พ. มาตรา 443 วรรคสอง คือค่าสินไหมทดแทนที่ผู้ละเมิดจำต้องใช้แก่ผู้เสียหายที่ยังไม่ถึงตาย แต่ต้องขาดประโยชน์ทำมาหาได้เพราะไม่สามารถ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้