Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2549/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การเลิกสัญญาเช่าที่ดินตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 นั้น เมื่อผู้ให้เช่าบอกเลิกการเช่าเป็นหนังสือต่อผู้เช่า กับส่งสำเนาหนังสือนั้นต่อประธาน คชก. ตำบล และประธาน คชก. ตำบล ได้แจ้งให้ผู้เช่าทราบถึงการบอกเลิกการเช่าดังกล่าวแล้ว แต่ผู้เช่าไม่คัดค้านการบอกเลิกการเช่านั้นต่อ คชก. ตำบล คชก. ตำบลก็ไม่มีอำนาจหน้าที่ที่จะพิจารณาวินิจฉัยการบอกเลิกการเช่า กรณีเช่นนี้ผู้ให้เช่าย่อมมีอำนาจฟ้องผู้เช่าต่อศาลได้โดยตรง ไม่ถือว่าปฏิบัติผิดขั้นตอนของกฎหมาย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 554 พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 มาตรา 34 ป.วิ.พ. มาตรา 55

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าที่ดินของโจทก์ปลูกบ้านและทำไร่แต่จำเลยค้างชำระค่าเช่า และให้ผู้อื่นเข้าทำประโยชน์ในที่ดินโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นการผิดสัญญาเช่า ทั้งจำเลยยังทำประโยชน์ในที่ดินน้อยกว่าร้อยละเจ็ดสิบห้าของเนื้อที่ดินที่เช่าด้วย โจทก์จึงได้บอกเลิกการเช่าตามกฎหมายและขอให้จำเลยออกไปจากที่ดิน แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้ศาลพิพากษาขับไล่

จำเลยให้การว่า ไม่ได้ผิดสัญญาเช่า โจทก์มิได้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้ โดย คชก. ตำบลและจังหวัดยังไม่ได้มีคำวินิจฉัย จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและพืชผลทุกชนิดออกจากที่ดินพิพาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยมิได้โต้แย้งกันฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์ได้ให้จำเลยเช่าที่ดินพิพาทเพื่ออยู่อาศัยและทำไร่เนื้อที่ ๒๐ ไร่ โดยทำสัญญาเช่าครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๑ คิดค่าเช่าไร่ละ ๑๐๐ บาท ต่อปี เมื่อครบกำหนดตามสัญญาเช่าครั้งแรกแล้ว เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๒๕ โจทก์ได้ทำสัญญาให้จำเลยเช่าที่ดินดังกล่าวต่อไปอีกมีกำหนด ๓ ปีปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๓ ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๒๗โจทก์ได้บอกเลิกการเช่าที่ดินดังกล่าวต่อจำเลย ตามเอกสารหมาย จ.๕, จ.๖ และส่งสำเนาหนังสือดังกล่าวต่อนายประหยัด หมื่นชำนาญ กำนันตำบลอ่างหิน อำเภอปากท่อจังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นประธาน คชก. ตำบลในท้องที่ซึ่งที่ดินพิพาทตั้งอยู่ตามเอกสารหมาย

จ.๗, จ.๘ และนายประหยัดได้แจ้งเรื่องที่โจทก์ขอบอกเลิกการเช่าที่ดินพิพาทให้จำเลยทราบแล้ว แต่จำเลยไม่ได้คัดค้านการบอกเลิกการเช่าที่ดินของโจทก์ และคชก. ตำบลยังไม่ได้มีมีการพิจารณาหรือมีคำวินิจฉัยในเรื่องนี้แต่อย่างใด ปัญหาที่ต้องพิจารณาประการแรกก็คือ การที่จำเลยไม่คัดค้านการบอกเลิกการเช่าที่ดินของโจทก์ และ คชก. ตำบลยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยในเรื่องดังกล่าว จะทำให้โจทก์ผู้ให้เช่าไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยผู้เช่าดังคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์หรือไม่ศาลฎีกาเห็นว่า ในกรณีที่ผู้เช่าไม่คัดค้านการบอกเลิกการเช่าต่อ คชก. ตำบลนั้น ตามพระราชบัญญติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ นอกจากจะไม่ได้บัญญัติในเรื่องนี้ให้ดำเนินการต่อไปแต่อย่างใดแล้ว มาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวยังกำหนดอำนาจหน้าที่ของ

คชก. ตำบลไว้ดังนี้ 'ฯลฯ(๒)พิจารณาวินิจฉัยข้อพิพาทเกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าเช่า การชำระค่าเช่า ระยะเวลาของการเช่าตลอดจนข้อพิพาทอื่นหรือค่าเสียหายอันเกิดจากการเช่าตามคำร้องขอของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่า ฯลฯ' จากบทบัญญัติดังกล่าวจะเห็นได้ว่า คชก. ตำบลจะมีอำนาจหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยเฉพาะในกรณีที่มีคำร้องขอของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่าเท่านั้น แต่ในคดีนี้จำเลยไม่ได้คัดค้านการบอกเลิกการเช่าของโจทก์ต่อ คชก. ตำบล ทั้งสำเนาหนังสือการบอกเลิกการเช่าที่โจทก์ส่งต่อประธาน คชก. ตำบลก็เป็นเพียงการแจ้งให้ประธาน คชก. ตำบลทราบเพื่อประธานคชก. ตำบลจะได้แจ้งให้จำเลยทราบตามกฎหมายเท่านั้นถือไม่ได้ว่าเป็นคำร้องของโจทก์ ดังนั้น การที่จำเลยไม่ได้คัดค้านการบอกเลิกการเช่าของโจทก์ต่อ

คชก. ตำบล จึงเป็นกรณีที่โจทก์ผู้ให้เช่าและจำเลยผู้เช่าไม่ได้มีคำร้องขอต่อ คชก. ตำบลตำบล คชก. ตำบล จึงไม่มีอำนาจหน้าที่ที่จะพิจารณาวินิจฉัยการบอกเลิกการเช่าของโจทก์ นอกจากนี้หากพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ ประสงค์จะให้ คชก. ตำบลต้องพิจารณาวินิจฉัยในเรื่องที่ผู้เช่าไม่คัดค้านการบอกเลิกการเช่าด้วยแล้ว ความในวรรคแรกของมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวที่ว่าถ้าผู้เช่านาคัดค้านการบอกเลิกการเช่านา ก็หาจำต้องบัญญัติไว้ไม่ เมื่อ คชก.ตำบลไม่มีอำนาจหน้าที่ที่จะต้องพิจารณาวินิจฉัยแล้ว กรณีเช่นนี้ จึงไม่จำต้องใช้บทบัญญัติของมาตรา ๕๖ แห่งพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ มาใช้บังคับต่อโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายดังกล่าวจึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ในข้อนี้ฟังขึ้น.....

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.....

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · มาโนช เพียรสนอง · สีนวล คงลาภ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดราชบุรี - นายประเสริฐ วิริยสิทธาวัฒน์
ศาลอุทธรณ์ - นายสมาน เวทวินิจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3596/2540

คดีนี้โจทก์มีหนังสือบอกเลิกการเช่าที่ดินพิพาทและแจ้งให้จำเลยออกไปจากที่ดินพิพาท เมื่อจำเลยไม่ออกไป โจทก์ก็ฟ้องคดีทันที ส่วนจำเลยเมื่อถูกโจทก์ฟ้องขับไล่ก็ฟ้องแย้งขอซื้อที่ดินพิพาทจากโจทก์ทันทีเช่นกัน โ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 594/2502

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยโดยอ้างว่าจำเลยผิดสัญญาเช่า ศาลชั้นต้นพิจารณาและฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติไปแล้วว่า จำเลยมิได้ประพฤติผิดสัญญาเช่า เพียงเท่านี้โจทก์ก็ต้องแพ้คดีเสียแล้ว ฎีกาของโจทก์เรื่องอำนาจฟ้องจึงไม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3682/2568

โจทก์และจำเลยตกลงเข้ากันเป็นหุ้นส่วนซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างคอนโดมิเนียมขายนำกำไรมาแบ่งปันกัน ต่อมามีผู้สนใจซื้อที่ดินดังกล่าวและผู้เป็นหุ้นส่วนได้ตกลงขายที่ดินเพื่อทำกำไร อันเป็นกรณีที่หุ้นส่วนเปลี่ย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3230/2568

มารดาโจทก์เป็นผู้ใช้และครอบครองรถยนต์รวมทั้งร่วมกับโจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อด้วยกัน มารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปจำนำกับจำเลยโดยที่โจทก์ไม่ทราบเรื่อง เช่นนี้ การจำนำรถยนต์พิพาทจึงเป็นเรื่องระหว่างมารดาโจทก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้