Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 255/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้การสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนจะฝ่าฝืนข้อบังคับของจำเลยจะถือเป็นเหตุว่าการเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหาได้ไม่ เพราะการเลิกจ้างจะเป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรมจะต้องพิจารณาถึง 'เหตุ' แห่งการเลิกจ้างที่แท้จริงว่าได้มีได้เกิดขึ้นหรือไม่ หากมีจึงจะพึงพิจารณาต่อไปว่าการกระทำนั้น ๆ เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานและมีเหตุผลเพียงพอแก่การเลิกจ้างหรือไม่ เป็นสำคัญ.(ที่มา-ส่งเสริม)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยกล่าวหาว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่ซึ่งไม่เป็นความจริง ก่อนเลิกจ้างจำเลยตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง แต่การสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมายการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมขอให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานกับให้จำเลยชำระค่าเสียหาย หากจำเลยไม่สามารถรับโจทก์กลับเข้าทำงานได้ขอให้จำเลยชำระเงินค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย

จำเลยให้การว่า โจทก์ได้กระทำผิดวินัยตามข้อบังคับ การเลิกจ้างเป็นการปฏิบัติอันชอบด้วยระเบียบข้อบังคับแล้วขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาท ดังนี้ 1. การสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนชอบด้วยระเบียบข้อบังคับของจำเลยหรือไม่ 2. จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมหรือไม่ 3. จำเลยต้องรับโจทก์กลับเข้าทำงานพร้อมชำระค่าเสียหายนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะรับกลับเข้าทำงานตามฟ้องหรือไม่หากไม่สามารถรับโจทก์กลับเข้าทำงานจำเลยต้องชำระค่าเสียหายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามฟ้องหรือไม่ จำนวนเท่าไร เมื่อพิจารณาแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า การสอบสวนพยานของคณะกรรมการสอบสวนฝ่าฝืนข้อบังคับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฉบับที่ 46 ข้อ 23 และข้อ 24 เป็นการสอบสวนที่ไม่ชอบ การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการกระทำโดยไม่เป็นธรรม พิพากษาให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ 21,850 บาท ค่าชดเชยจำนวน 12,110บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า จำนวน 2,185 บาท รวม 37,145บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว 'ประเด็นที่ว่าการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมหรือไม่นั้น

จำเลยอุทธรณ์เป็นใจความว่า คณะกรรมการสอบสวนทุก ๆคนเชื่อว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่จริงนายสมศักดิ์ ศิลาทองตัวแทนสหภาพแรงงานกรรมการร่วมยังได้เบิกความตอบทนายจำเลยว่าจำเลยลงโทษรุนแรงเกินไป ควรลงโทษแค่ภาคทัณฑ์เท่านั้นนอกจากนี้ยังปรากฏว่า ในระหว่างสืบพยานจำเลย จำเลยได้ขอหมายนำไปส่งให้นางอรอนงค์ และนางอรวรรณ พยานผู้โดยสารให้มาเบิกความ โจทก์ยังได้ไปหาพยานดังกล่าวที่บ้านทำให้พยานเกรงกลัว ไม่ยอมรับหมายศาล พฤติการณ์ของโจทก์แสดงว่าโจทก์ได้กระทำผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่จริง คดีจึงต้องถือว่าโจทก์ได้กระทำผิดวินัยฐานทุจริตต่อหน้าที่เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับคำสั่งของจำเลยในกรณีร้ายแรงแล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49 โดยจำเลยหาว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่ และการสอบสวนของคณะกรรมการเป็นไปโดยฝ่าฝืนข้อบังคับของจำเลยความจริงโจทก์มิได้ทุจริตต่อหน้าที่ จำเลยให้การต่อสู้ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ทำผิดวินัยฐานทุจริตต่อหน้าที่ ดังนั้น การที่ศาลจะวินิจฉัยว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมตามฟ้องหรือไม่ จึงจำเป็นที่ต้องพิจารณาให้ได้ความเสียก่อนว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุใด เลิกจ้างเพราะโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่จริงหรือไม่กรณีเช่นนี้แม้จะได้ความว่า การสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนจะฝ่าฝืนข้อบังคับของจำเลย ฉบับที่ 46 ข้อ 23 และข้อ 24 ตามคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางก็จะถือเป็นเหตุว่าการเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมหาได้ไม่

เพราะการเลิกจ้างจะเป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรมจะต้องพิจารณาถึง 'เหตุ' แห่งการเลิกจ้างที่แท้จริงว่าได้มีได้เกิดขึ้นหรือไม่ หากมีจึงจะพึงพิจารณาต่อไปว่าการกระทำนั้น ๆ เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานและมีเหตุผลเพียงพอแก่การเลิกจ้างหรือไม่เป็นสำคัญ ดังนี้ จึงจะสอดคล้องด้วยความเป็นธรรม คดีนี้ศาลแรงงานกลางยังมิได้วินิจฉัยให้สิ้นกระแสความว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่จำเลยกล่าวหาหรือไม่ การที่จะพิพากษาว่าจำเลยเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมโดยเพียงแต่ฟังว่าการสอบสวนพยานของคณะกรรมการสอบสวนฝ่าฝืนข้อบังคับ ฯลฯหาถูกต้องไม่อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาคดีใหม่แล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดีไปตามรูปความ'.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2568 (เลขอ้างอิง 714141)

หลักเกณฑ์การพิจารณาว่าการเลิกจ้างโดยอ้างเหตุผลความจำเป็นด้านการจัดการจะเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 หรือไม่ ศาลจำต้องพิจารณาว่านายจ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2568 (เลขอ้างอิง 721948)

การพิจารณาว่าการเลิกจ้างจะเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 หรือไม่ ศาลจำต้องพิจารณาว่านายจ้างมีเหตุแห่งการเลิกจ้างหรือไม่ หากมีสาเหตุแห…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 705285)

การพิจารณาว่าการเลิกจ้างจะเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 หรือไม่ ศาลจำต้องพิจารณาว่านายจ้างมีเหตุแห่งการเลิกจ้างหรือไม่ หากมีสาเหตุแห…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 717471)

การเลิกจ้างด้วยเหตุผลความจำเป็นด้านการจัดการของนายจ้างจะเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 หรือไม่ ต้องพิจารณาว่านายจ้างมีเหตุแห่งการเลิก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3116/2567

กฎกระทรวงว่าด้วยการคุ้มครองการทำงานและผลประโยชน์ตอบแทนของผู้ปฏิบัติงานในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2549 เป็นบทบัญญัติที่ให้การคุ้มครองการทำงานแก่ผู้ปฏิบัติงานในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน โดยกำหนดให้สิทธิแก่ผ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้