Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2530 (เลขอ้างอิง 25512)

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยได้รับหมายเรียกและทราบกำหนดนัดพิจารณาของศาลแล้วแต่ไม่แต่งทนายความเข้ามาดำเนินคดีเพราะขณะนั้นจำเลยมีกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนไม่ครบ ต่อมาจำเลยได้ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการให้ ส. คนเดียวลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทกระทำการแทนจำเลยได้ ซึ่งหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการของจำเลยแล้วยังอยู่ในระหว่างนัดสืบพยานโจทก์ เมื่อจำเลยไม่ดำเนินการแจ้งข้อขัดข้องให้ศาลทราบ ย่อมถือว่าจำเลยจงใจขาดนัดพิจารณา ไม่มีเหตุที่จะขอพิจารณาใหม่.(ที่มา-ส่งเสริม)โจทก์ทั้งสิบเอ็ดสำนวนฟ้องเรียกค่าชดเชยและค่าจ้างค้างจ่ายจากจำเลยศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า จำเลยทั้งสิบเอ็ดสำนวนขาดนัดและพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียว แล้วมี

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 207 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 37 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 40 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 41

เนื้อความคำพิพากษา

จำเลยได้รับหมายเรียกและทราบกำหนดนัดพิจารณาของศาลแล้วแต่ไม่แต่งทนายความเข้ามาดำเนินคดีเพราะขณะนั้นจำเลยมีกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนไม่ครบ ต่อมาจำเลยได้ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการให้ ส. คนเดียวลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทกระทำการแทนจำเลยได้ ซึ่งหลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการของจำเลยแล้วยังอยู่ในระหว่างนัดสืบพยานโจทก์ เมื่อจำเลยไม่ดำเนินการแจ้งข้อขัดข้องให้ศาลทราบ ย่อมถือว่าจำเลยจงใจขาดนัดพิจารณา ไม่มีเหตุที่จะขอพิจารณาใหม่.(ที่มา-ส่งเสริม)โจทก์ทั้งสิบเอ็ดสำนวนฟ้องเรียกค่าชดเชยและค่าจ้างค้างจ่ายจากจำเลยศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า จำเลยทั้งสิบเอ็ดสำนวนขาดนัดและพิจารณาชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียว แล้วมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 4กันยายน 2529 โดยพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและค่าจ้างค้างจ่ายแก่โจทก์ทั้งหมดตามฟ้อง

ต่อมาวันที่ 30 ตุลาคม 2529 จำเลยได้ยื่นคำร้องลงวันที่ 30 ตุลาคม 2529 ขอให้พิจารณาใหม่ โดยอ้างว่าเจ้าหน้าที่ของศาลได้ส่งคำบังคับให้แก่จำเลยโดยวิธีปิดหมายเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2529 ในชั้นแรกจำเลยได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องของโจทก์แล้ว ซึ่งขณะนั้นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำกิจการแทนบริษัทจำเลยได้คือนายสมชาย ชัยศรีชวาลา และนายอำพล ตันทโอภาสโดยกรรมการทั้งสองคนต้องลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัท แต่นายอำพล ตันทโอภาสไม่มาทำงานและตามตัวไม่พบ จำเลยจึงไม่สามารถดำเนินการตั้งตัวแทนหรือทนายความเข้าต่อสู้คดีแทนจำเลยได้ขณะนี้จำเลยได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการใหม่แล้ว จำเลยมิได้เจตนาจงใจขาดนัด และคดีของจำเลยมีทางชนะได้

ขอให้ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้พิจารณาใหม่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งในวันเดียวกันว่า ศาลสั่งให้จำเลยขาดนัดตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2529 และในการสืบพยานโจทก์ฝ่ายเดียวก็แจ้งให้จำเลยทราบนัดมาโดยตลอด แต่จำเลยก็ไม่มาศาลหรือแจ้งเหตุขัดข้องใด ๆ ให้ศาลทราบ จำเลยเพิ่งมายกเหตุขัดข้องขึ้นตามคำร้องฉบับนี้ซึ่งล่วงเลยมาเป็นเวลานานและเกินเวลา 7 วัน นับแต่ศาลแรงงานกลางสั่งว่าจำเลยขาดนัดแล้ว จำเลยไม่มีสิทธิขอให้พิจารณาใหม่ตามมาตรา 40แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 ให้ยกคำร้องจำเลยทั้งสิบเอ็ดสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "...แม้ในขณะที่จำเลยได้รับหมายเรียกและทราบกำหนดวันนัดพิจารณาของศาลแรงงานกลางนั้น

จำเลยจะมีกรรมการผู้มีอำนาจกระทำกิจการแทนไม่ครบ อันเป็นเหตุให้จำเลยไม่สามารถที่จะตั้งทนายความเข้ามาดำเนินคดีแทนจำเลยได้ตามคำร้องของจำเลยก็ดี แต่หลังจากนั้นจำเลยก็ได้ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการโดยนายสมชาย ชัยศรีชวาลา คนเดียวลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทมีอำนาจกระทำกิจการแทนบริษัทจำเลยได้ ปรากฎตามสำเนาหนังสือรับรองสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครเอกสารท้ายคำร้องหมายเลข 2 ที่นายทะเบียนออกให้จำเลยเมื่อวันที่ 13สิงหาคม 2529 ซึ่งในช่วงเวลาเช่นว่านี้เป็นต้นไปจำเลยสามารถที่จะแต่งตั้งทนายความเข้ามาดำเนินคดีแทนจำเลยได้ เพราะคดีอยู่ในระหว่างนัดพิจารณาสืบพยานโจทก์ดังกล่าวมาแล้ว แต่จำเลยก็หาได้ดำเนินการแจ้งเหตุขัดข้องตามที่กล่าวอ้างมาในคำร้องให้ศาลแรงงานกลางทราบไม่ กรณีจึงถือได้ว่าจำเลยจงใจขาดนัด ไม่มีเหตุที่จะขอให้พิจารณาใหม่ได้ ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยนั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสิบเอ็ดสำนวนฟังไม่ขึ้น".

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · จำนง นิยมวิภาต
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4823/2531

วันที่ 11 เมษายน 2531 อันเป็นวันนัดพิจารณาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 40 วรรคหนึ่งโจทก์จำเลยมาศาล ศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทแล้วกำหนดนัดสืบพยานโจทก์วั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13165/2558

กรณีที่ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ได้บัญญัติไว้แล้วอย่างไรต้องบังคับไปตามนั้น จะนำ ป.วิ.พ. มาใช้บังคับไม่ได้เพราะ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 ม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12635/2558

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 บัญญัติเรื่องการขอให้พิจารณาใหม่ไว้โดยเฉพาะแล้ว จึงไม่อาจนำ ป.วิ.พ. มาใช้บังคับโดยอนุโลมตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.252…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3022/2552

การพิจารณาคดีแรงงานมีวิธีพิจารณาต่างกับคดีแพ่งทั่วๆ ไป โดยมี พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ บัญญัติไว้เป็นพิเศษ กรณีที่ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานฯ ได้บัญญัติไว้แล้ว…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2544 (เลขอ้างอิง 41103)

การพิจารณาคดีแรงงานมีวิธีพิจารณาต่างกับคดีแพ่งทั่ว ๆ ไปกรณีใดที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 ได้บัญญัติไว้แล้วอย่างไรต้องบังคับไปตามนั้น จะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาควา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้