คำฟ้องและคำให้การ
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการค้าข้าว และให้ริบข้าวของกลาง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ในชั้นนี้คดีมีปัญหาแต่เพียงว่าข้าวสาร137 กระสอบ ของกลางเป็นทรัพย์สินที่จะพึงริบหรือไม่ พระราชบัญญัติการค้าข้าวพุทธศักราช 2489 มาตรา 21 ทวิ ซึ่งเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการค้าข้าว(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2489 มาตรา 12 บัญญัติว่า "ข้าวซึ่งเกี่ยวเนื่องกับความผิดตลอดจนสิ่งที่ใช้บรรจุให้ริบเสีย" ซึ่งศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้เป็นแบบอย่างแล้วตามคำพิพากษาฎีกาที่ 491/2510 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาสโจทก์ นายวินขื่อ แซ่เตียว จำเลยว่า คำว่า "ข้าวซึ่งเกี่ยวเนื่องกับความผิด" นี้จะต้องเป็นข้าวซึ่งเกี่ยวเนื่องกับความผิดโดยตรง จำเลยเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบการค้าข้าวโดยชอบแล้ว
ความผิดของจำเลยอยู่ที่การละเว้นไม่ทำรายงานเท่านั้น ข้าวของกลางไม่เกี่ยวเนื่องกับความผิดของจำเลยแต่อย่างใดจึงไม่ริบ ข้าวสารของกลางคดีนี้จึงไม่ใช่ทรัพย์สินที่จะพึงริบ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาดังกล่าว ฎีกาจำเลยฟังขึ้นพิพากษาแก้เป็นว่า ให้คืนของกลางแก่จำเลย นอกจากที่แก้นี้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์"