Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2557/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186(9) ให้มีคำวินิจฉัยของศาลในเรื่องของกลางเท่านั้นไม่มีบทบัญญัติเป็นข้อจำกัดว่าหากศาลเห็นว่ายังไม่สมควรริบของกลางจะสั่งได้แต่เพียงว่าไม่ริบของกลางอย่างเดียวอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางเป็นของจำเลยและไม่ใช่ของที่มีไว้โดยผิดกฎหมาย เมื่อโจทก์ขอให้ริบ ศาลเห็นว่าไม่สมควรริบก็ย่อมมีอำนาจสั่งให้คืนจำเลยได้ถึงแม้จะสั่งแต่เพียงว่าไม่ริบของกลางก็คงมีผลว่าจะต้องคืนของกลางให้แก่จำเลยผู้เป็นเจ้าของเช่นกัน กรณีเช่นนี้หาใช่ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งเกินคำขอดังโจทก์ฎีกาไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจพาอาวุธปืนลูกซองยาวเลขทะเบียน ก.ท.1862684 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืนเบอร์ 12 จำนวน 22 นัด ของจำเลยติดตัวไปในทางสาธารณะและ หมู่บ้านโดยไม่มีเหตุอันสมควรและโดยไม่ได้รับอนุญาต ฯลฯ เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมอาวุธปืนฯ ดังกล่าวเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ทวิ,72 ทวิ ฯลฯ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 และสั่งริบของกลางจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง รับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้วคงจำคุก 3 เดือนโจทก์อุทธรณ์ขอให้ริบของกลางศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้คืนของกลางแก่จำเลย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาพิจารณาแล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาปัญหาข้อกฎหมายความว่า เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่ายังไม่สมควรริบของกลาง ก็ชอบที่จะสั่งไว้ในคำพิพากษาแต่เพียงว่าไม่ริบของกลางเท่านั้น ไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะสั่งให้คืนของกลางแก่จำเลย คำสั่งของศาลอุทธรณ์ดังกล่าวเป็นการพิพากษาหรือสั่งเกินคำขอของโจทก์ ต้องห้ามตามกฎหมาย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 186(9) ให้มีคำวินิจฉัยของศาลในเรื่องของกลางเท่านั้น ไม่มีกฎหมายบัญญัติเป็นข้อจำกัดว่าหากศาลเห็นว่ายังไม่สมควรริบของกลางจะสั่งได้เพียงว่าไม่ริบของกลางอย่างเดียวคดีนี้ปรากฏตามคำฟ้องของโจทก์ว่า อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางเป็นของจำเลยและไม่ใช่ของที่มีไว้โดยผิดกฎหมาย เมื่อโจทก์ขอให้ริบ แต่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าไม่สมควรริบก็ย่อมมีอำนาจสั่งให้คืนแก่จำเลยได้ ถึงแม้จะสั่งแต่เพียงว่าไม่ริบของกลางก็คงมีผลว่า จะต้องคืนของกลางให้แก่จำเลยผู้เป็นเจ้าของเช่นกัน กรณีหาใช่ศาลอุทธรณ์พิพากษาหรือมีคำสั่งเกินคำขอดังโจทก์ฎีกาไม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประสม ศรีเจริญ · เพียร ศรีอรุณ · ยง โรจน์สุพจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12797/2558

ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 364 นั้น แม้คำขอท้ายฟ้องของโจทก์จะระบุอ้าง ป.อ. มาตรา 364 ไว้ด้วย แต่โจทก์ไม่ได้กล่าวบรรยายในคำฟ้องว่า จำเลยทั้งสามเข้าไป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12174/2553

แม้จำเลยให้การรับสารภาพในความผิดฐานมีอาวุธปืนไม่มีหมายเลขทะเบียนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ซึ่งข้อเท็จจริงต้องรับฟังเป็นยุติตามฟ้องและศาลสามารถพิพากษาลงโทษจำเลยได้โดยไม่ต้องสืบพยานหลักฐานประกอบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2831/2538

โจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับของกลางไว้ แต่มิได้ขอให้ศาลมีคำสั่งริบของกลาง ศาลย่อมริบของกลางนั้นไม่ได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192วรรคแรก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6733/2560

ร้อยตำรวจเอก ท. และดาบตำรวจ บ. กับพวกตรวจยึดเมทแอมเฟตามีนของกลางได้จากจำเลยที่อำเภอปากพนัง ซึ่งอยู่ในอำนาจสอบสวนของพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรปากพนัง การสอบสวนโดยพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองนครศ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2558 (เลขอ้างอิง 586568)

โจทก์มีคำขอให้จำเลยทั้งยี่สิบเอ็ดร่วมกันคืนหรือใช้เงิน 10,047,100 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 1 ถึงที่ 38 และร่วมกันคืนหรือใช้เงิน 10,463,700 บาท แก่ผู้เสียหายที่ 39 ถึงที่ 46 การที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกคำ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้