Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2567/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งสองร่วมชำระหนี้เพื่อไถ่ถอนจำนองแก่โจทก์ เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2519 โจทก์ไม่ได้ร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษากับจำเลยที่ 1 ภายในสิบปี จึงขาดอายุความบังคับคดี ส่วนจำเลยที่ 2 โจทก์ได้บังคับคดีมีการขายทอดตลาดทรัพย์สินเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2522 ได้เงินมาชำระหนี้บางส่วนอายุความสะดุดหยุดลงตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2522 โจทก์นำคดีมาฟ้องให้จำเลยทั้งสองล้มละลายวันที่ 20 มีนาคม 2530 เฉพาะคดีจำเลยที่ 1ขาดอายุความจึงไม่มีเหตุอันควรให้จำเลยที่ 1 ล้มละลาย ส่วนคดีของจำเลยที่ 2 ยังไม่ล่วงเลยกำหนดเวลาสิบปีและหนี้ที่โจทก์นำมาฟ้องมีกำหนดจำนวนแน่นอนเกินกว่า 50,000 บาท จึงมีเหตุอันควรให้จำเลยที่ 2 ล้มละลาย.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ศาลชั้นได้พิพากษาตามให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้แก่โจทก์เป็นเงิน 789,148.44 บาท พร้อมดอกเบี้ย ร้อยละ15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จ โจทก์ได้บังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 2 ได้เงินชำระหนี้ 631,700 บาท จำเลยทั้งสองยังคงค้างชำระหนี้โจทก์อีกเป็นจำนวน 579,698.52 บาท หลังจากนั้นโจทก์ก็ไม่สามารถบังคับชำระหนี้จากจำเลยทั้งสองได้เลย โจทก์ได้มีหนังสือบอกกล่าวทวงถามให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้ตามคำพิพากษาถึง 2ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งมีระยะเวลาห่างกันไม่น้อยกว่า 30 วัน แต่จำเลยทั้งสองก็ไม่ชำระหนี้แก่โจทก์ เมื่อคิดถึงวันที่ 20 มีนาคม 2530จำเลยทั้งสองคงเป็นหนี้โจทก์เป็นเงิน 1,223,878.57 บาท ซึ่งเป็นหนี้จำนวนแน่นอนเกินกว่า 50,000 บาท

จำเลยทั้งสองเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัวตามพระราชบัญญัติล้มละลาย จึงขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสองเด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยทั้งสองล้มละลายจำเลยทั้งสองให้การว่า มูลหนี้ที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นมูลหนี้ที่โจทก์ไม่อาจบังคับได้ตามกฎหมายเพราะเป็นหนี้ที่ขาดอายุความฟ้องร้องแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสองเด็ดขาดจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า สำหรับจำเลยที่ 1นั้น หลังจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2519แล้ว โจทก์ไม่ได้ร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษานั้นกับจำเลยที่ 1ภายในสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษาโดยอาศัยคำบังคับที่ออกตามคำพิพากษานั้น โจทก์นำคดีล้มละลายมาฟ้องจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 20 มีนาคม2530 เกินกำหนดสิบปี ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความหรือขาดอายุความบังคับคดี คดีจึงมีเหตุที่ไม่ควรให้จำเลยที่ 1 ล้มละลาย ส่วนจำเลยที่ 2 นั้น ข้อเท็จจริงได้ความว่า หลังจากศาลชั้นต้นได้พิพากษาคดีแล้ว ต่อมาวันที่ 8 พฤศจิกายน 2519 โจทก์ได้ร้องขอบังคับคดีตามคำพิพากษา จากนั้นเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการชั้นบังคับคดีโดยยึดทรัพย์ของจำเลยที่ 2 และได้ขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยที่ 2เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2522 ได้เงินจากการขายทอดตลาดมาหักหนี้ตามคำพิพากษา

การดำเนินการชั้นบังคับคดีตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2519ถึงวันที่ 25 ตุลาคม 2522 เป็นการดำเนินการภายในสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษาคดีดังกล่าว ทั้งเป็นการกระทำอื่นใดอันนับว่ามีผลอย่างเดียวกับการฟ้องคดีเพื่อตั้งหลักฐานสิทธิเรียกร้องและเพื่อให้ใช้หนี้ตามที่เรียกร้อง ย่อมเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2522 ตามความในมาตรา 173 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โจทก์ฟ้องคดีล้มละลายนี้เมื่อวันที่20 มีนาคม 2530 ยังไม่ล่วงเลยกำหนดเวลาสิบปี ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความหรือขาดอายุการบังคับคดี เมื่อคดีได้ความว่าจำเลยที่ 2 เป็นหนี้โจทก์รวมทั้งต้นเงินและดอกเบี้ยถึงวันฟ้องเป็นเงินจำนวน1,223,878.57 บาท และไม่มีทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใดที่จะพึงยึดมาชำระหนี้ได้ อันถือได้ว่าจำเลยที่ 2 มีหนี้สินล้นพ้นตัว ทั้งไม่มีเหตุอื่นที่ไม่ควรให้จำเลยที่ 2 ล้มละลาย คดีจึงมีเหตุสมควรพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ล้มละลายได้..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณื ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ให้เป็นพับ ให้จำเลยที่ 2 ให้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนโจทก์โดยให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดตามที่เห็นสมควร โดยหักจากกองทรัพย์สินของจำเลยที่ 2.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เธียร ยูงทอง · สวิน อักขรายุธ · ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2531

ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2516 โจทก์ได้ร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2516จากนั้นเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการชั้นบังคับคดีโดยยึดทรัพย์จำเลยและประกาศขาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 212/2567

หนี้ตามฟ้องเป็นหนี้ค่าเงินยืมเพื่อทดรองจ่ายในกิจกรรมส่งเสริมการขายและค่าสินค้าที่จำเลยสั่งซื้อจากโจทก์ เป็นหนี้ที่สามารถกำหนดจำนวนได้แน่นอนและนำมาฟ้องเป็นคดีล้มละลายได้โดยไม่จำต้องฟ้องเป็นคดีแพ่งหรือใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3416/2566

การตีความสัญญาต้องเป็นไปตามความประสงค์ในทางสุจริตโดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีด้วยตาม ป.พ.พ. มาตรา 368 คือต้องถือหลักตามความเข้าใจของทั้งสองฝ่ายจะถือเอาเจตนาของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฝ่ายเดียวไม่ได้ นอกจากนี้ กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 540/2566

หนี้ค่าซ่อมแซมความเสียหายจากการใช้สอยทรัพย์สินที่เช่าที่โจทก์เสียไปตามสำเนาใบแจ้งหนี้ เป็นหนี้ที่อาจกำหนดจำนวนได้โดยแน่นอน โดยหาจำต้องรอให้ศาลในคดีแพ่งพิพากษากำหนดจำนวนหนี้จนคดีถึงที่สุดแล้วนำมาฟ้องคด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1815/2559

โจทก์ฟ้องจำเลยให้ล้มละลายโดยอาศัยมูลหนี้ตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดอุบลราชธานี คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1526/2544 ซึ่งเป็นสิทธิเรียกร้องที่เกิดขึ้นโดยคำพิพากษาของศาลที่ถึงที่สุดอันมีกำหนดอายุความ 10 ปี ตาม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้