คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลแพ่ง ถึงวัดนัดพิจารณาทนาย โจทก์มาศาลช้ากว่ากำหนดเวลา ๔๐ นาที ตัวโจทก์หรือพะยานโจทก์มิได้มาศาล ทั้งโจทก์ก็ไม่ได้ขอให้ศาลออกหมายเรียกพะยานไว้ ศาลแพ่งสั่งจำหน่ายคดี ทนายโจทก์ยื่นคำร้องขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ ฝ่ายจำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลแพ่งว่าควรจะตัดสินยกฟ้องโจทก์เสียทีเดียว เพราะโจทก์ไม่มีพะยานมาสืบตามฟ้อง ต่อมาศาลแพ่งสั่งยกคดีขึ้นพิจารณาไม่จำเลยอุทธรณ์คำสั่งฉะบับหลังนี้อีก ศาลอุทธรณ์ตัดสินให้ยกคำร้องเสียทั้ง ๒ ฉบับ ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ว่าตามคำร้องฉะบับแรกนั้น ในพฤตติการณ์ เช่นนี้ ศาลไม่จำต้องตัดสินยกฟ้องโจทก์เสียทีเดียว ส่วนคำสั่งฉะบับหลัง เข้าลักษณคำสั่งระหว่างพิจารณาต้องห้ามตามมาตรา ๙๖ ข้อ ๑ แห่ง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาความแพ่ง มิให้ร้องอุทธรณ์