เนื้อความคำพิพากษา
โจทก์เคยฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 1030/2545 ของศาลชั้นต้น ในมูลหนี้เดียวกันกับในคดีนี้ ในคดีก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเป็นคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 667/2545 ว่า โจทก์ไม่ได้นำพยานหลักฐานมาสืบให้เห็นว่านายบันฑูรเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ผู้โอน หนังสือการโอนขายสินเชื่อระหว่างผู้โอนกับโจทก์จึงไม่สมบูรณ์ไม่อาจนำมาฟ้องบังคับจำเลยได้ และพิพากษายกฟ้องโดยยังมิได้วินิจฉัยชี้ขาดประเด็นในเนื้อหาแห่งคดีว่าจำเลยผิดสัญญาทำให้โจทก์มีสิทธิบังคับชำระหนี้หรือไม่ อันเป็นเรื่องโจทก์แสดงอำนาจฟ้องไม่ถูกต้อง คดีดังกล่าวคู่ความมิได้ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษา คดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว
เมื่อโจทก์มาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ให้รับผิดในมูลหนี้เดิมโดยแสดงหลักฐานการเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนบริษัทธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ของนายบัณฑูรตามสำเนาหนังสือรับรองของบริษัทธนาคารกสิกรไทย (มหาชน) ท้ายคำฟ้อง ย่อมเป็นการแสดงอำนาจฟ้องให้ปรากฏว่าโจทก์ทำสัญญารับโอนสิทธิเรียกร้องรายนี้มาจากผู้โอนแล้ว คดีของโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น"
ผลคำพิพากษา
พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ