Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 258/2479

พ.ศ. 2479 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ประเด็น ตัดสิน จำเลยให้การรับตามฟ้องโจทก์ว่าได้อยู่ในที่ของโจทก์โดยอาศัยสัญญาเช่าจริงดังนี้ จำเลยจะกลับขอนำสืบว่าสัญญาเช่านั้นเป็นหนังสือปลอมหาได้ไม่เพราะเป็นการเปลี่ยนประเด็นใหม่ กรณีที่ไม่ใช่เป็นอุทธรณ์ย่อ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์โดยเห็นว่าเป็นอุทธรณ์ย่อ ถ้าศาลฎีกาเห็นว่าไม่ใช่อุทธรณ์ย่อก็มีอำนาจตัดสินคดีให้เสร็จไปโดยไม่ต้องย้อนสำนวนให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาใหม่ ข้อฎีกาที่มิได้ว่ากล่าวกันมาแต่ในชั้นศาลล่างนั้นศาลฎีกาไม่วินิจฉัยให้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 177-225-24

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เช่าช่วงที่ดินจาก ด. จำเลยเป็นผู้อาศัยโจทก์อยู่ โจทก์บอกให้ออก จำเลยไม่ยอมออก จึงขอให้ขับไล่แลเรียกค่าเสียหาย จำเลยรับว่าได้อยู่ในที่พิพาทจริงโดยได้เช่าจากแม่ยายโจทก์ ปรากฎตามรายงานพิจารณาว่า ก่อนสืบพะยาน จำเลยจะขอสืบสัญญาเช่าหมาย ก.เป็นหนังสือปลอม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า เป็นการเปลี่ยนประเด็น โดยในคำให้การของจำเลยมิได้กล่าวว่าหนังสือหมาย ก. เป็นหนังสือปลอม จึงไม่ยอมให้สืบพะยาน แลสั่งงดสืบพะยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาท

ศาลอุทธรณ์ตัดสินโดยวินิจฉัยว่าอุทธรณ์จำเลยกล่าวแต่เพียงว่าคำพิพากษาศาลชั้นต้นยังไม่ชอบทั้งข้อเท็จจริงแลข้อกฎหมาย หาได้ยกเหตุผลคัดค้านแต่ประการใดไม่ จึงไม่มีประเด็นที่ศาลอุทธรณ์จะต้องพิจารณาต่อไป

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าตามอุทธรณ์ของจำเลยมีว่า "คดีนี้เป็นเรื่องโจทก์หาจำเลยให้การปฏิเสธ จึงเป็นเรื่องที่จะต้องสืบพะยานกันแต่ศาลสั่งงดไม่สืบพะยาน จึงขอให้ศาลอุทธรณ์สั่งให้ศาลโปริสภาทำการสืบพะยานพิจารณาพิพากษาใหม่" เห็นว่าอุทธรณ์ของจำเลยมีประเด็นว่า ศาลสั่งงดสืบพะยานไม่ชอบ จึงขอให้ศาลอุทธรณ์สั่งศาลโปริสภาให้สืบพะยานพิจารณาและพิพากษาใหม่ จึงไม่เห็นพ้องด้วยที่ศาลอุทธรณ์ที่ว่า อุทธรณ์จำเลยไม่มีประเด็น แต่เห็นชอบด้วยที่ศาลโปริสภาสั่งงดไม่สืบพะยานทั้ง ๒ ฝ่ายนั้นเพราะเหตุว่าจำเลยให้การอย่างหนึ่ง แล้วจะขอสืบอีกอย่างหนึ่งนั้นไม่ได้ เป็นการเปลี่ยนประเด็นใหม่ แลคดีนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องโจทก์หาจำเลยให้การปฏิเสธเท่านั้น ซึ่งจำเลยยกขึ้นมากล่าวคล้ายกับว่าเป็นคดีอาญาเห็นว่าคดีนี้เป็นคดีแพ่งศาลจักต้องตัดสินตามประเด็นข้อต่อสู้ ส่วนคดีอาญานั้นประเด็นมักมีข้อเดียวว่า จำเลยได้กระทำผิดจริงหรือไม่ ส่วนฎีกาข้ออื่น ๆ นั้น จำเลยไม่ได้ยกขึ้นทุ่มเถียงในชั้นศาลอุทธรณ์ ไม่จำต้องวินิจฉัย

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง(อิศร-วิกรม-นล)ศาลชั้นต้น - หลวง+ศาลอุทธรณ์ -

ข้อมูลคดี

แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้