Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2580/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยครอบครองที่พิพาทโดยความสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลากว่าสิบปีจำเลยจึงได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1382 โจทก์ซึ่งเป็นผู้ซื้อที่ดินพิพาทรู้ว่าจำเลยครอบครองที่พิพาทจนได้กรรมสิทธิ์ตามกฎหมายแล้วแต่ก็ยังซื้อจึงถือได้ว่าโจทก์ซื้อที่พิพาทมาโดยไม่สุจริตจำเลยย่อมยกเอาการได้มาซึ่งที่พิพาทที่ยังมิได้จดทะเบียนขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ได้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยรุกล้ำที่ดินโจทก์ 142 ตารางวา จำเลยให้การต่อสู้ว่าจำเลยครอบครองที่ดิน 72 ตารางวา เมื่อมีการทำแผนที่พิพาทโดยคู่ความต่างนำชี้ปรากฏว่าจำเลยนำชี้ตามแนวเขตที่ดินที่จำเลยครอบครองมีเนื้อที่ 147 ตารางวา และคู่ความทั้งสองฝ่ายได้รับรองแผนที่นั้นแล้วจึงต้องถือว่าโจทก์จำเลยพิพาทกัน 147 ตารางวา การที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทขึ้นใหม่ หลังจากที่ได้สืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จสิ้นแล้วว่าโจทก์ซื้อที่พิพาทมาโดยสุจริตหรือไม่ แต่ศาลชั้นต้นได้ให้โอกาสโจทก์นำพยานเข้าสืบในประเด็นดังกล่าวและโจทก์ก็ได้นำพยานเข้าสืบแล้วหาทำให้โจทก์เสียเปรียบในเชิงคดีแต่อย่างใดไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 1411 เนื้อที่ 1 ไร่ 60 ตารางวา โดยซื้อมาจากนายเฮงและนางเริ่มจดทะเบียนซื้อขาย ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 12พฤษภาคม 2518 ต่อมาโจทก์ได้นำช่างรังวัดไปทำการรังวัดที่ดิน ปรากฏว่าจำเลยรุกล้ำที่ดินของโจทก์ทางด้านทิศใต้เป็นเนื้อที่ 142 ตารางวาขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินแปลงหนึ่งเนื้อที่ประมาณ 72 ตารางวา โดยครอบครองสืบต่อจากนางอ่างผู้เป็นมารดาเป็นเวลา 70 ปีแล้วได้ปลูกบ้านเรือนอยู่อาศัย ปลูกพืชผลไม้โดยความสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ จำเลยจึงได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 เมื่อปี

พ.ศ. 2498 จำเลยแจ้งการครอบครองต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ที่ดินของนายเฮงและนางเริ่มอยู่ทางทิศเหนือของที่ดินจำเลยมีอาณาเขตติดต่อกัน เมื่อประมาณสองปีเศษก่อนโจทก์ฟ้อง นายเฮงนำเจ้าพนักงานไปรังวัดที่ดินชี้เขตล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลย จำเลยคัดค้านหากโจทก์ซื้อที่ดินจากนายเฮงและนางเริ่มจริงก็ซื้อโดยสมยอมและโดยไม่สุจริตเพราะโจทก์ทราบดีอยู่แล้วว่าจำเลยครอบครองและปลูกบ้านอยู่ในที่พิพาทจนได้กรรมสิทธิ์ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เชื่อว่าจำเลยครอบครองที่พิพาทโดยความสงบเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลากว่าสิบปี จำเลยจึงได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 และเชื่อว่าโจทก์รู้ว่าจำเลยครอบครองที่พิพาทอันเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดเลขที่ 1411 จนได้กรรมสิทธิ์ตามกฎหมายแล้ว แต่โจทก์ก็ยังซื้อที่ดินโฉนดดังกล่าว กรณีเช่นนี้จะถือว่าโจทก์ซื้อที่พิพาทมาโดยสุจริตหาได้ไม่ จำเลยย่อมยกเอาการได้มาซึ่งที่พิพาทที่ยังมิได้จดทะเบียนขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ได้ข้อที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยรุกล้ำที่ดินโจทก์ 142 ตารางวา

จำเลยให้การต่อสู้ว่าจำเลยครอบครองที่ดิน 72 ตารางวา แต่เมื่อมีการทำแผนที่พิพาทโดยคู่ความต่างนำชี้กันแล้ว ปรากฏว่าจำเลยนำชี้ตามเส้นหมายสีเขียวซึ่งเป็นแนวเขตที่ดินที่จำเลยครอบครองมีเนื้อที่ 147 ตารางวา และคู่ความทั้งสองฝ่ายได้รับรองแผนที่นั้นแล้ว จึงต้องถือว่าโจทก์จำเลยพิพาทกัน 147 ตารางวาข้อที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทขึ้นใหม่หลังจากที่ได้สืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จสิ้นแล้วอีกประเด็นหนึ่งว่า โจทก์ซื้อที่พิพาทมาโดยสุจริตหรือไม่ทำให้โจทก์เสียเปรียบนั้น เห็นว่า ศาลชั้นต้นให้โอกาสโจทก์นำพยานเข้าสืบในประเด็นดังกล่าว และโจทก์ก็ได้นำพยานเข้าสืบแล้ว หาทำให้โจทก์เสียเปรียบในเชิงคดีแต่อย่างใดไม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัมพล สุวรรณภักดี · สมบูรณ์ บุญภินนท์ · สหัส สิงหวิริยะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1821/2519

ที่พิพาทเป็นที่ดินส่วนหนึ่งของที่ดินที่บิดาโจทก์เคยฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาท แล้วบิดาโจทก์กับจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยบิดาโจทก์ยอมให้จำเลยกับลูกหลานมีสิทธิอาศัยอยู่ในที่พิพาทไปตลอดชีวิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3031/2545

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินแปลงพิพาทโดยจดทะเบียนซื้อมาจาก ส. จำเลยอยู่ในที่ดินส่วนพิพาทโดยอาศัย ส. ขอให้ขับไล่จำเลยให้การว่า จำเลยครอบครองที่ดินส่วนพิพาทด้วยความสงบ เปิดเผยและเจตนายึดถือเพื่อต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4607/2540

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเข้าไปก่อสร้างรั้วกำแพงคอนกรีต สิ่งปลูกสร้างและปลูกต้นไม้ในที่ดินโจทก์ ขอให้รื้อถอนออกไป จำเลยให้การว่าจำเลยมิได้รุกล้ำที่ดินของโจทก์ แต่จำเลยกระทำลงบนที่ดินของจำเลยที่ซื้อมา หลังจากซ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4626/2540

ศาลฎีกาพิพากษาให้โจทก์แบ่งที่ดินส่วนที่เป็นของ ม.ให้จำเลยทั้งสอง การได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวของจำเลยทั้งสองเป็นการได้มาโดยผลของคำพิพากษาซึ่งถึงที่สุดแล้ว ไม่ใช่ได้มาโดยทางมรดกในฐานะที่เป็นท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2746/2536

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การแต่เพียงว่า โจทก์รับโอนที่พิพาทมาโดยไม่สุจริตและไม่เสียค่าตอบแทนเพราะโจทก์ทราบดีอยู่แล้วในขณะรับโอนว่าจำเลยได้ครอบครองที่พิพาทมานานกว่า 20 ปีแล้ว โจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้