Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2583/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า การที่จำเลยสั่งพักงานโจทก์และสั่งไล่โจทก์ออกจากงานนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่โจทก์ฟ้องจำเลยในลักษณะละเมิด มิได้ดำเนินการตามวิธีการที่บัญญัติไว้พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 และขณะที่เกิดกรณีอันเป็นมูลเหตุแห่งคดีนี้ก็ยังไม่มีพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 ซึ่งมีมาตรา 49 ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างเข้าทำงานตามเดิมได้ โจทก์จึงสมควรได้แต่ค่าเสียหาย เมื่อโจทก์ฟ้องเรียกเอาค่าเสียหายโดยคำนวณเป็นรายเดือนไปจนกว่าจำเลยจะรับโจทก์เข้าทำงานตามเดิมซึ่งไม่อาจบังคับได้ ศาลจึงต้องกำหนดค่าเสียหายให้ตามที่เห็นสมควร

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 124 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 125 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 49 ป.พ.พ. มาตรา 420 ป.พ.พ. มาตรา 438

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างขององค์การค้าของคุรุสภา และเป็นกรรมการสหภาพแรงงานองค์การของคุรุสภา องค์การค้าของคุรุสภาจำเลยได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นสอบสวนแล้วมีคำสั่งให้โจทก์พักงานและไล่โจทก์ออกจากงาน โดยอ้างว่าโจทก์ทำผิดวินัยซึ่งไม่เป็นความจริง ที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ทำผิดวินัยนั้นก็โดยอาศัยเหตุที่โจทก์ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับในข้อหาว่ามีพฤติการณ์ ซึ่งเป็นภัยต่อสังคมตามคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฐานยุยง ปลุกปั่น ใช้หรือสนับสนุนให้ประชาชนก่อความวุ่นวายหรือก่อความไม่สงบขึ้นในบ้านเมือง ข้อหาดังกล่าวเป็นข้อหาตามคำสั่งของคณะปฏิรูปฯ ซึ่งมิได้มีการพิจารณาตัดสินโดยศาลสถตยุติธรรม การควบคุมตัวดังกล่าวมิใช่โทษทางอาญาอันจะถือว่าโจทก์ได้กระทำความผิดและต้องโทษทางอาญาซึ่งเป็นการผิดวินัยตามระเบียบคุรุสภา

การที่โจทก์ไม่ได้ไปทำงานนั้นเป็นเพราะโจทก์ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไว้ตามคำสั่งดังกล่าว ซึ่งจำเลยก็ทราบแล้ว โจทก์มิได้จงใจขาดงานหรือละทิ้งหน้าที่การงานแต่อย่างใด โจทก์ไม่ทราบว่าจำเลยได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นจริงหรือไม่ เพราะโจทก์ไม่เคยถูกเรียกไปสอบปากคำ หากได้ตั้งขึ้นจริงก็ทำการสอบสวนลับหลังโจทก์ ไม่เปิดโอกาสให้โจทก์ได้แก่ข้อกล่าวหา ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบแบบแผนและความยุติธรรม

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์คำสั่งต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในฐานะประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภาแล้ว แต่ประธานกรรมการฯ ได้ยกอุทธรณ์ โจทก์ได้รับความเสียหายโดยต้องออจากการเป็นลูกจ้างขององค์การค้าของคุรุสภาขาดเงินเดือนรายได้ เหตุที่โจทก์ต้องถูกควบคุมตัวในข้อหาว่าเป็นภัยต่อสังคมและถูกไล่ออกจากงานก็เพราะโจทก์เคยร่วมเรียกร้องให้จัดตั้งสหภาพแรงงานองค์การค้าของคุรุสภาตามกฎหมายแรงงาน และเคยร่วมเรียกร้องสิทธิอันชอบธรรมของลูกจ้างองค์การค้าของคุรุสภาตามกฎหมายแรงงาน แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ จนได้นัดหยุดงานตามกฎหมาย จำเลยจึงหาเหตุกลั่นแกล้งโจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนคำสั่งองค์การค้าของคุรุสภาพจำเลยเรื่องพักงานโจทก์และเรื่องไล่โจทก์ออกจากงาน ให้จำเลยรับโจทก์เข้าทำงานตามเดิม กับให้จำเลยชดใช้เงินเดือนตั้งแต่วันที่โจทก์ถูก

พักงานจนกว่าจะรับโจทก์เข้าทำงานตามเดิม จำเลยให้การว่า จำเลยได้รับหนังสือจากตำรวจสันติบาลว่าได้จับกุมตัวโจทก์ในข้อหา ยุยง ปลุกปั่น ใช้ หรือสนับสนุนให้ประชาชนก่อความวุ่นวายหรือก่อความไม่สงบขึ้นในบ้านเมือง จำเลยได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นทำการสอบสวนทางวินัย คณะกรรมการสอบสวนเสนอให้พักงานโจทก์ แล้วต่อมาตำรวจสันติบาลแจ้งว่าได้ส่งตัวโจทก์ไปยังสถานอบรมและฝึกอาชีพแล้ว คณะกรรมการสอบสวนจึงมีความเห็นว่า โจทก์กระทำผิดวินัยเจ้าหน้าที่องค์การค้าของคุรุสภา ควรไล่โจทก์ออจากหน้าที่การงานตั้งแต่วันพักงานเป็นต้นไป จำเลยเห็นชอบด้วยจึงมีคำสั่งให้ไล่โจทก์ออจากหน้าที่การงานฐานผิดวินัย การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนและการดำเนินการสอบสวนได้ปฏิบัติไปตามขั้นตอน และระเบียบแบบแผน จำเลยมิได้มีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ ไม่เป็นการละเมิด โจทก์ไม่มีสิทธิ์ฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยเห็นชอบด้วยกับความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนที่ให้พักงานโจทก์นั้น มีเหตุผลพอสมควรอยู่ เพราะโจทก์ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับได้ด้วยข้อหาร้ายแรง จะถือว่าจำเลยกลั่นแกล้งโจทก์หาได้ไม่ แต่การที่จำเลยตั้งกรรมการขึ้นทำการสอบสวนโจทก์ทางวินัยระหว่างที่โจทก์ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับไปควบคุมตัวไว้ ทำการสอบสวนลับหลังโจทก์โดยไม่เปิดโอกาสให้โจทก์แก้ข้อกล่าวหา ดังนี้ย่อมต้องถือว่าเป็นการกระทำอันไม่ยุติธรรม ไม่ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบแบบแผน เพราะตามสัญญาข้อตกลงสภาพการจ้างงานข้อ ๑๖ มีความว่า "ข้อเรียกร้องของสมาคม (คือสมาคมลูกจ้างองค์การค้าของคุรุสภาซึ่งต่อมาเปลี่ยนเป็นสหภาพแรงงานองค์การค้าของคุรุสภา) ข้อ ๑๘ ในการพิจารณาความผิดสมาชิกของสมาคมองค์การค้าฯ

ได้ให้สมาคมเสนอชื่อแต่งตั้งเจ้าหน้าที่องค์การค้าฯ ซึ่งเป็นผู้แทนสมาคมในตำแหน่งที่สูงกว่าผู้ถูกสอบสวน ๑ ชั้นมาร่วมดำเนินการสอบสวนและพิจารณาเสนอความเห็นในการลงโทษในกรณีที่ผู้ถูกสอบสวนเห็นว่ากรรมการที่แต่งตั้งนั้นจะไม่สามารถให้ความเป็นธรรมได้หรือมีผลได้ผลเสีย อาจขอให้แต่งตั้งกรรมการผู้สอบสวนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดใหม่ก็ได้ ฯลฯ ข้อสัญญาดังกล่าวนี้แสดงให้เห็นอยู่ในตัวแล้วว่าในกรณีที่โจทก์ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย จะดำเนินการสอบสวนลับหลังโจทก์โดยตลอดตั้งแต่ค้นหาได้ไม่ แม้แต่กรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งนับโจทก์ยังมีสิทธิที่จะขอให้เปลี่ยนตัวได้ เหตุไฉนจะไม่ให้โอกาสแก่โจทก์ในอันที่จะแก้ข้อหาบ้างเล่า การสอบสวนของคณะกรรมการที่จำเลยแต่งตั้งนั้นยังไม่เป็นการชอบด้วยข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่จำเลยสั่งพักงานโจทก์และสั่งไล่โจทก์ออกจากงานนั้นจึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองในลักษณะละเมิด

มิได้ดำเนินการตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งมีมาตรา ๔๙ ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานตามเดิมได้ โจทก์จึงสมควรได้แต่ค่าเสียหาย เมื่อโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายโดยคำนวณเป็นรายเดือนไปจนกว่าจำเลยจะรับโจทก์เข้าทำงานตามเดิม ซึ่งไม่อาจบังคับให้ได้ ศาลจึงต้องกำหนดค่าเสียหายให้ตามที่เห็นสมควร เมื่อพิจารณาถึงพฤติการณ์แห่งคดีและความร้ายแรงแห่งละเมิดแล้ว เห็นสมควรกำหนดค่าเสียหายให้ ๑๕,๐๐๐ บาท

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำสั่งองค์การการค้าของคุรุสภาจำเลยเรื่องพักงานและเรื่องไล่โจทก์ออกจากงาน ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์หนึ่งหมื่นห้าพันบาท คำขอนอกจากนี้ให้ยก

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประทีป ชุ่มวัฒนะ · สมบัติ วังตาล · ทวี กสิยพงศ์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายบรรจบ อุปพงษ์
ศาลอุทธรณ์ - นายไพศาล สว่างเนตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2350/2532

เหตุที่จำเลยไล่โจทก์ออกจากงานเพราะโจทก์ได้กระทำผิดคดีอาญาถูกควบคุมตัวไม่สามารถทำงานให้จำเลยได้ และประกอบกับต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกโจทก์ในคดีดังกล่าว ดังนี้ เมื่อศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยรั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 907/2567

จำเลยรื้อรั้วกำแพงที่พิพาทซึ่งเป็นสาธารณูปโภคของโครงการจัดสรรที่ดินของโจทก์ จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ แม้จำเลยโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 6170 ,6171 ซึ่งเป็นที่ตั้งของรั้วกำแพงที่พิพาทไปให้แก่ผู้อื่นก่อนท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 464/2567

เหตุแห่งการละเมิดของจำเลยที่ 2 เป็นผลโดยตรงทำให้โจทก์ไม่สามารถใช้อาคารของโจทก์ในการประกอบกิจกรรมบริการเชิงเศรษฐกิจการพาณิชย์ได้ เนื่องเพราะสำนักงานเขตบางกะปิมีหนังสือถึงโจทก์แจ้งว่าอาคารมีสภาพที่อาจเป…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 706930)

กรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยหรือค่าจ้างแทนการบอกกล่าวหน้าหรือเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อให้มีคำสั่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 710790)

กรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยนายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยหรือค่าจ้างแทนการบอกกล่าวหน้าหรือเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อให้มีคำสั่ง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้