Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2586/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เดิมรถยนต์ของกลางเป็นของ น. น.ได้กู้เงินจากผู้ร้องโดยโอนรถของกลางให้ผู้ร้องและทำสัญญาเช่าซื้อรถนั้นจากผู้ร้องกำหนดราคาเช่าซื้อ 70,800 บาท แบ่งชำระเป็นรายเดือนรวม 12เดือน ๆ ละ 5,900 บาท น. ขาดส่งค่าเช่าซื้องวดแรก 3-4 เดือนจึงขายหสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อรถของกลางให้แก่จำเลยที่ 3และได้แจ้งให้ผู้ร้องทราบ จำเลยที่ 3 ส่งค่าเช่าซื้อตลอดมาได้ 11 งวด คงค้างงวดสุดท้าย ปรากฏว่าจำเลยที่ 3 ชำระเงินค่าเช่าซื้อผิดนัดทุกงวด แม้งวดสุดท้ายจะผิดนัด ก็เชื่อได้ว่าเมื่อจำเลยที่ 3 ชำระเงินงวดสุดท้ายผู้ร้องก็จะต้องโอนทะเบียนรถให้แก่จำเลยที่ 3 แน่ พฤติการณ์ที่ผู้ร้องขอคืนของกลางก็เพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 3 เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต จะคืนรถยนต์ของกลางให้ผู้ร้องหาชอบไม่.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า รถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน บ-1615จันทบุรีของกลางที่ศาลพิพากษาให้ริบเป็นของผู้ร้อง ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิด ขอให้ศาลสั่งคืนแก่ผู้ร้อง โจทก์คัดค้านว่า ผู้ร้องมิได้เป็นเจ้าของรถยนต์ของกลาง ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิดขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'ได้ความจากใบคู่มือการจดทะเบียนรถยนต์เอกสารหมาย ร.2 ว่ารถยนต์กระบะบรรทุกหมายเลขทะเบียน บ-1615จันทบุรี นายนิยม เกียรติพิริยะ เป็นเจ้าของครอบครองรถเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2526 ต่อมาวันที่ 16 มกราคม 2527 บริษัทบูรพาจันทบุรีจำกัด ผู้ร้องรับโอนเป็นเจ้าของรถแล้วได้ทำสัญญาเช่าซื้อลงวันเดียวกันให้นายนิยม เกียรติพิริยะ เช่าซื้อเป็นเงิน 70,800 บาทแบ่งชำระเป็นรายเดือนรวม 12 เดือน เดือนละ 5,900 บาท ตามเอกสารหมาย ร.3 หลังจากทำสัญญาเช่าซื้อแล้วนายนิยมไม่มีเงินค่าเช่าซื้องวดแรกขาดส่งประมาณ 3-4 เดือน นายนิยมกลัวว่าผู้ร้องจะยึดรถจึงบอกขายให้จำเลยที่ 3 ในราคา 15,000 บาท ซึ่งจำเลยที่3 จะต้องผ่อนชำระเงินตามงวดให้แก่ผู้ร้องอีกต่างหากด้วยนายนิยมนำจำเลยที่ 3 ไปแจ้งให้ผู้ร้องทราบ แล้วจำเลยที่ 3ก็ส่งค่าเช่าซื้อตลอดมาได้ 11 งวด

คงค้างงวดสุดท้ายซึ่งจะต้องชำระในวันที่ 12 มกราคม 2528 อยู่เป็นเงิน 5,900 บาท เงินงวดนี้ค้างอยู่จนกระทั่งรถยนต์ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยึดเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2528 นับเวลาได้ 3 เดือนเศษ ผู้ร้องก็มิได้ติดตามทวงถามหรือยึดรถหรือแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบเพื่อขอคืนผู้ร้องให้กู้เงินโดยวิธีให้ผู้กู้โอนทะเบียนรถให้แล้วทำสัญญาเช่าซื้อกับผู้ร้อง ผู้ร้องจึงมิได้ถือโดยเคร่งครัดว่าการผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อเป็นการผิดสัญญาซึ่งจะต้องยึดเอารถยนต์คืนแต่อย่างใด ดังจะเห็นได้จากบัญชีการชำระเงินค่าเช่าซื้อเอกสารหมาย ร.4 ปรากฏว่าผู้เช่าซื้อผิดนัดทุกงวด เมื่อนำเงินมาชำระก็ต้องเสียดอกเบี้ยเวลาที่ล่าช้าเป็นรายวันเช่นงวดที่ 1 ล่าช้า 79 วัน เป็นเงินค่าดอกเบี้ยของการล่าช้า191 บาท

งวดที่ 11 ล่าช้า 88 วัน เป็นค่าดอกเบี้ยของการล่าช้าเป็นเงิน 213 บาท เป็นต้น รถของกลางราคานับแสน แม้ชื่อตามทะเบียนรถจะเป็นของผู้ร้อง แต่จำเลยที่ 3 เป็นผู้ครอบครองใช้สอยทั้งส่งเงินให้ผู้ร้องไปมากแล้ว เหลือเงินงวดสุดท้ายเพียง 5,900 บาทเท่านั้น เมื่อจำเลยที่ 3 ชำระเงินงวดนี้พร้อมด้วยค่าดอกเบี้ยของการล่าช้าให้แก่ผู้ร้องเมื่อใด ก็เชื่อได้ว่าผู้ร้องจะต้องโอนทะเบียนรถให้แก่จำเลยที่ 3 พฤติการณ์เห็นได้ว่าผู้ร้องร้องขอของกลางคืนเพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ 3 เป็นส่วนใหญ่ ผู้ร้องหาได้ใช้สิทธิโดยสุจริตไม่ ดังนี้ จะคืนรถยนต์ของกลางให้ผู้ร้องหาชอบไม่ ฎีกาผู้ร้องฟังไม่ขึ้น'

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสนอ ศรนิยม · ยรรยง อิทธิพงษ์ · ส่อง สุขะปุณณพันธ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 719/2568

การที่จำเลยใช้รถยนต์เก๋งของกลางไปจอดรอบนดอยผาหมี ซึ่งเป็นภูเขาและเป็นแนวชายแดนของราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา แล้วรับคนต่างด้าวที่เพิ่งเดินลัดเลาะมาจากภูเขาฝั่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2951/2566

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองร่วมกันมียาแก้ไอซึ่งมีส่วนผสมของไดเฟนไฮดรามีนและคลอร์เฟนิรามีน มาลีเอต อันเป็นยาแผนปัจจุบันชนิดยาอันตรายจำพวกฮิสตามีนและแอนติฮิสตามีนไว้ในครอบครองเพื่อขายแก่บุคคลทั่วไป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1978/2566

การขับรถกระบะบรรทุกของกลางที่มีการทำหลังคาฝาปิดด้านข้างและด้านท้ายจากจังหวัดกาญจนบุรีไปจังหวัดสมุทรปราการมีระยะทางไกลเกินกว่าจะเดินไปได้เอง จำเลยจำเป็นต้องใช้รถของกลางเป็นยานพาหนะพาคนต่างด้าวเดินทางไป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 756/2566

ทรัพย์สินที่ศาลมีอำนาจสั่งให้ริบตาม ป.อ. มาตรา 33 (1) ได้นั้น จะต้องเป็นทรัพย์สินซึ่งจำเลยได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดในข้อหาความผิดที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยนั้นโดยตรง กรณีที่จำเลยใช้รถย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 108/2566

จำเลยทำปลอมขึ้นซึ่งเงินตราธนบัตรของรัฐบาลไทยชนิดราคา 100 บาท และมีธนบัตรปลอมนั้นไว้เพื่อนำออกใช้โดยรู้ว่าเป็นของปลอม เป็นความผิดสำเร็จตั้งแต่ทำปลอมและมีธนบัตรปลอมไว้เพื่อนำออกใช้แล้ว จากนั้นจำเลยนำธนบ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้