Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2587/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การติดตั้งส่วนควบที่จะได้รับประโยชน์ตาม พ.ร.บ. ภาษีโรงเรือนและที่ดิน มาตรา 13 นั้นจะต้องเป็นการติดตั้งในโรงเรือนและเป็นส่วนควบที่สำคัญสำหรับเครื่องจักรผสมคอนกรีตของโจทก์ ติดตรึงถาวรกับพื้นดินไม่ได้ติดตั้งในโรงเรือน และเครื่องจักรผสมคอนกรีตก็ไม่ใช่โรงเรือน เป็นเพียงสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นเท่านั้น ดังนั้นการประเมินภาษีโรงเรือนจึงไม่อาจลดค่ารายปีลงตามมาตรานี้ได้ โรงเรือนสำนักงาน แม้จะใช้เป็นที่ควบคุมการทำงานของเครื่องจักรผสมคอนกรีตโดยมีแผงควบคุมการทำงานติดตั้งอยู่ในอาคารดังกล่าว แต่การผลิตคอนกรีตผสมเสร็จนั้นความสำคัญอยู่ที่เครื่องจักรผสมคอนกรีต ฉะนั้นแม้แผงควบคุมการทำงานจะเป็นส่วนควบของโรงเรือนอันเป็นสำนักงาน ก็หาใช่เป็นส่วนควบที่สำคัญเพื่อใช้ดำเนินการอุตสาหกรรมของโจทก์ไม่ จึงไม่อาจลดค่ารายปีลงตามมาตรา 13 ได้เช่นเดียวกัน.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 13

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2530 โจทก์ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ภ.ร.ด.2) ประจำปี พ.ศ. 2530ต่อเจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1 เพื่อให้กำหนดค่ารายปีและประเมินเรียกเก็บภาษีโรงเรือนประจำปี พ.ศ. 2530 สำหรับโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ตั้งอยู่เลขที่ 16/1 ถนนมไหสวรรย์ แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ต่อมาเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2530โจทก์ได้รับใบแจ้งรายการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดิน (ภ.ร.ด.8)ประจำปี พ.ศ. 2530 จากเจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1 โดยกำหนดค่ารายปีให้โจทก์ไปเสียภาษีโรงเรือน รวม 8 รายการคิดเป็นเงินภาษี 57,487.50 บาทโจทก์ไม่เป็นพ้องด้วยกับการประเมินของเจ้าพนักงานของจำเลยโจทก์จึงได้ยื่นคำร้องต่อจำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2530ขอให้พิจารณาการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินแสียใหม่

รวม 4 รายการต่อมาเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2531 โจทก์ได้รับใบแจ้งคำชี้ขาด(ภ.ร.ด.11) จากจำเลยที่ 2 โดยวินิจฉัยชี้ขาดให้โจทก์เสียภาษีโรงเรือนตามที่เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 ได้ประเมินไว้ทุกรายการ โดยไม่ให้โจทก์ได้รับลดหย่อนภาษีแต่ประการใด โจทก์เห็นว่าการประเมินภาษีโรงเรือนของเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1และคำชี้ขาดคำร้องของจำเลยที่ 2 ยังคลาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริงและไม่ชอบด้วยกฎหมายกล่าวคือ โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างประเภทติดตั้งเครื่องจักรใช้ดำเนินการอุตสาหกรรมในการผลิตสินค้า อันเป็นส่วนควบกับอาคารโรงเรือนนั้น เข้าลักษณะได้รับการลดหย่อนค่ารายปีลงเหลือหนึ่งในสามก่อนคิดคำนวณภาษี มีอยู่ทั้งสิ้น3 รายการ

คือ รายการที่ 1 โมบายออฟฟิศ รายการที่ 3 โรงคุมสายพานลำเลียงปูนซิเมนต์ และรายการที่ 8 ประเมินที่วางเครื่องจักรผสมคอนกรีต แต่จำเลยเรียกเก็บภาษีทั้ง 3 รายการไป โดยไม่ลดค่ารายปีลงเหลือหนึ่งในส่วนก่อนคำนวณภาษี จึงเรียกภาษีเกินไปส่วนโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างประเภทที่มีพื้นที่เป็นที่ดินต่อเนื่องกันคือ รายการที่ 2 สำนักงานขายบุคคโล (ตามคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่เป็นรายการที่ 2) ซึ่งมีเนื้อที่ 56.25ตารางเมตรนั้น เจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1 ประเมินค่ารายปีเป็นจำนวนทั้งสิ้น 364,140 บาท คิดค่าภาษี 45,517.50 บาท ทั้งนี้เนื่องจากเจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1 ได้นำเนื้อที่ของที่ดินทั้งหมดซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนอื่นทุกรายการ

รวม 4,090.99ตารางเมตร มารวมเข้ากับเนื้อที่ของโรงเรือนรายการที่ 2 แล้วนำไปประเมินค่าภาษีซึ่งได้ค่ารายปีในอัตรา 87.80 บาท ต่อตารางเมตรโจทก์เห็นว่าการที่เจ้าพนักงานทำการประเมินภาษีที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนทั้งหมดโดยนำมาคิดรวมไว้กับโรงเรือนรายการหนึ่งรายการใดเพียงรายการเดียว ย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากโรงเรือนทุกรายการที่ถูกประเมินต่างย่อมมีที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนสำหรับโรงเรือนนั้น ๆ ด้วย เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยควรเฉลี่ยพื้นที่ของที่ดินทั้งหมดซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนสำหรับโรงเรือนทุกรายการตามสัดส่วนของพื้นที่ของโรงเรือน ขอให้เพิกถอนการประเมินเรียกเก็บภาษีโรงเรือนของเจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1 ตามแบบแจ้งการประเมินภาษี (ภ.ร.ด.8)

ประจำปี พ.ศ. 2530เล่มที่ 24 เลขที่ 23 ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2530 และเพิกถอนใบแจ้งคำชี้ขาด (ภ.ร.ด.11) ของจำเลยที่ 2 เล่มที่ 9 เลขที่ 2 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2531 กับคืนเงินภาษีโรงเรือนให้แก่โจทก์เป็นเงินทั้งสิ้น 46,438.11 บาท พร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองให้การว่า ภาษีโรงเรือนของโจทก์ตามแบบ ภ.ร.ด.2ประจำปี พ.ศ. 2530 ในรายการที่ 1 ซึ่งเป็นสำนักงาน (โมบายออฟฟิศ)มีลักษณะเป็นโรงไม้ชั้นเดียว ภายในโรงเรือนมีเครื่องลักษณะคล้ายเครื่องบังคับไฟตั้งอยู่ เครื่องดังกล่าวมีระบบการสั่งงานและบังคับการทำงานของเครื่องผสมปูนซิเมนต์ (ผสมคอนกรีต) ในรายการที่ 8การตั้งของเครื่องบังคับดังกล่าว ก็มิได้มีสภาพและลักษณะการใช้งานอันเป็นเครื่องจักรกลไก

เครื่องกระทำหรือเครื่องกำเนินสินค้าเพื่อใช้ดำเนินการอุตสาหกรรมโรงเรือน รายการที่ 3 มีลักษณะเป็นโรงชั้นเดียวไม่มีฝาผนังภายในโรงมีเครื่องเดินสายพานสำหรับใช้ลำเลียงปูนซิเมนต์ตั้งอยู่ การติดตั้งมิได้มีลักษณะเป็นการติดตั้งส่วนควบที่สำคัญของโรงเรือนประกอบกับเครื่องดังกล่าวมิได้มีสภาพเป็นเครื่องจักรกลไก เครื่องกระทำ หรือเครื่องกำเนิดสินค้าเพื่อใช้ดำเนินการอุตสาหกรรมส่วนโรงเรือนรายการที่ 8 นั้น มิได้มีลักษณะเป็นโรงเรือน เป็นแต่เพียงบริเวณที่วางเครื่องผสมปูนซิเมนต์(ผสมคอนกรีต) และการติดตั้งเครื่องดังกล่าวก็มิได้เป็นส่วนควบของโรงเรือนใด อีกทั้งไม่มีลักษณะเป็นเครื่องเพื่อใช้ดำเนินการอุตสาหกรรม โจทก์จึงมิได้รับประโยชน์ในการลดหย่อนค่ารายปีสำหรับรายการที่ 1, 3 และ 8 ลงเหนือหนึ่งในสามก่อนคิดคำนวณภาษีการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินของเจ้าพนักงานประเมินในรายการที่ 1, 3 และ 8 ตามแบบแจ้งรายการประเมิน (ภ.ร.ด.8)

เล่มที่ 24เลขที่ 23 ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2530 และคำวินิจฉัยชี้ขาดของจำเลยที่ 2 ให้โจทก์ต้องชำระภาษีตามผลการประเมินของเจ้าพนักงานประเมิน จึงเป็นการชอบแล้วการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดิน ประจำปี พ.ศ. 2530 ในส่วนของพื้นที่ดินต่อเนื่องกับโรงเรือนนั้น ไม่ว่าใช้วิธีการคำนวณโดยเฉลี่ยพื้นที่ต่อเนื่องไปตามสัดส่วนของโรงเรือนทุกรายการหรือจะใช้วิธีคำนวณโดยนำพื้นที่ต่อเนื่องทั้งหมดไปรวมกับพื้นที่ของโรงเรือนรายการใดรายการหนึ่งก็ตาม ผลการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินในที่ดินแปลงนั้นทั้งหมดจะมีผลรวมเป็นจำนวนเงินที่เท่ากันเพราะจำนวนพื้นที่ดินต่อเนื่องทั้งหมดมีจำนวนคงที่และมีค่ารายปีในอัตราเฉลี่ยต่อตารางเมตรเป็นจำนวนเงินที่เท่ากัน และหากจะมีการเปลี่ยนแปลงการประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินในรายการที่ 2ตามวิธีที่โจทก์อ้าง

การประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินในรายการที่ 1, 3, 4, 5, 6, 7 และ 8 ก็จะต้องเปลี่ยนแปลงไปโดยประเมินภาษีเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนเงินเท่ากับเงินภาษีของพื้นที่ดินต่อเนื่องที่เฉลี่ยได้ตามสัดส่วนของโรงเรือนแต่ละรายการนั้น รวมเป็นเงิน 39,556.65 บาทด้วย การเปลี่ยนแปลงวิธีการดังกล่าวจึงไม่มีผลกระทบให้โจทก์ต้องเสียประโยชน์หรือได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด โจทก์ยังคงต้องชำระภาษีโรงเรือนและที่ดินปี พ.ศ. 2530 เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 57,487.50 บาท ตามแบบแจ้งการประเมินและคำชี้ขาดของจำเลย การประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินในรายการที่ 2 โดยวิธีนำเอาพื้นที่ดินต่อเนื่องของโรงเรือนทุกรายการมารวมกับพื้นที่ของโรงเรือนรายการที่ 2 ตามผลประเมินของเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการชอบแล้วเมื่อการประเมินและคำชี้ขาดของจำเลยในรายการที่ 1, 2, 3 และ 8ชอบด้วยข้อเท็จจริงตามข้อกฎหมาย

โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าภาษี จำนวน 46,438.11 บาท คืนจากจำเลยทั้งสอง และก็ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าดอกเบี้ยจากจำเลยทั้งสองเนื่องจากต้องห้ามตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 มาตรา 39ศาลภาษีอากรกลาง พิพากษาให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 ตามแบบแจ้งรายการประเมินภาษี (ภ.ร.ด.8)ประจำปี พ.ศ. 2530 เล่มที่ 24 เลขที่ 23 ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์2530 เฉพาะแต่โรงเรือนรายการที่ 1 รายการที่ 3 และรายการที่ 8กับเพิกถอนคำชี้ขาด (ภ.ร.ด.11) ของจำเลยที่ 2 เล่มที่ 9 เลขที่ 2ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2531 เฉพาะแต่ในส่วนที่เกี่ยวกับโรงเรือนพิพาทรายการที่ 1 รายการที่ 3 และรายการที่ 8 ตามแบบ

ภ.ร.ด.8เท่านั้น กับให้จำเลยที่ 1 คืนเงินจำนวน 5,100 บาท แก่โจทก์ภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ถ้าไม่คืนภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้จำเลยที่ 1 เสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันครบกำหนด 3 เดือนนับจากวันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดจนถึงวันชำระเสร็จแก่โจทก์ ส่วนคำขออื่นของโจทก์ให้ยกเสียจำเลยที่ 1 และที่ 3 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากร วินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าโจทก์ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับวัสดุที่ใช้หรือเกี่ยวเนื่องกับการก่อสร้างคอนกรีต และคอนกรีตเสริมเหล็กโดยใช้เครื่องจักรผสมคอนกรีตรายการที่ 8 ซึ่งติดตั้งตรึงตรากับพื้นดินตามภาพถ่ายหมาย

จ.6 แผ่นที่ 1 และ 2 หรือหมาย ล.1 แผ่นที่ 7 ในการผสมคอนกรีตดังกล่าวอยู่ภายใต้การควบคุมของพนักงานโจทก์ซึ่งอยู่ในอาคารสำนักงานโรงเรือนรายการที่ 1 ตามภาพถ่ายหมาย ล.1 แผ่นที่ 6 ในอาคารสำนักงานรายการที่ 1 นี้มีแผงควบคุมการทำงานและมีปุ่มกดควบคุมให้ได้หิน ทราบ ปูนและน้ำตามที่ต้องการเพื่อผสมคอนกรีตในเครื่องจักรรายการที่ 8 ส่วนโรงคุมสายพานลำเลียงปูนซิเมนต์รายการที่ 3ตามภาพถ่ายหมาย จ.6 แผ่นที่ 3 หรือ ล.1 แผ่นที่ 5 ได้ก่อสร้างเป็นโรงเรือนมีโครงเหล็กตรึงตรากับพื้นดิน มีหลังคาคลุมและด้านข้างมีกระเบื้องทำเป็นฝาทั้งสองข้าง นอกนั้นโปร่ง ภายในโรงเรือนดังกล่าวมีพื้นซิเมนต์และมีโครงเหล็กสำหรับแขวนสายพานลำเลียงปูนซิเมนต์ตรึงตรากับพื้นคอนกรีต

สายพานลำเลียงปูนซิเมนต์ทำงานด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้ายึดกับโครงเหล็กมีรอกแขวนสายพานด้วยโซ่และตะขอตัวรอกกับตะขอสามารถถอดออกได้เมื่อเวลาไม่ใช้สายพานที่จำเลยอุทธรณ์ว่า โรงคุมสายพานลำเลียงปูนซิเมนต์รายการที่ 3โครงเหล็กภายในโรงเรือนยึดกับสายพานลำเลียงปูนซิเมนต์โดยมีตัวรอกแขวนกับโครงเหล็ก ถัดจากตัวรอกมีตะขอเกี่ยวกับโซ่สายพาน และสายพานกับโครบเหล็นนั้นสามารถแยกจากกันได้จึงไม่เป็นส่วนควบที่สำคัญ และสายพานดังกล่าวมิได้เป็นเครื่องกระทำหรือเครื่องกำเนิดสินค้าเพื่อใช้ดำเนินการอุตสาหกรรม นั้น เห็นว่าจำเลยหยิบยกเฉพาะข้อเท็จจริงบางส่วนขึ้นกล่าวอ้างเท่านั้น แต่ข้อเท็จจริงที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนว่า

สภาพโครงสร้างของโรงเรือนมีพื้นเป็นคอนกรีต สามารถรองรับน้ำหนักปูนซิเมนต์ถุงที่เคลื่อนตามสายพานไปลงที่รถ ลักษณะการติดตั้งเช่นนี้ไม่น่าจะมีลักษณะชั่วคราว จำเลยมิได้หยิบยกขึ้นกล่าวด้วย อุทธรณ์ของจำเลยเช่นนี้เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลภาษีอากรกลางจึงเป็นการอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง และคดีนี้มีทุนทรัพย์พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาท ต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 25 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยข้อต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยต่อไปมีว่า การประเมินของเจ้าพนักงานจำเลยที่ 1 และคำวินิจฉัยของจำเลยที่ 2เฉพาะรายการที่ 1 สำนักงาน และรายการที่ 8 บริเวณที่วางเครื่องจักรผสมคอนกรีตโดยไม่ลดค่ารายปีให้โจทก์ลงเหลือหนึ่งในสามนั้นชอบหรือไม่

เห็นว่า พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ พ.ศ. 2475มาตรา 13 บัญญัติว่า "ถ้าเจ้าของโรงเรือนใดติดตั้งส่วนควบที่สำคัญมีลักษณะเป็นเครื่องจักรกลไก เครื่องกระทำหรือเครื่องกำเนินสินค้าเพื่อใช้ดำเนินการอุตสาหกรรม ฯลฯ ขึ้นในโรงเรือนนั้น ๆในการประเมินท่านให้ลดค่ารายปีลงเหหลือหนึ่งในสาม... ฯลฯ ตามนี้จะเห็นได้ว่า เครื่องจักรกลไก เครื่องกระทำหรือเครื่องกำเนินสินค้าที่ติดตั้งนั้นต้องติดตั้งในโรงเรือนและเป็นส่วนควบที่สำคัญจึงจะได้รับประโยชน์จากมาตรานี้ สำหรับรายการที่ 8 บริเวณที่วางเครื่องจักรผสมคอนกรีต ตามข้อเท็จจริงที่ศาลภาษีอากรกลางฟังมาและศาลฎีกาจำต้องถือตามปรากษว่า เครื่องจักรผสมคอนกรีตของโจทก์ติดตรึงตราถาวรกับพื้นดิน

ไม่ได้ติดตั้งในโรงเรือน จึงไม่มีข้อพิจารณาว่า โรงเรือนได้ติดตั้งเครื่องจักรผสมคอนกรีตเป็นส่วนควบที่สำคัญหรือไม่ และเครื่องจักรผสมคอนกรีตก็ไม่ใช่เป็นโรงเรือนเป็นเพียงสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ เท่านั้น ดังนี้แม้โจทก์จะติดตั้งเครื่องจักรกลไก เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมผลิตคอนกรีตผสมเสร็จก็ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้ลดค่ารายปีลงเหลือหนึ่งในสามก่อนคำนวณภาษีส่วนโรงเรือนรายการที่ 1 สำนักงาน แม้จะใช้เป็นที่ควบคุมการทำงานของเครื่องจักรผสมคอนกรีตมีแผงควบคุมการทำงานโดยมีปุ่มที่พนักงานของโจทก์คอยกดบังคับให้เครื่องจักรผสมคอนกรีตทำงานและติดตั้งอยู่ในอาคารดังกล่าวก็เห็นได้ว่า การผลิตคอนกรีตผสมเสร็จความสำคัญอยู่ที่เครื่องจักรผสมคอนกรีต

ฉะนั้นแม้แผงควบคุมการทำงานของเครื่องจักรผสมคอนกรีตจะเป็นส่วนควบของโรงเรือนอันเป็นสำนักงาน ก็หาใช่เป็นส่วนควบที่สำคัญเพื่อใช้ดำเนินการอุตสาหกรรมของโจทก์ไม่ การประเมินภาษีโรงเรือนสำหรับรายการที่ 1 สำนักงานและบริเวณที่วางเครื่องจักรผสมคอนกรีตรายการที่ 8 จึงลดค่ารายปีลงเหลือหนึ่งในสามตามมาตรา 13แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 ไม่ได้..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ที่ขอให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 ตามแบบแจ้งรายการประเมินภาษี(ภ.ร.ด.8) ประจำปี พ.ศ. 2530 เล่มที่ 24 เลขที่ 23 ลงวันที่ 25กุมภาพันธ์ 2530 เฉพาะโรงเรือนรายการที่ 1 และรายการที่ 8กับที่ขอให้เพิกถอนคำชี้ขาด (ภ.ร.ด.11) ของจำเลยที่ 2 เล่มที่ 9เลขที่ 2 ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2531 เฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับโรงเรือนรายการที่ 1 และรายการที่ 8 ตามแบบ ภ.ร.ด. 8 เสียด้วย ให้จำเลยที่ 1คืนเงิน 1,800 บาทแก่โจทก์ภายในกำหนดสามเดือน นับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด มิฉะนั้นให้จำเลยที่ 1 เสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับตั้งแต่วันครบกำหนดสามเดือนนับจากวันที่คำพิพากษาถึงที่สุดจนถึงวันชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลภาษีอากรกลาง.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ก้าน อันนานนท์ · จรัส อุดมวรชาติ · ตัน เวทไว
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14978/2558

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 13 บัญญัติว่า "ถ้าเจ้าของโรงเรือนใดติดตั้งส่วนควบที่สำคัญมีลักษณะเป็นเครื่องจักรกลไก เครื่องกระทำหรือเครื่องกำเนิดสินค้าเพื่อใช้ดำเนินการอุตสาหกรรมบางอย่าง เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14977/2558

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 5 บัญญัตินิยามของคำว่า "โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ" ให้กินความถึงแพด้วยเท่านั้น มิได้กำหนดความหมายไว้โดยเฉพาะ หม้อแปลงไฟฟ้าพิพาทติดตั้งยึดติดอยู่บน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13255/2558

พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 13 บัญญัติว่า "ถ้าเจ้าของโรงเรือนใดติดตั้งส่วนควบที่สำคัญมีลักษณะเป็นเครื่องจักรกลไก เครื่องกระทำหรือเครื่องกำเนิดสินค้าเพื่อใช้ดำเนินอุตสาหกรรมบางอย่าง เช่น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 187/2535

ตามคำฟ้องของโจทก์ยอมรับข้อเท็จจริงแล้วว่า ที่ดินที่โจทก์ใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดมีเนื้อที่ 4,090.99ตารางเมตร สำหรับปี พ.ศ. 2528 และ พ.ศ. 2529 กับมีเนื้อที่3,870.05 ตารางเมตร สำหร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3818/2534

การประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินกฎหมายให้ประเมินจากค่ารายปีกรณีไม่อาจทราบค่ารายปีได้จากค่าเช่าที่สมควรให้เช่าในปีหนึ่ง ๆจึงต้องประเมินโดยนำค่ารายปีของปีที่ล่วงมาถัดจากปีที่ต้องเสียภาษีขึ้นไปมาเป็นหลักใ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้