คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยยืมสร้อยคอทองคำไปจากโจทก์ จำเลยรับว่าจะนำมาคืนในวันรุ่งขึ้น ถึงกำหนดจำเลยไม่ได้นำมาคืน แล้วไม่นำมาคืน ขอให้ศาลบังคับจำเลยให้การว่า ไม่เคยยืมสร้อยคอทองคำจากโจทก์
โจทก์ฟ้องคดีนี้เกิน 6 เดือนนับแต่วันสิ้นสัญญา ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนสร้อยคอทองคำให้โจทก์ ถ้าคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยยืมสร้อยคอทองคำของโจทก์ไปแล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า
จำเลยให้การว่า โจทก์ฟ้อคดีนี้เมื่อพ้นเวลา 6 เดือนนับแต่วันสิ้นสัญญาคือวันที่ 14 พฤศจิกายน 2523 ฟ้องของโจทก์ขาดอายุความข้อต่อสู้ของจำเลยเป็นการยกเอาอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 649 ขึ้นมาอ้าง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อกฎหมายที่จำเลยยกขึ้นอ้างนั้นเป็นกรณีฟ้องให้รับผิดเพื่อเสียค่าทดแทนอันเกี่ยวกับการยืมใช้คงรูป เช่นเรียกค่าเสียหายเกี่ยวกับความชำรุดหรือเสื่อมราคาเนื่องจากการใช้สอยทรัพย์ที่ยืม มิใช่กรณีฟ้องเรียกคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยืมเหมือนอย่างคดีนี้ซึ่งไม่มีบทกฎหมายบัญญัติไว้ จึงต้องด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 คือมีอายุความ 10 ปี จำเลยรับว่าจะคืนทรัพย์ให้โจทก์ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2523 โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 4 กันยายน2524 คดีของโจทก์ยังไม่ขาดอายุความพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น