Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2591/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ฯ ไม่ได้บัญญัติถึงกรณีขอรับผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรมโดยผู้เยาว์นั้นไม่มีบิดามารดาที่จะให้ความยินยอมได้ไว้ จึงต้องนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 5 ซึ่งได้ตรวจชำระใหม่ มาตรา 1598/21 ซึ่งบัญญัติว่า ให้ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งอนุญาตให้มีการรับบุตรบุญธรรมมาใช้บังคับ และคำว่า "ศาล" ในมาตรานี้หมายถึงศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีธรรมดาเพราะมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชนฯ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 163 ข้อ 1 มิได้บัญญัติว่ากรณีเช่นนี้อยู่ในอำนาจของศาลคดีเด็กและเยาวชน ผู้ร้องที่ 1 ซึ่ง เป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ย่อมยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งซึ่งเป็นศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นเพื่อให้มีคำสั่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1598/21 ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องว่าผู้ร้องที่ ๑ เป็นผู้ปกครองตามกฎหมายของเด็กชายอัมพรพงษ์ผู้เยาว์ตามคำสั่งของศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง ผู้ร้องที่ ๒ เป็นสามีของผู้ร้องที่ ๑ และเป็นลุงเขยของผู้เยาว์ ผู้ร้องทั้งสองประสงค์จะรับผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรม แต่กรมประชาสงเคราะห์และที่ว่าการเขตไม่ยอมรับจดทะเบียนให้ อ้างว่าต้องมีคำสั่งศาลอนุญาตเสียก่อน ผู้ร้องทั้งสองจึงขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องทั้งสองรับเด็กชายอัมพรพงษ์ผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรม ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า คดีไม่อยู่ในอำนาจของศาลแพ่งที่จะพิจารณาพิพากษาจึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องของผู้ร้องทั้งสองไว้พิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่าสาระสำคัญแห่งคำร้องของผู้ร้องทั้งสองอยู่ที่ว่า การที่ผู้ร้องไม่สามารถขอจดทะเบียนรับเด็กชายอัมพรพงษ์ผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรมได้ เนื่องจากผู้เยาว์ปราศจากบิดาและมารดาที่จะให้ความยินยอมตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ ๕ ที่ได้ตรวจชำระใหม่ มาตรา ๑๕๙๘/๒๑ พระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒๐ บัญญัติว่า "ผู้ใดประสงค์จะขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ให้ยื่นคำขอพร้อมทั้งหนังสือแสดงความยินยอมของผู้มีอำนาจให้ความยินยอมในการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมตามกฎหมาย ฯลฯ " แต่ผู้ร้องทั้งสองไม่มีหนังสือแสดงความยินยอมของบุคคลผู้มีอำนาจให้ความยินยอมในการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมตามกฎหมายเพราะปรากฏตามสำเนาคำสั่งของศาลคดีเด็กและเยาวชนกลางท้ายคำร้องของผู้ร้องทั้งสองว่า

บิดาของเด็กชายอัมพรพงษ์ผู้เยาว์เป็นคนสาปสูญและศาลสั่งให้อำนาจปกครองอยู่กับมารดา ต่อมามารดาก็ถึงแก่กรรมอีก การรับเด็กชายพรพงษ์ผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรมจึงไม่มีบิดามารดาที่จะให้ความยินยอมได้ ตามพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ. ๒๕๒๒ ไม่ได้บัญญัติถึงการที่จะให้ได้ความยินยอมในกรณีเช่นนี้ไว้ จึงต้องอาศัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ ที่ได้ตรวจชำระใหม่ มาตรา ๑๕๙๘/๒๑ ซึ่งบัญญัติให้ผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ร้องต่อศาล ให้มีคำสั่งอนุญาตให้มีการรับบุตรบุญธรรม และคำว่าศาลในมาตรานี้หมายถึง ศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีธรรมดาเพราะมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชนพ.ศ. ๒๔๙๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๖๓ ข้อ ๑ มิได้บัญญัติว่า

กรณีเช่นนี้อยู่ในอำนาจของศาลคดีเด็กและเยาวชนทั้งกรณีของผู้ร้องที่ ๑ ก็ยังไม่อยู่ในขั้นตอนที่จะดำเนินคดีในศาลคดีเด็กและเยาวชนได้ตามพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมพ.ศ. ๒๕๒๒ ดังนั้น ผู้ร้องที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เยาว์ย่อมยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งซึ่งเป็นศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นเพื่อให้มีคำสั่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ ที่ได้ตรวจชำระใหม่มาตรา ๑๕๙๘/๒๑ ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองไม่รับคำร้องของผู้ร้องที่ ๑ ไว้พิจารณานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของผู้ร้องที่ ๑ ฟังขึ้น ส่วนผู้ร้องที่ ๒ มิใช่ผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กชายอัมพรพงษ์ผู้เยาว์ จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ ๕ ที่ได้ตรวจชำระใหม่ มาตรา ๑๕๙๘/๒๑ ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองไม่รับคำร้องของผู้ร้องที่ ๒ ไว้พิจารณานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผลฎีกาของผู้ร้องที่ ๒ ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และคำสั่งศาลชั้นต้นเฉพาะที่เกี่ยวกับผู้ร้องที่ ๑ ให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องของผู้ร้องที่ ๑ ไว้และดำเนินการไต่สวนแล้วมีคำสั่งใหม่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ ๕ ที่ได้ตรวจชำระใหม่ มาตรา ๑๕๙๘/๒๑ วรรคสอง สำหรับคำร้องของผู้ร้องที่ ๒ นั้น ให้ยกเสีย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประเทือง วรรณพงษ์ · ดำรง แจ่มสุธี · สุรัช รัตนอุดม
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายเลียบ ภิญญะวรรณ
ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ เกิดลาภผล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1824/2567

ในการเสนอคำฟ้องนั้น ป.วิ.พ. มาตรา 4 (1) บัญญัติว่า "คำฟ้อง ให้เสนอต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล หรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลไม่ว่าจำเลยจะมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรหรือไม่" คำว่า "มูลค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3412/2565

คำว่า มูลคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4 (1) หมายถึงต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิอันจะทำให้เกิดอำนาจฟ้องแก่โจทก์ โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาประกันภัยต่อโจทก์โดยไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 527/2561

แม้จำเลยที่ 2 มีบ้านพักอาศัยอยู่ที่จังหวัดนนทบุรีและได้แจ้งย้ายออกจากบ้านหลังดังกล่าวแล้วโดยไม่ปรากฏว่าได้แจ้งย้ายเข้าที่ใด แสดงว่าจำเลยที่ 2 ไม่มีเจตนาย้ายถิ่นที่อยู่และจงใจจะเปลี่ยนภูมิลำเนาตาม ป.พ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1475/2559

โจทก์บรรยายฟ้องกล่าวอ้างว่า จำเลยทำละเมิดต่อโจทก์โดยการนำที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ออกขายทอดตลาดให้แก่บุคคลภายนอกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และจำเลยมิได้มีคำขอให้มีการบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลแพ่งกรุงเทพใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1193/2559

แม้ตามคำฟ้องโจทก์จะระบุภูมิลำเนาของจำเลยอยู่ที่จังหวัดนครปฐม แต่โจทก์บรรยายคำฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยทำสัญญาซื้อขายกันที่อำเภอหาดใหญ่ และโจทก์ได้แนบสำเนาหนังสือสัญญาซื้อขายซึ่งระบุว่ามีการทำสัญญาที่โรงแร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้