Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2597/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ทำสัญญากันว่า 'ถ้าผู้เช่าประสงค์จะซื้อที่ดินผู้ให้เช่ายินยอมจะขายให้ ในราคา 8,000 บาท ถ้าผู้เช่าทอดเวลาซื้อขายไปนาน ผู้ให้เช่ามีสิทธิที่จะเสนอขายในราคาใหม่ได้ตามสภาพหรือสภาวะของการเงินในขณะนั้น' ดังนี้ เป็นข้อตกลงที่ราคาพิพาทยังไม่ยุติแต่เพียง 8,000 บาทอีกทั้งโจทก์(ผู้ให้เช่า) มีสิทธิที่จะขายในราคาใหม่ได้ถ้าการซื้อขายทอดเวลาออกไป จึงเป็นเพียงการให้คำมั่นว่าจะขายที่พิพาทแก่จำเลยเท่านั้นหาใช่สัญญาจะซื้อจะขายไม่ เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยได้แสดงเจตนาสนองรับจะซื้อที่พิพาทตามคำมั่นของโจทก์ จำเลยย่อมไม่อาจถือเอาประโยชน์จากข้อสัญญานี้ได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าที่ดินของโจทก์แล้วผิดสัญญาไม่ชำระค่าเช่า โจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าและให้จำเลยออกไปจากที่เช่า จำเลยไม่ยอมออก ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยตกลงซื้อที่ดินดังกล่าวจากโจทก์เป็นเงิน 8,000 บาท โจทก์ได้มอบสิทธิครอบครองให้จำเลยเข้าปลูกสร้างอาคารถาวรขึ้นในที่ดินดังกล่าว ส่วนราคาที่ดินจะจ่ายเมื่อโอนสิทธิ จำเลยมิได้ผิดสัญญา ขอให้พิพากษายกฟ้องโจทก์และฟ้องแย้งขอให้พิพากษาว่า ที่ดินตามฟ้องเป็นของจำเลยให้โจทก์รับเงินค่าซื้อขายจำนวน 8,000 บาทจากจำเลย ให้โจทก์แบ่งแยกที่ดินออกจากหลักฐานสิทธิโจทก์ หากโจทก์ไม่ดำเนินการก็ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นเครื่องแสดงเจตนาในการโอนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่เคยตกลงขายที่ดินแปลงพิพาทนี้ให้จำเลย ไม่เคยมอบสิทธิครอบครองให้จำเลย และทั้งไม่เคยแบ่งแยกที่ดินเพื่อขายให้จำเลยเพียงแต่แบ่งแยกชี้เขตให้จำเลยเช่าอยู่อาศัยเท่านั้น ตามหนังสือสัญญาที่ตกลงกันมีผลเป็นการเช่า แต่โจทก์ให้คำมั่นต่อจำเลยว่า ถ้าหากจำเลยต้องการจะซื้อที่ดินแล้ว โจทก์จะขายให้ในราคา 8,000 บาท ได้เตือนให้จำเลยซื้อที่ดินแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉยเสียถือว่าคำมั่นของโจทก์สิ้นสุดลง ขอให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ให้จำเลยชำระเงินค่าซื้อที่ดินแก่โจทก์จำนวน 8,000 บาท ให้โจทก์ดำเนินการแบ่งแยกที่พิพาทออกจากหลักฐานสิทธิของโจทก์ หากโจทก์ไม่ดำเนินการก็ให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นเครื่องแสดงเจตนาในการโอนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แทนโจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'ข้อความตามสัญญาเอกสารหมาย จ.1 เป็นสัญญาเช่าที่พิพาทระหว่างโจทก์จำเลยโดยจำเลยเป็นผู้เช่าและโจทก์เป็นผู้ให้เช่า แต่ในสัญญาข้อ 2 โจทก์ให้คำมั่นว่า จะขายที่พิพาทให้แก่จำเลยในราคา 8,000 บาท เป็นการแสดงว่าก่อนทำสัญญาฉบับนี้ โจทก์จำเลยยังมิได้ตกลงจะซื้อจะขายที่พิพาทกันเพราะถ้าได้ตกลงจะซื้อจะขายกันแล้ว ก็ไม่จำต้องระบุไว้ว่า โจทก์ให้คำมั่นว่าจะขายที่พิพาทแก่จำเลยอีกและข้อความที่ว่า ถ้าผู้เช่า (จำเลย) ทอดเวลาการซื้อขายไปนานผู้ให้เช่า (โจทก์) มีสิทธิจะเสนอขายในราคาใหม่ได้ซึ่งข้อความตามที่กล่าวนี้แสดงให้เห็นว่า โจทก์จำเลยหาได้ตกลงจะซื้อจะขายที่พิพาทกันเป็นการแน่นอนแล้วไม่ เพราะถ้าจะซื้อจะขายเป็นการแน่นอนแล้ว

ราคาก็ควรยุติเพียง 8,000 บาท เป็นการตายตัว คู่สัญญาพึงปฏิบัติต่อกันตามราคานั้น โจทก์หามีอำนาจกำหนดราคาขึ้นใหม่อีกไม่ศาลฎีกาเห็นต่อไปว่าจำเลยน่าจะตระหนักเป็นอย่างดีว่า สัญญาตามเอกสารหมาย จ.1 มิใช่สัญญาจะซื้อจะขาย อันตนไม่อาจจะถือเอาประโยชน์จากสัญญานั้นได้จำเลยจึงได้ตอบทนายโจทก์อ้างสิทธิอีกประการหนึ่งว่า การตกลงซื้อขายกับโจทก์เป็นการตกลงกันด้วยวาจา ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ และเมื่อได้ทำสัญญาเอกสารหมาย จ.1 ขึ้นแล้วไม่ปรากฏว่าจำเลย (ผู้เช่า) ได้แสดงเจตนาสนองรับจะซื้อที่พิพาทจากโจทก์ตามคำมั่นของโจทก์ จึงไม่ก่อให้เกิดสัญญาจะซื้อจะขายที่พิพาทขึ้นระหว่างโจทก์และจำเลย เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2525โจทก์อ้างว่าจำเลยปฏิบัติผิดสัญญา

ขอให้ออกไปจากที่ดินภายใน 1 เดือน ตามเอกสารหมาย จ.2 จำเลยก็มิได้ค้านว่ามีสัญญาจะซื้อจะขายกัน จำเลยจึงอยู่ในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่าดังกล่าว ในสัญญาเช่าได้กำหนดให้จำเลยต้องรับผิดชำระค่าเช่าแก่โจทก์เดือนละ 30 บาท แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ชำระค่าเช่าดังกล่าวแก่โจทก์นับแต่วันทำสัญญาเช่า จึงถือได้ว่าจำเลยผิดสัญญาเช่า โจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าเสียได้และคดีฟังได้ว่าโจทก์ได้บอกเลิกสัญญาเช่าแล้ว จำเลยจึงไม่มีสิทธิอยู่ในที่พิพาทของโจทก์อีกต่อไป ที่ศาลล่างทั้งสองฟังว่าโจทก์ตกลงจะขายที่พิพาทให้จำเลยโดยมอบที่ดินที่จะซื้อขายให้จำเลยแล้ว เป็นการชำระหนี้บางส่วนไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น'

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่พิพาทของโจทก์ ให้จำเลยรื้อถอนโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่พิพาทของโจทก์ ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมฟ้องและฟ้องแย้งทั้งสามศาลให้เป็นพับกันไปทั้งสองฝ่าย.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ถวิล ทองสว่างรัตน์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · ปชา วรธรรมพินิจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1994/2566

คณะอนุญาโตตุลาการมีคำวินิจฉัยสรุปได้ความว่า ข้อเสนอที่จะขายที่ดินพิพาทในราคาพิเศษให้ผู้คัดค้านนั้นไม่ถือว่าเป็นสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาดตาม ป.พ.พ. มาตรา 456 และไม่ขัดต่อ ป.พ.พ. มาตรา 152 ทั้งประเด็นเรื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4741/2565

แม้ที่ดินพิพาทมีข้อกำหนดห้ามโอนภายในสิบปี ตามมาตรา 58 ทวิ แห่ง ป.ที่ดิน นับแต่วันที่ 30 สิงหาคม 2553 และโจทก์จำเลยทำสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2556 ภายในเวลาสิบปีตามข้อกำหนดห้ามโอนก็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1457/2563

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปในเคหสถานที่อยู่อาศัยของผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร โดยไม่ได้บรรยายฟ้องถึงองค์ประกอบความผิดว่าจำเลยกระทำโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1433/2563

โจทก์ไม่ได้ตกลงโอนสิทธิตามสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดพิพาทให้แก่จำเลยร่วมเนื่องจากจำเลยที่ 2 ปลอมหนังสือโอนสิทธิตามสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จะขายจึงมีหน้าท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5721/2562

การที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองว่าร่วมกันค้าขายพืชไร่โดยใช้ชื่อทางการค้าว่า "ท่าข้าว ก." สั่งซื้อข้าวโพดจากโจทก์แล้วไม่ชำระราคา ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ย แล้วจำเลยทั้งสองให้การว่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้