Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2599/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามประกาศของจำเลยที่ปลดโจทก์ออกจากงาน จำเลยอ้างเหตุ เพียงว่าโจทก์ละทิ้งการปฏิบัติงานเท่านั้น เท่ากับจำเลยประสงค์จะถือเอาเฉพาะเหตุที่ระบุในประกาศเพียงประการเดียวเป็นเหตุเลิกจ้าง ไม่ได้ถือเอาเหตุอื่นเป็นเหตุเลิกจ้างด้วย ดังนี้เมื่อจำเลยถูกฟ้องก็ชอบที่จะยกเหตุตามที่ระบุในประกาศดังกล่าวเป็นข้อต่อสู้เท่านั้น จำเลยจะยกเหตุอื่นนอกเหนือจากที่ระบุในประกาศดังกล่าวเป็นข้อต่อสู้ไม่ได้ ดังนั้นจำเลยจะยกเหตุว่าโจทก์จงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหายขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในชั้นพิจารณาของศาลเพื่อที่จะไม่จ่ายค่าชดเชยหาได้ไม่ แม้ประเด็นข้อนี้ศาลแรงงานวินิจฉัยไว้ ศาลฎีกาก็ไม่รับวินิจฉัยให้ ตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยได้กำหนดโทษร้ายแรงถึงขั้นไล่ออกโดยไม่จ่ายค่าชดเชยไว้ได้แก่ 1. เล่นการพนัน 2. ดื่มสุราในโรงงาน3. ทะเลาะวิวาทในโรงงาน 4. ปั๊มบัตรบันทึกเวลาแทนกันดังนั้น การที่โจทก์ทั้งแปดละทิ้งหน้าที่ไปดื่มสุราที่บ้านพักของโจทก์ที่ 5 โดยโจทก์ทั้งแปดมิได้ดื่มสุราในโรงงานจึงไม่เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานอันเป็นกรณีที่ร้ายแรง ดังนี้จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์ทั้งแปดโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยไม่ได้ คดีแรงงานเป็นคดีที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างไปจากคดีแพ่งโดยทั่วไปการดำเนินคดีจะต้องเป็นไปโดยสะดวก ประหยัดและรวดเร็ว เมื่อจำเลยมีสิทธิยื่นคำให้การเป็นหนังสือก่อนวันเวลาที่ศาลแรงงานนัดให้มาศาลก็ได้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 37 วรรคท้าย กรณีจึงนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 178มาใช้บังคับโดยอนุโลมไม่ได้ ศาลแรงงานนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์ ในวันนัดดังกล่าวจำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้ง โจทก์รับสำเนาคำให้การและฟ้องแย้ง แต่ศาลแรงงานมิได้สืบพยานโจทก์ ทั้งได้เปลี่ยนหน้าที่นำสืบเป็นกำหนดให้จำเลยนำสืบพยานก่อนโดยเลื่อนคดีไปนัดสืบพยานจำเลย ครั้นถึงวันนัดโจทก์จึงได้ยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้ง แม้โจทก์ยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้งหลังจากครบ 15 วัน นับแต่วันรับสำเนาคำให้การและฟ้องแย้งก็ตาม โจทก์ก็มีสิทธิยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้งได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 177 ป.วิ.พ. มาตรา 178 ป.วิ.พ. มาตรา 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 37 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 46 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 47

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งแปดสำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางรวมพิจารณาและพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยให้เรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 8โจทก์ทั้งแปดฟ้องว่า โจทก์ทั้งแปดเป็นลูกจ้างจำเลยวันเข้าทำงาน ตำแหน่งหน้าที่และค่าจ้างอัตราสุดท้ายของโจทก์แต่ละคนปรากฏตามคำฟ้องของโจทก์แต่ละสำนวน จำเลยกำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันที่ 10 และ 26 ของเดือนเมื่อวันที่30 เมษายน 2540 จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งแปด โดยโจทก์ทั้งแปดไม่ได้กระทำความผิดและไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ในการทำงานกับจำเลย จำเลยหักค่าจ้างของโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 5ที่ 6 และที่ 8 ไว้เป็นเงินประกันโดยจำเลยจะคืนเงินประกันดังกล่าวให้เมื่อโจทก์แต่ละคนออกจากงานโดยไม่ก่อความเสียหายให้แก่จำเลย หลังจากจำเลยเลิกจ้างโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 5ที่ 6 และที่ 8 แล้ว

จำเลยไม่ยอมคืนเงินประกันตามฟ้องให้แก่โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 8 ทั้งจำเลยได้ค้างจ่ายค่าจ้างโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 และที่ 8 ตั้งแต่วันที่16 ถึง 29 เมษายน 2540 นอกจากนี้จำเลยยังสั่งให้โจทก์ที่ 2ถึงที่ 8 ทำงานล่วงเวลาตามวันเวลาที่ระบุในบัญชีค่าล่วงเวลาเอกสารท้ายคำฟ้องของโจทก์แต่ละสำนวน และจำเลยสั่งให้โจทก์ที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 6 และที่ 8 มาทำงานในวันหยุดประจำสัปดาห์โดยจำเลยไม่จ่ายค่าทำงานล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุดประจำสัปดาห์แก่โจทก์แต่ละคนขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเงินประกัน ค่าจ้างค้างจ่าย ค่าล่วงเวลา และค่าทำงานในวันหยุดประจำสัปดาห์ตามที่ปรากฏในคำขอท้ายฟ้องของโจทก์แต่ละสำนวนจำเลยทั้งแปดสำนวนให้การและฟ้องแย้งว่า

ค่าจ้างค้างจ่ายค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุดประจำสัปดาห์ และเงินประกันของโจทก์แต่ละคนจำเลยได้ชำระให้แล้ว เหตุที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งแปด เพราะเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2540 โจทก์ทั้งแปดร่วมกันชัดชวน ยุยง ปลุกปั่น ลูกจ้างจำเลยแผนกแม่พิมพ์ทั้งหมดละทิ้งหน้าที่ไปดื่มสุรา ไม่ยอมเข้าทำงานตั้งแต่เวลา12.30 นาฬิกา จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ทั้งแปดเข้าทำงานแต่โจทก์ทั้งแปดไม่ยอมเข้าทำงานจนกระทั่งถึงเวลา 16.00 นาฬิกาซึ่งเป็นเวลาเลิกงาน การกระทำของโจทก์ทั้งแปดเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควรและไม่ได้รับอนุญาตและเป็นการจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลยเป็นกรณีที่ร้ายแรง

จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ทั้งแปดได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย การที่โจทก์ทั้งแปดละทิ้งหน้าที่ไม่เข้าทำงานเป็นเหตุให้กระบวนการทำงานของแผนกแม่พิมพ์ขาดตอนโดยโจทก์ทั้งแปดทราบดีว่า งานที่ทำเป็นงานเร่งด่วน มีกำหนดส่งมอบให้ลูกค้าในวันที่ 30 เมษายน 2540 การกระทำของโจทก์ทั้งแปดเป็นเหตุให้งานไม่เสร็จตามกำหนด ลูกค้าระงับคำสั่งซื้อทั้งหมดจำเลยได้รับความเสียหายเป็นเงิน 313,200 บาท ขอให้ยกฟ้องและบังคับให้โจทก์ทั้งแปดร่วมกันชำระเงินจำนวน313,200 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องแย้งจนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลยโจทก์ทั้งแปดให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ทั้งแปดไม่ได้ร่วมชุมนุมชักชวน

ยุยง ปลุกปั่น ลูกจ้างจำเลยแผนกแม่พิมพ์ทั้งในช่วงสัปดาห์ดังกล่าวไม่มีงานเร่งด่วน จำเลยไม่ได้รับความเสียหาย หากเสียหาย ค่าเสียหายก็ไม่เกิน 1,500 บาทขอให้ยกฟ้องแย้งศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 50,100 บาท โจทก์ที่ 2 จำนวน 57,906 บาทโจทก์ที่ 3 จำนวน 19,890 บาท โจทก์ที่ 4 จำนวน 5,700 บาทโจทก์ที่ 5 จำนวน 4,950 บาท โจทก์ที่ 6 จำนวน 5,250 บาทโจทก์ที่ 7 จำนวน 4,710 บาท และโจทก์ที่ 8 จำนวน 33,000 บาทคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกและยกฟ้องแย้งจำเลยทั้งแปดสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ตามประกาศของจำเลยเอกสารหมาย จ.2 ถึง จ.4 ที่ลงประกาศปลดโจทก์ทั้งแปดออกจากงาน จำเลยอ้างเหตุเพียงว่าโจทก์ทั้งแปดละทิ้งการปฏิบัติงานเท่านั้น

เท่ากับจำเลยประสงค์จะถือเอาเฉพาะเหตุที่ระบุในประกาศเพียงประการเดียวเป็นเหตุเลิกจ้าง ไม่ได้ถือเอาเหตุอื่นเป็นเหตุเลิกจ้างด้วยดังนี้เมื่อจำเลยถูกฟ้องก็ชอบที่จะยกเหตุตามที่ระบุในประกาศเท่านั้นเป็นข้อต่อสู้ จำเลยจะยกเหตุอื่นนอกเหนือจากที่ระบุในประกาศดังกล่าวเป็นข้อต่อสู้ไม่ได้ จำเลยจึงยกเหตุว่าโจทก์ทั้งแปดจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหายขึ้นเป็นข้อต่อสู้เพื่อที่จะไม่จ่ายค่าชดเชยหาได้ไม่ แม้ประเด็นข้อนี้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยไว้ ศาลฎีกาก็ไม่รับวินิจฉัยให้ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยข้อต่อไปว่า การที่โจทก์ทั้งแปดละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควรแล้วไปร่วมกันดื่มสุราดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นกรณีที่ร้ายแรงหรือไม่

เห็นว่าตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหมวดที่ 7 ระเบียบวินัยและโทษทางวินัย จำเลยได้กำหนดโทษร้ายแรงถึงขั้นไล่ออกโดยไม่จ่ายค่าชดเชยไว้ได้แก่ 1. เล่นการพนัน 2. ดื่มสุราในโรงงาน 3. ทะเลาะวิวาทในโรงงาน 4. ปั๊มบัตรบันทึกเวลาแทนกัน เมื่อข้อเท็จจริงตามที่ศาลแรงงานกลางฟังเป็นยุติว่า โจทก์ทั้งแปดละทิ้งหน้าที่ไปดื่มสุราที่บ้านพักของโจทก์ที่ 5 แต่ไม่เป็นการชุมนุมอันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานดังกล่าวข้อ 7.3.5 เช่นนี้จึงเป็นกรณีที่โจทก์ทั้งแปดมิได้ดื่มสุราในโรงงานแต่อย่างใด การที่โจทก์ทั้งแปดละทิ้งหน้าที่ จึงเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ข้อ 7.3.10 ซึ่งมิใช่เป็นกรณีที่ร้ายแรงจำเลยอุทธรณ์เป็นข้อสุดท้ายว่า โจทก์ทั้งแปดยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้งหลังจากครบ 15 วัน นับแต่วันที่โจทก์ทั้งแปดได้รับสำเนาคำให้การและฟ้องแย้งแล้ว

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งรับคำให้การแก้ฟ้องแย้งของโจทก์ทั้งแปดจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 178 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 31 นั้น เห็นว่า คดีแรงงานเป็นคดีที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างไปจากคดีแพ่งโดยทั่วไป การดำเนินคดีจะต้องเป็นไปโดยสะดวก ประหยัดและรวดเร็ว จำเลยมีสิทธิยื่นคำให้การเป็นหนังสือก่อนวันเวลาที่ศาลแรงงานนัดให้มาศาลก็ได้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 37 วรรคท้าย เมื่อพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 37 วรรคท้ายได้กำหนดเรื่องระยะเวลาให้จำเลยยื่นคำให้การไว้โดยเฉพาะแล้ว

กรณีนี้จึงนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 178 มาใช้บังคับโดยอนุโลมไม่ได้ ข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2540 ศาลแรงงานกลางนัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์วันนั้นจำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้ง โจทก์ทั้งแปดรับสำเนาคำให้การและฟ้องแย้ง แต่ศาลแรงงานกลางมิได้สืบพยานโจทก์ทั้งได้เปลี่ยนหน้าที่นำสืบเป็นกำหนดให้จำเลยนำสืบพยานก่อนโดยเลื่อนคดีไปนัดสืบพยานจำเลยวันที่ 25 กรกฎาคม 2540 เมื่อถึงวันนัดทนายโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 7 ขอเลื่อนคดีศาลแรงงานกลางอนุญาตให้เลื่อนคดีไปสืบพยานจำเลยวันที่ 26 สิงหาคม 2540ครั้นถึงวันนัดโจทก์ทั้งแปด ยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้งฉบับลงวันที่26 สิงหาคม 2540 เช่นนี้แม้โจทก์ทั้งแปดยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้งหลังจากครบ 15 วัน นับแต่วันรับสำเนาคำให้การและฟ้องแย้งก็ตาม โจทก์ทั้งแปดก็มีสิทธิยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้งได้ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งรับคำให้การแก้ฟ้องแย้งของโจทก์ทั้งแปดจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิรัตน์ ลัทธิวงศกร · พรชัย สมรรถเวช · สมมาตร พรหมานุกูล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1056/2543

โจทก์อุทธรณ์ว่า การกู้ยืมเงินเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์การที่จำเลยออกระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานว่า ห้ามพนักงานปล่อยเงินกู้โดยถือเป็นความผิดในกรณีร้ายแรง เป็นการออกระเบียบที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายแ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2607/2541

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 104 ประกอบ พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 31 ศาลแรงงานย่อมมีอำนาจเต็มที่ในอันที่จะวินิจฉัย ว่า พยานหลักฐานที่คู่ความนำมาสื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 294/2541

กรณีที่โจทก์ยื่นใบลาป่วยขอหยุดงานรวม 90 วันนั้น เหตุแห่งการลาป่วยเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏในขณะที่โจทก์ยื่นใบลา จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างจึงอนุญาตให้โจทก์หยุดงานไปตามนั้น แต่ต่อมาเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่าโจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2893/2540

การเลิกจ้างที่นายจ้างจะต้องจ่ายค่าชดเชยหรือไม่ จะต้องพิจารณาถึงเหตุแห่งการเลิกจ้างในขณะที่เลิกจ้างเป็นสำคัญ กรณีที่จำเลยอุทธรณ์เป็นการพิพาทกันระหว่างโจทก์กับ จ.เกี่ยวกับการบริหารงานของ จ.ในตำแหน่งประธ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2621/2538

โจทก์มีหน้าที่ทำงานออกแบบเสื้อให้จำเลยย่อมต้องปฏิบัติงานให้จำเลยในระหว่างทำงานให้ลุล่วงไปตามสมควรเพื่อให้เกิดผลคุ้มค่ากับค่าจ้างการที่โจทก์รับงานนอกเข้ามาทำในระหว่างทำงานโดยใช้อุปกรณ์ของจำเลยได้แก่ภู่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้