Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 260/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยโดยเหตุที่ว่าผู้ลงชื่อในอุทธรณ์ศาลมิได้อนุญาตให้เป็นทนายความของจำเลยนั้น เป็นการสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 232 เมื่อจำเลยมิได้ทำอุทธรณ์ให้ถูกต้องและมายื่นใหม่ภายในอายุอุทธรณ์แต่กลับร้องขอแก้ไขความบกพร่องในอุทธรณ์ที่ศาลไม่รับเสียแล้ว เมื่อศาลชั้นต้นไม่อนุญาตจำเลยจึงยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ตามมาตรา 234 และศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นแล้ว ดังนี้ คำสั่งศาลอุทธรณ์จึงเป็นที่สุดตามมาตรา 236 แม้ฎีกาของจำเลยจะมีข้อความคัดค้านคำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้จำเลยแก้ไขความบกพร่องก็ดี แต่ผลที่สุดก็ขอให้สั่งอนุญาตให้จำเลยลงชื่อในอุทธรณ์ที่ศาลชั้นต้นไม่รับแล้วเท่ากับฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นนั้นเองจำเลยจะฎีกาหาได้ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ห้ามจำเลยทั้งสองทำการก่อสร้างในที่ดินมรดกของนายแนบพหลโยธิน ให้ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องและขัดขวางโจทก์ และขอให้ส่งมอบที่ดินแก่โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกศาลชั้นต้นพิพากษาห้ามมิให้จำเลยเข้าไปทำการก่อสร้างในที่ดินและห้ามมิให้จำเลยและบริวารเข้าไปเกี่ยวข้องในที่ดินดังกล่าวจำเลยทั้งสองอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์และคำร้องขอทุเลาการบังคับของจำเลยที่ 1แต่ไม่รับอุทธรณ์และคำร้องขอทุเลาการบังคับของจำเลยที่ 2 เพราะผู้ลงชื่อในอุทธรณ์และคำร้องขอทุเลาการบังคับนั้น ศาลมิได้อนุญาตให้เป็นทนายความของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมความบกพร่อง โดยขออนุญาตลงชื่อและประทับตราจำเลยที่ 2 กับเพิ่มข้อความท้ายอุทธรณ์ศาลชั้นต้นสั่งว่า

ศาลสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ไปแล้ว ไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 2 แก้เพิ่มเติมชื่อ ให้ยกคำร้องจำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ โดยขอให้อนุญาตให้จำเลยที่ 2 แก้ไขความผิดพลาดบกพร่อง โดยให้ลงชื่อในอุทธรณ์ แล้วรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณาศาลอุทธรณ์สั่งว่า คำสั่งศาลชั้นต้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 บังคับให้ยื่นต่อศาลชั้นต้นมาตรา 232 บัญญัติให้ศาลชั้นต้นตรวจอุทธรณ์และมีคำสั่งให้ส่งหรือปฏิเสธไม่ส่งอุทธรณ์นั้นไปยังศาลอุทธรณ์ ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

ถ้าศาลปฏิเสธไม่ส่ง ให้ศาลแสดงเหตุที่ไม่ส่งนั้นไว้ในคำสั่งทุกเรื่องไป ถ้าเหตุที่ไม่ส่งนั้นเป็นไปโดยอุทธรณ์ไม่ถูกต้อง ผู้อุทธรณ์อาจทำให้ถูกต้องแล้วนำมายื่นใหม่ภายในอายุอุทธรณ์ได้ แต่ถ้าผู้อุทธรณ์ไม่นำมายื่นใหม่ก็มีมาตรา 234 บังคับไว้ว่า ถ้าศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์ ผู้อุทธรณ์อาจอุทธรณ์คำสั่งนั้นไปยังศาลอุทธรณ์ โดยยื่นคำขอเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้น และมีมาตรา 236บังคับให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาคำร้องอุทธรณ์ ฟ้องอุทธรณ์ คำพิพากษาและคำสั่งศาลชั้นต้น ถ้าเห็นจำเป็นที่จะต้องตรวจสำนวน ก็ให้เรียกสำนวนมาตรวจแล้วมีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น หรือมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ คำสั่งนี้ให้เป็นที่สุดตามฎีกาของจำเลยที่ 2 แม้จะมีข้อความคัดค้านคำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้จำเลยขอแก้ไขความบกพร่องในเรื่องอำนาจของผู้แทนนิติบุคคลมาลอย

ๆ ก็ดี แต่ผลที่สุดก็ขอให้สั่งอนุญาตให้แก้ไขเพิ่มเติมความบกพร่องโดยอนุญาตให้จำเลยที่ 2 ลงชื่อและประทับตราของจำเลยที่ 2 ในอุทธรณ์ที่ศาลชั้นต้นไม่รับแล้ว เท่ากับเป็นฎีกาคัดค้านคำสั่ง ศาลอุทธรณ์ที่ยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นนั้นเอง เมื่อปรากฏว่าศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 คดีนี้ โดยเหตุที่ว่าผู้ลงชื่อในอุทธรณ์ ศาลมิได้อนุญาตให้เป็นทนายความของจำเลยที่ 2 ก็ได้ชื่อว่าสั่งตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 232 แล้ว แต่จำเลยที่ 2 ก็มิได้ทำอุทธรณ์ให้ถูกต้องและมายื่นใหม่ ภายในอายุอุทธรณ์ จำเลยกลับร้องขอแก้ไขความบกพร่องในอุทธรณ์ที่ศาลไม่รับเสียแล้ว เมื่อศาลชั้นต้นไม่อนุญาต จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ตามมาตรา 234 และศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นแล้วเช่นนี้ คำสั่งศาลอุทธรณ์ จึงเป็นที่สุดตามมาตรา 236 จำเลยที่ 2 จะฎีกาหาได้ไม่พิพากษาให้ยกฎีกาจำเลยที่ 2 เสีย

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กฤษณ์ โสภิตกุล · จันทร์ ระรวยทรง · ชุบ วีระเวคิน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1404/2498

เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดในคดีล้มละลายแล้ว เจ้าหนี้ต้องไปขอรับชำระหนี้ทางเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะมาดำเนินคดีทางศาสนาหาได้ไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องไปแล้ว โจทก์จึงยื่นอุทธรณ์แต่เสียค่าธร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2476/2554

หลังจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยฉบับลงวันที่ 30 กรกฎาคม 2551 ต่อมาวันที่ 4 สิงหาคม 2551 ซึ่งยังอยู่ในกำหนดระยะเวลายื่นอุทธรณ์ตามที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยาย จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ฉบับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8584/2553

จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีหน้าที่ส่งคำร้องนั้นไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 3 ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 236 ไม่มีหน้าที่ตรวจสั่งไม่รับเหมือนอย่างชั้นรับหรือไม่รับอุทธรณ์ตามความใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 132/2549

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดี โดยขอให้ศาลอุทธรณ์ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นสืบพยานต่อไปแล้วมีคำพิพากษาใหม่ จึงอยู่ภายใต้บังคับ ป.วิ.พ. มาตรา 229 เมื่อจำเลยมิได้วา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 665/2548

การนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมอุทธรณ์นั้น ป.วิ.พ. มาตรา 229 บัญญัติให้เป็นหน้าที่ของผู้อุทธรณ์ที่จะต้องนำเงินมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ด้วย การที่ศาลชั้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้