Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2600/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โดยปกติการละเว้นกระทำไม่ถือว่าเป็นการกระทำอันจะเป็นละเมิดเว้นแต่เป็นการละเว้นกระทำในเมื่อมีหน้าที่ต้องกระทำเพื่อป้องกันผลนั้นจึงจะถือได้ว่าเป็นการกระทำอันจะเป็นละเมิด ตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการเงินพ.ศ.2528หมวด2ข้อ6กำหนดให้ผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเงินมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการจัดเจ้าหน้าที่รับจ่ายเงินฉะนั้นจำเลยที่2ผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเงินจะต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่รับจ่ายเงินขึ้นซึ่งเจ้าหน้าที่รับจ่ายเงินมีหน้าที่และความรับผิดชอบตามข้อบังคับดังกล่าวข้อ13คือทำหลักฐานรับจ่ายเงินรับผิดชอบเงินที่รับและจ่ายรับจ่ายเงินให้ถูกต้องตามหลักฐานการรับจ่ายทำงบแสดงยอดเงินรับจ่ายและคงเหลือเสนอต่อผู้มอบเงินไปจ่ายซึ่งหากจำเลยที่2จัดให้มีเจ้าหน้าที่รับจ่ายเงินขึ้นโอกาสที่จำเลยที่1ซึ่งเป็นหัวหน้านายทหารการเงินและเบียดบังเอาเงินของโจทก์ที่จำเลยที่1ได้รับมอบมาเพื่อนำฝากเข้าบัญชีของหน่วยงานของโจทก์ไปก็จะไม่มีหรือยากขึ้นการที่จำเลยที่2ละเว้นไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับดังกล่าวโดยประมาทเลินเล่อจึงเป็นผลโดยตรงให้จำเลยที่1เบียดบังเอาเงินของโจทก์ไปเป็นการละเว้นกระทำในเมื่อมีหน้าที่ต้องกระทำเพื่อป้องกันผลนั้นจึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์จำเลยที่2จึงต้องร่วมกับจำเลยที่1รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2503 มาตรา 17 จังหวัดทหารบกอุดร(ส่วนแยกที่ 1 สกลนคร) เป็นส่วนราชการสังกัดโจทก์ ซึ่งมีโรงพยาบาลค่ายกฤษณ์สีวะราเป็นหน่วยที่ขึ้นตรงอยู่ด้วย ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 เป็นนายทหารสัญญาบัตรประจำการ สังกัดจังหวัดทหารบกอุดร(ส่วนแยกที่ 1 สกลนคร) ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้านายทหารการเงินจำเลยที่ 2 และพันเอกภาณุ โกศลสิทธิ์ เป็นผู้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บังคับการ และพันเอกภาณุดำรงตำแหน่งรองผู้บังคับการมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการปฏิบัติงานธุรการ งานด้านการเงินและการบริหารทั่วไปนอกจากนี้พันเอกภาณุยังมีฐานะเป็นผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเงิน

ส่วนจำเลยที่ 2 มีฐานะเป็นผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเงินแทนพันเอกภาณุในกรณีที่พันเอกภาณุไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นครั้งคราวตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการสั่งการและการประชาสัมพันธ์พ.ศ. 2527 ข้อ 17 เมื่อระหว่างวันที่ 8 มกราคม 2529 ถึงวันที่31 กรกฎาคม 2529 คลังจังหวัดสกลนคร ได้จ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลตามฎีกาชำระเงินตรงที่ 156/2529 จำนวน 120,460 บาทฎีกาชำระเงินตรงที่ 157/2529 จำนวน 120,439 บาท ฎีกาชำระเงินตรงที่ 429/2529 จำนวน 88,970 บาท ฎีกาชำระเงินตรงที่ 529/2529 จำนวน 244,118 บาท ฎีกาชำระเงินตรงที่ 530/2529จำนวน 106,516 บาท และฎีกาชำระเงินตรงที่ 590/2529 จำนวน83,677 บาท รวม 6 ครั้ง เป็นเงิน 764,180 บาท ให้แก่จังหวัดทหารบกอุดร (ส่วนแยกที่ 1 สกลนคร)โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้รับมอบแล้วนำฝากเข้าบัญชีเงินฝากกระแสรายวันของจังหวัดทหารบกอุดร (ส่วนแยกที่ 1 สกลนคร) และมีหน้าที่เบิกเงินดังกล่าวนี้โอนหรือฝากเข้าบัญชีเงินฝากกระแสรายวันของโรงพยาบาลค่ายกฤษณ์สีวะรา

จำเลยที่ 1 ได้เบิกเงินจำนวนดังกล่าวแล้วแต่ได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิได้นำเงินโอนหรือฝากเข้าบัญชีของโรงพยาบาลค่ายกฤษ์สีวะรา แต่ได้เบียดบังเอาไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวโดยทุจริต การที่จำเลยที่ 1 ทุจริตเบียดบังเงินของจังหวัดทหารบกอุดร (ส่วนแยกที่ 1 สกลนคร) จำนวน 764,180 บาทไปนั้น จำเลยที่ 2 และพันเอกภาณุต่างเป็นผู้บังคับบัญชาของจำเลยที่ 1 และอยู่ในฐานะผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเงินในขณะนั้นได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่อ โดยจำเลยที่ 2 และพันเอกภาณุละเลยไม่แต่งตั้งผู้ป้องกันอันตรายเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในกรณีที่มีการไปรับจ่ายเงินซึ่งกระทำนอกบริเวณสำนักงานการเงินและเงินที่รับจ่ายเป็นเงินสดเกินกว่า 30,000 บาท

ไม่จัดเจ้าหน้าที่รับจ่ายเงิน และได้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คโดยไม่มีเอกสารประกอบไม่ตรวจสอบการปฏิบัติงานด้านการเงินของจำเลยที่ 1 ให้ละเอียดถี่ถ้วนเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยที่ 2 และพันเอกภาณุต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 ชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ต่อมาพันเอกภาณุยอมชำระเงินจำนวน 88,970 บาท ตามที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงมีความเห็นให้รับผิด ส่วนจำเลยทั้งสองไม่ยอมชดใช้เงินส่วนที่เหลืออีก 675,210 บาท แก่โจทก์ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 675,210 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่ง ต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 มิได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่อ

การเบิกเงินเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2529 จำนวน240,899 บาท และเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2529 จำนวน 350,634 บาทที่จำเลยที่ 1 ยักยอกไปนั้น จำเลยที่ 2 ไม่ต้องร่วมรับผิด เนื่องจากการยักยอกเงินจำนวนดังกล่าวมิได้เป็นผลโดยตรงมาจากการที่จำเลยที่ 2 ไม่ได้แต่งตั้งผู้ป้องกันอันตรายแต่อย่างใด และจำเลยที่ 2ได้แต่งตั้งผู้ป้องกันอันตรายตามข้อบังคับของกระทรวงกลาโหมไว้แล้วส่วนในเรื่องไม่จัดเจ้าหน้าที่รับจ่ายเงินในการไปเบิกเงินนั้นเนื่องจากจังหวัดทหารบกอุดร (ส่วนแยกที่ 1 สกลนคร)เป็นหน่วยซึ่งจัดทำบัญชีสำหรับส่วนราชการและมีเจ้าหน้าที่ตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการเงิน พ.ศ. 2528ข้อ 20 อยู่แล้ว คือหัวหน้านายทหารการเงิน

นายทหารบัญชีนายทหารควบคุมการเบิกจ่ายเงิน และนายทหารรับจ่ายเงินดังนั้น เมื่อมีนายทหารรับจ่ายเงินอยู่แล้วการจัดตั้งเจ้าหน้าที่รับจ่ายเงินจึงมิใช่ผลโดยตรงในการทำให้จำเลยที่ 1 ทุจริตเบียดบังยักยอกเงิน จำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเงินในเช็คโดยมีเอกสารประกอบการถอนเงินทุกครั้งจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ทำการแทนพันเอกภาณุผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเงิน มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดเพียงเท่าที่ข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการเงิน พ.ศ. 2528 ข้อ 6ให้อำนาจไว้เท่านั้น ไม่มีหน้าที่เข้าไปดำเนินการตรวจสอบควบคุมเกี่ยวกับการเงินและการบัญชีของจำเลยที่ 1 แต่อย่างใดเพราะหน้าที่ในการปฏิบัติงานด้านการเงินเป็นหน้าที่เฉพาะตัวของจำเลยที่ 1 เท่านั้น

จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิด เนื่องจากการทุจริตของจำเลยที่ 1 ส่วนการเบิกเงินในวันอื่นจำเลยที่ 2มิได้ทำการแทนพันเอกภาณุ จึงไม่ต้องร่วมรับผิด ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 675,210 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ยกฟ้องจำเลยที่ 2

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า จังหวัดทหารบกอุดร (ส่วนแยกที่ 1 สกลนคร) เป็นส่วนราชการหนึ่งของโจทก์ซึ่งมีโรงพยาบาลค่ายกฤษณ์สีวะรา สังกัดจังหวัดทหารบกอุดร(ส่วนแยกที่ 1 สกลนคร) ขึ้นตรงอยู่ด้วย ระหว่างปี 2526 ถึงปี2531 พันเอกภาณุ โกศลสิทธิ์ ดำรงตำแหน่งรองผู้บังคับการจังหวัดทหารบกอุดร (ส่วนแยกที่ 1 สกลนคร) มีอำนาจสั่งจ่ายเงินอำนวยการและสั่งการเกี่ยวกับการเงินของจังหวัดทหารบกอุดร(ส่วนแยกที่ 1 สกลนคร) ให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับของโจทก์จำเลยที่ 2 เป็นผู้ช่วยผู้บังคับการ มีอำนาจสั่งจ่ายเงินแทนรองผู้บังคับการในกรณีที่รองผู้บังคับการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้และจำเลยที่ 1 เป็นนายทหารการเงิน

ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายการเงิน มีหน้าที่ควบคุมและกำกับดูแลการเบิกเงิน การรับจ่ายเงินการเก็บรักษาเงินและการบัญชี เมื่อระหว่างวันที่ 8 มกราคม 2529 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2529 จำเลยที่ 2 และพันเอกภาณุได้สั่งจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลให้แก่โรงพยาบาลค่ายกฤษณ์สีวะราหลายครั้งเป็นเงิน 764,180 บาท โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้ดำเนินการและจำเลยที่ 1 ได้เบียดบังเอาเงินดังกล่าวไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวโดยละเมิดทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยที่ 2 ทำละเมิดต่อโจทก์อันจะต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์หรือไม่เพียงใด ที่โจทก์อ้างว่าจำเลยที่ 2 มีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้บังคับการ

มีอำนาจสั่งจ่ายเงินแทนรองผู้บังคับการในกรณีรองผู้บังคับการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่จำเลยที่ 2 ละเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการเงิน พ.ศ. 2528 โดยไม่จัดให้มีผู้ป้องกันอันตรายในกรณีที่มีการไปรับจ่ายเงินนอกบริเวณสำนักงานการเงินและเงินที่รับจ่ายเป็นเงินสดมีจำนวนเกินกว่า 30,000 บาทไม่จัดเจ้าหน้าที่รับจ่ายเงิน ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คโดยไม่มีเอกสารประกอบ และไม่ตรวจสอบการปฏิบัติงานด้านการเงินของจำเลยที่ 1 ให้ละเอียดถี่ถ้วน อันเป็นการกระทำโดยความประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้จำเลยที่ 1 เบียดบังเอาเงินของโจทก์ไปโดยละเมิดนั้น เห็นว่า โดยปกติการละเว้นกระทำไม่ถือว่าเป็นการกระทำอันจะเป็นละเมิด

เว้นแต่เป็นการละเว้นกระทำในเมื่อมีหน้าที่ต้องกระทำเพื่อป้องกันผลนั้น จึงจะถือได้ว่าเป็นการกระทำอันจะเป็นละเมิด กรณีจำเลยที่ 2 ละเว้นไม่ปฏิบัติตามหน้าที่โดยประมาทเลินเล่อซึ่งจะต้องรับผิดต่อโจทก์นั้นก็จะต้องได้ความด้วยว่าความเสียหายเป็นผลโดยตรงจากการละเว้นกระทำของจำเลยที่ 2ซึ่งเกี่ยวกับเหตุที่ว่าจำเลยที่ 2 ละเว้นกระทำโดยไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการเงิน พ.ศ. 2528จนเป็นเหตุให้จำเลยที่ 1 เบียดบังเอาเงินของโจทก์ไปนั้น ตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการเงิน พ.ศ. 2528 หมวด 2ว่าด้วยหน้าที่และความรับผิดชอบ ข้อ 6 มีว่า "ผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเงิน มีหน้าที่และความรับผิดชอบดังนี้ 6.9 จัดเจ้าหน้าที่รับจ่ายเงิน"

ฉะนั้น ตามข้อบังคับดังกล่าวจำเลยที่ 2 ผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเงินจะต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่รับจ่ายเงินขึ้น เจ้าหน้าที่รับจ่ายเงินมีหน้าที่และความรับผิดชอบตามข้อบังคับดังกล่าว ข้อ 13คือทำหลักฐานรับจ่ายเงิน รับผิดชอบเงินที่รับและจ่าย รับจ่ายเงินให้ถูกต้องตามหลักฐานการรับจ่าย ทำงบแสดงยอดเงินรับจ่ายและคงเหลือเสนอต่อผู้มอบเงินไปจ่ายพร้อมทั้งส่งหลักฐานและเงินเหลือจ่ายคืน ซึ่งหากจำเลยที่ 2 ผู้มีอำนาจสั่งจ่ายเงินจัดให้มีเจ้าหน้าที่รับจ่ายเงินขึ้นโอกาสที่จำเลยที่ 1 จะเบียดบังเอาเงินของโจทก์ไปก็จะไปไม่มีหรือยากขึ้น จำเลยที่ 2 จะอ้างทางปฏิบัติที่ไม่เคยจัดให้มีเจ้าหน้าที่รับจ่ายเงินซึ่งผิดข้อบังคับมาปฏิเสธความรับผิดของตนหาได้ไม่

การที่จำเลยที่ 2 ละเว้นไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับดังกล่าวโดยประมาทเลินเล่อจึงเป็นผลโดยตรงให้จำเลยที่ 1เบียดบังเอาเงินของโจทก์ไป การกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นการละเว้นกระทำในเมื่อมีหน้าที่ต้องกระทำเพื่อป้องกันผลนั้น จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ คดีไม่ต้องวินิจฉัยถึงเหตุอื่นที่โจทก์อ้างว่าจำเลยที่ 2 ละเมิดต่อโจทก์อีก ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 591,533 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · สมมาตร พรหมานุกูล
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 703998)

แม้โจทก์ที่ 1 มีเพียงคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมต่าง ๆ ระหว่างจำเลยทั้งสี่โดยมิได้มีคำขอให้ใช้ราคาที่ดินทั้งสองแปลงแก่โจทก์ที่ 1 ก็ตาม แต่เมื่อศาลไม่อาจพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวเพื่อให้ที่ดินทั้งสอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2359/2567

จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของโจทก์อยู่ขณะเข้าไปเป็นกรรมการของจำเลยที่ 3 ซึ่งประกอบกิจการค้าขายอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของโจทก์ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของกรรมการซึ่งจะต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการหรือจัดให้มีการดับเพลิงอย่างทันท่วงทีจนเป็นเหตุให้ไฟล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1953/2567

จำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองรถที่โจทก์รับประกันภัยยินยอมให้จำเลยที่ 1 ขับรถในขณะเกิดเหตุ ทั้งที่ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 เมาสุราซึ่งจากผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จำเลยที่ 1 มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 102…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้