Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2606/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำฟ้องของโจทก์ตรงช่องคู่ความระบุชื่อจำเลยว่า ห้างฯ อ. โดย ส. หุ้นส่วนผู้จัดการและในฐานะส่วนตัว ที่ 1 จำเลย หน้าคำฟ้องก็ระบุว่า โจทก์ขอยื่นฟ้องห้างฯ อ. โดย ส. หุ้นส่วนผู้จัดการและในฐานะส่วนตัว จำเลยที่ 1 แต่คำบรรยายฟ้องกล่าวว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คซึ่งประทับตรา ห้างฯ อ. ซึ่งมีจำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการและ ในฐานะส่วนตัวสั่งจ่ายมอบให้แก่โจทก์เพื่อเป็นการชำระหนี้ ดังนี้ เป็นการฟ้องห้างฯ อ. โดย ส. หุ้นส่วนผู้จัดการเป็นจำเลยที่ 1 และ ส. ในฐานะส่วนตัวเป็นจำเลยที่ 2

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 3 ป.อ. มาตรา 83 ป.วิ.อ. มาตรา 158 ป.วิ.อ. มาตรา 218

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คซึ่งได้ประทับตราของห้างหุ้นส่วนจำกัด เอส บี ทัวร์ แอนด์มาร์เก็ตติ้ง โปรโมชั่น โดยจำเลยที่ 1 ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการและในฐานะส่วนตัวลงลายมือชื่อสั่งจ่ายชำระหนี้ให้แก่โจทก์ เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์นำเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินแต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินโดยให้เหตุผลว่าเช็คเขียนสั่งจ่ายไม่ถูกต้อง แสดงว่าจำเลยสั่งจ่ายเช็คโดยมีเจตนาที่จะมิให้มีการใช้เงินตามเช็ค โจทก์มอบอำนาจให้นายเวียงฟ้องคดีนี้แทนตามหนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งประทับฟ้องเฉพาะข้อหาของนายสุรพลในฐานะส่วนตัวจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

นายสุรพลจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ลงโทษจำคุกนายสุรพลจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนนายสุรพลจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาที่ว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ประทับฟ้องเฉพาะข้อหาของนายสุรพลในฐานะส่วนตัว เป็นคำสั่งที่มิชอบเพราะโจทก์มิได้ฟ้องนายสุรพลเป็นจำเลยด้วยนั้น เห็นว่า คำฟ้องของโจทก์ตรงช่องคู่ความมีข้อความระบุว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอสบี ทัวร์ แอนด์มาร์เก็ตติ้ง โปรโมชั่น โดยนายสุรพล บุญชู หุ้นส่วน ผู้จัดการและในฐานะส่วนตัวที่ 1 จำเลย และหน้าคำฟ้องก็ระบุว่าโจทก์ขอยื่นฟ้องห้างหุ้นส่วนจำกัด เอส บี ทัวร์ แอนด์มาร์เก็ตติ้ง โปรโมชั่น โดยนายสุรพล บุญชู

หุ้นส่วนผู้จัดการและในฐานะส่วนตัว จำเลยที่ 1 พอเข้าใจได้ว่าโจทก์มีความมุ่งหมายที่จะฟ้องห้างหุ้นส่วนจำกัด เอส บี ทัวร์ แอนด์มาร์เก็ตติ้ง โปรโมชั่น โดยนายสุรพลหุ้นส่วนผู้จัดการเป็นจำเลยที่ 1 และนายสุรพลในฐานะส่วนตัวเป็นจำเลยที่ 2 แม้โจทก์จะกล่าวรวมกันมาเป็นจำเลยที่ 1 แต่ในการบรรยายฟ้องตอนต่อมากล่าวว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คได้ประทับตราของห้างหุ้นส่วนจำกัด เอส บี ทัวร์ แอนด์มาร์เก็ตติ้ง โปรโมชั่น ซึ่งมีจำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการและในฐานะส่วนตัวสั่งจ่ายเช็คมอบให้แก่โจทก์เพื่อเป็นการชำระหนี้ ข้อความที่กล่าวมานี้พอเข้าใจได้ว่าเช็ครายพิพาทที่ออกชำระหนี้ให้แก่โจทก์เป็นเช็คของห้างหุ้นส่วน

จำกัด เอส บี ทัวร์ แอนด์มาร์เก็ตติ้ง โปรโมชั่น ซึ่งนายสุรพลได้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการและในฐานะส่วนตัว ฟ้องของโจทก์จึงเป็นการฟ้องจำเลยรวมสองคนมิใช่คนเดียว ส่วนฎีกาของจำเลยที่ให้ถือเอาหนังสือมอบอำนาจตามเอกสารหมาย จ.1 ที่โจทก์ส่งอ้างในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง อันเป็นหนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องในคดีอื่นซึ่งมิได้ระบุมอบอำนาจให้ฟ้องนายสุรพลมาเป็นหลักวินิจฉัยในเรื่องนี้เป็นการโต้เถียงเกี่ยวกับการรับฟังพยานหลักฐาน เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ดังนั้นการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ประทับฟ้องเฉพาะข้อหาของนายสุรพลในฐานะส่วนตัวไว้พิจารณาจึงชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กิติ บูรพรรณ์ · ประสม ศรีเจริญ · ธรรมสถิตย์ ธีรกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3946/2534

แม้จำเลยที่ 4 จะมิได้เป็นผู้ลงลายมือชื่อในเช็คพิพาท แต่การที่จำเลยที่ 4เป็นกรรมการผู้มีอำนาจแล้วยังเป็นผู้ดำเนินกิจการของบริษัทจำเลยที่ 1 และได้ร่วมกับจำเลยที่ 2ที่ 3 ในการออกเช็คชำระหนี้ของจำเลยที่ 1…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 260/2503

การกระทำความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 นั้นไม่จำต้องกระทำโดยบุคคลเพียงคนหนึ่งคนเดียว แต่บุคคลหลายคนอาจสมคบร่วมกระทำผิดด้วยกันได้ โจทก์ขอให้ล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4149/2567

ปัญหาว่าฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จะมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 จำเลยทั้งสองย่อมมีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2563 (เลขอ้างอิง 661629)

คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ยื่นฎีกาทั้งปัญหาข้อกฎหมายและปัญหาข้อเท็จจริง พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ อ. ร. ส. ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1243/2563

การที่ผู้ตายที่ 2 เคยทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองร่วมกับผู้ตายที่ 1 มาก่อน โดยมีข้อที่ 3 ระบุว่า พินัยกรรมฉบับนี้หากจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือผู้ทำพินัยกรรมคนหนึ่งคนใดจะถอนพินัยกรรมฉบับนี้ หรือทำพิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้