Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 261/2511

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 แม้จำเลยจะรับสารภาพประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา176 วรรคหนึ่ง ก็บัญญัติให้ศาลฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงตามฟ้องจึงจะพิพากษาลงโทษได้จำเลยมิได้ซักค้านพยานโจทก์ไว้ แล้วนำพยานมาสืบในภายหลังแต่เมื่อโจทก์มิได้คัดค้านให้ศาลปฏิเสธ ไม่รับฟังพยานนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 89 วรรคสอง จึงไม่ต้องห้ามที่จะให้ศาลรับฟังข้อเท็จจริงที่จำเลยนำสืบเจ้าของบ้านทราบว่ามีคนร้ายจะมาปล้นบ้าน จึงให้จำเลยและบุตรชายนอนเฝ้าบ้านผู้ตายได้ไปที่ประตูรั้วหลังบ้านในเวลาวิกาล ขณะที่ยังมืดสนิท เสียงสุนัขเห่าดังลั่นไปหมด จำเลยได้ยินบุตรเจ้าของบ้านร้องว่าขโมย จึงใช้ปืนยิงไปยังผู้ตาย โดยมีความรู้สึกขณะยิงปืนว่ามีคนร้ายมาที่ประตูรั้ว เข้ามาจะปล้นบ้านพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นนี้ ถ้าผู้ตายและพวกเป็นคนร้ายจริงย่อมฟังได้ว่ามีภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายได้เกิดขึ้นแล้ว และภยันตรายนั้นใกล้จะถึงทรัพย์หรือใกล้จะถึงตัวจำเลยแล้วฉะนั้นการที่จำเลยใช้ปืนยิงไปที่ผู้ตายซึ่งจำเลยสำคัญผิดว่าเป็นคนร้าย เช่นนี้จึงฟังได้ว่าจำเลยกระทำไปเพื่อป้องกันสิทธิป้องกันตัวจำเลยและเพื่อป้องกันทรัพย์ให้เจ้าของบ้านเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุการที่จำเลยทำการป้องกันตัวโดยสำคัญผิด ต้องวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 62

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายโดยเจตนาฆ่า และผู้ตายได้ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288จำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยยิงผู้ตายโดยสำคัญผิดให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 62 จำคุก 4 ปี ลดโทษกึ่งหนึ่งฐานรับสารภาพตามมาตรา 78 ให้จำคุกจำเลย 2 ปีโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 68 จำเลยไม่มีความผิดพิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยมีเจตนาฆ่าคนร้าย มิได้กระทำไปโดยประมาทการกระทำของจำเลย โจทก์ขอให้ลงโทษตามมาตรา 288 ซึ่งจำคุกอย่างต่ำถึง 15 ปี แม้จำเลยจะรับสารภาพ

ศาลก็ต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงตามฟ้อง จึงพิพากษาลงโทษได้ที่โจทก์ฎีกาว่า ศาลไม่ควรรับฟังคำเบิกความของจำเลยเพราะจำเลยไม่ได้ซักค้านพยานโจทก์ในข้อนั้นไว้ เป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 89 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 เห็นว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 89 วรรค 2 บัญญัติให้คู่ความฝ่ายที่สืบพยานก่อน ชอบที่จะคัดค้านกรณีเช่นนี้ไว้ แล้วให้ศาลปฏิเสธไม่ยอมรับฟังคำพยานเช่นว่ามานั้น แต่คดีนี้ไม่ปรากฏว่า โจทก์ได้โต้แย้งข้อนำสืบของจำเลยข้อนี้ไว้ในรายงานพิจารณาความ หรือโจทก์ยื่นคำแถลงโต้แย้งไว้ในสำนวน ฉะนั้น จึงไม่ต้องห้ามที่จะให้ศาลรับฟังข้อเท็จจริงที่จำเลยนำสืบที่โจทก์ฎีกาว่า

การกระทำของจำเลยไม่เป็นการป้องกันหรือหากฟังว่าเป็นการป้องกันก็เป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ เห็นว่าการที่จะวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันหรือไม่ จำต้องพิเคราะห์ถึงเรื่องภยันตรายตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 68 ว่าภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายได้เกิดขึ้นได้มีขึ้น และภยันตรายนั้นใกล้จะถึงแล้วหรือไม่ ซึ่งข้อเท็จจริงคดีนี้ฟังได้ว่า นายหวนได้รับข่าวว่าจะมีคนร้ายมาปล้นบ้านนายหวนไปต่างจังหวัดจึงได้ให้จำเลยและนายปรีชาบุตรชายนอนเฝ้าที่ใต้ถุนเรือนห่างลานนวดข้าวประมาณ 5 วา มอบปืนลูกซองยาว 1 กระบอกไว้ป้องกัน ขณะเกิดเหตุ 5.00 นาฬิกา ยังมืดสนิทซึ่งเป็นเวลาวิกาลนายฟักผู้ตายกับพวกรวม 3 คนพากระบือลากเลื่อนมาที่บ้านนายหวนผู้ตายได้ไปที่ประตูรั้วหลังบ้านแถวลานนวดข้าวนั้น

ขณะนั้นสุนัขเห่าเสียงดังลั่นไปหมด จำเลยตกใจตื่นขึ้นได้ยินเสียงนายปรีชาร้องว่าขโมย จำเลยจึงใช้ปืนยิงไปที่ผู้ตาย โดยจำเลยมีความรู้สึกขณะยิงปืนไปว่ามีคนร้ายมาที่ประตูรั้ว เข้ามาในบ้านจะมาปล้นบ้านปล้นข้าวฟ่อนของนายหวน พฤติการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นนี้ ถ้าผู้ตายและพวกเป็นคนร้ายจริง ย่อมฟังได้ว่ามีภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายได้เกิดขึ้นได้มีขึ้นแล้ว และภยันตรายนั้นใกล้จะถึงทรัพย์หรือใกล้จะถึงตัวจำเลยแล้ว เพราะคนร้ายได้มาถึงประตูรั้วบ้านและเข้ามาในบ้าน ฉะนั้น การที่จำเลยใช้ปืนยิงไปที่ผู้ตายซึ่งจำเลยสำคัญผิดว่าเป็นคนร้าย เช่นนี้จึงฟังได้ว่าจำเลยกระทำไปเพื่อป้องกันสิทธิป้องกันตัวจำเลย และเพื่อป้องกันทรัพย์ให้นายหวนเนื่องจากเรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะความสำคัญผิด

กล่าวตามหลักเรื่องป้องกันแล้วภยันตรายที่จำเลยจะใช้สิทธิป้องกันได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 นั้น จะต้องเป็นภยันตรายที่ได้เกิดขึ้นได้มีขึ้นจริง การวินิจฉัยกรณีสำคัญผิดคดีนี้จำต้องไปอาศัยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 62 วรรคแรก ซึ่งบัญญัติไว้ใจความว่าถ้าข้อเท็จจริงใด แม้จะไม่มีอยู่จริง แต่ถ้าผู้กระทำผิดสำคัญผิดว่ามีอยู่จริง กฎหมายให้ถือว่าข้อเท็จจริงนั้นได้มีอยู่จริง กล่าวคือภยันตรายนั้นแม้จะไม่มีอยู่จริงก็ให้ถือว่าภยันตรายนั้นได้เกิดขึ้นแล้ว และมีอยู่จริงตามที่จำเลยสำคัญผิด ซึ่งในคดีนี้ก็ต้องถือว่าได้มีคนร้ายมาปล้นบ้าน ปล้นข้าวฟ่อนของนายหวนและอาจจะทำร้ายตัวจำเลยด้วย คดีฟังได้ว่าจำเลยใช้ปืนยิงผู้ตายไปเป็นการป้องกันและเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ จำเลยจึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปันโน สุขทรรศนีย์ · อดุล รัตนปิณฑะ · บัญญัติ สุขารมณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8173/2544

แม้ผู้เสียหายจะถือมีดเข้าไปในบ้านของมารดาจำเลยในเวลากลางคืนโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรก็ตาม แต่เมื่อจำเลยมาพบได้มีการพูดจาโต้ตอบกันและผู้เสียหายได้บอกแก่จำเลยแล้วว่าไม่ใช่ขโมย เหตุที่ทำให้จำเลยเข้าใจผิดว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8372/2538

บุตรจำเลยไปทะเลาะวิวาทและสมัครใจทำร้ายกับฝ่ายผู้ตายโดยจำเลยไม่ทราบ เพียงแต่จำเลยเห็นผู้ตายใช้มีดดาบไล่ฟันบุตรจำเลยมาทางบ้านจำเลยและเห็นผู้ตายเงื้อมีดดาบจะฟันบุตรจำเลยซึ่งล้มอยู่ ย่อมทำให้จำเลยกลัวว่าบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2513/2520

ผู้เสียหายกับจำเลยเคยรักใคร่กัน ต่อมาจำเลยเลิกติดต่อกับผู้เสียหาย ผู้เสียหายโกรธเคยตบหน้าจำเลยและมีหนังสือแจ้งว่าจะทำลายล้างจำเลยและมารดาจำเลยจะเอาน้ำกรดสาดหน้าจำเลย วันเกิดเหตุผู้เสียหายมาที่ประตูบ้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2520

จำเลยเป็นผู้ที่นายสนองเจ้าของร้านสนองพานิชได้ว่าจ้างให้มาคุ้มครองรักษาความปลอดภัยอยู่ที่ร้านสนองพานิช วันเกิดเหตุผู้ตาย ผู้เสียหายได้เอาอาวุธปืนใส่ถุงกระดาษมาส่งคืนให้แก่ชายจีนที่ทางเท้าหน้าร้านสนองพา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1139/2515

จำเลยได้ยินเสียงคนร้องทางฝั่งคลองตรงข้าม เข้าใจว่ามีเรื่องทะเลาะกัน จึงเดินลุยน้ำข้ามไปดู พอถึงก็ถูกคนตีที่แสกหน้าล้มลง เห็นคนตีวิ่งหนีไปทางทิศเหนือ แล้วมีคนวิ่งมาจากทางทิศเหนืออีก ซึ่งจำเลยเข้าใจว่าเ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้