Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2610/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การสู้คดีว่า มิได้ลงลายมือชื่อสลักหลังเช็คพิพาท ย่อมมีความหมายชัดแจ้งว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3ไม่ได้ลงลายมือชื่อหรือไม่มีลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 และที่ 3อยู่ด้านหลังเช็คพิพาทและเมื่อลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 และที่ 3ไม่มีแล้ว การขีดฆ่าลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 และ ที่ 3 ก็ย่อมเกิดขึ้นไม่ได้ ดังนั้นที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 นำสืบว่าในขณะที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ได้มีการขีดฆ่าลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 และที่ 3แล้ว จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ต้องรับผิดในฐานะผู้สลักหลังจึงเป็นการนำสืบนอกประเด็นที่ให้การสู้คดีไว้ และการที่ลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ถูกขีดฆ่านี้ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 และที่ 3 อยู่ด้านหลังเช็คพิพาทลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ยังคงมีอยู่ แต่จำเลยที่ 2และที่ 3 จะต้องรับผิดในฐานะผู้สลักหลังเช็คพิพาทหรือไม่เป็นอีกประเด็นหนึ่ง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 กู้ยืมเงินโจทก์จำนวน 150,000 บาทโดยสั่งจ่ายเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาคลองเตย เลขที่ 0489330ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2531 จำนวนเงิน 150,000 บาท มีจำเลยที่ 2และที่ 3 ลงลายมือชื่อสลักหลังให้แก่โจทก์เพื่อชำระหนี้ ต่อมาโจทก์นำเช็คฉบับดังกล่าวไปเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินแต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินตามเช็ค 150,000 บาท กับดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวจำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ 1 ออกเช็คพิพาทโดยมิได้ลงวันที่สั่งจ่ายเพราะตกลงให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกันเพื่อแทนหลักฐานการกู้ยืมเงิน มิได้ให้นำไปเรียกเก็บเงินแต่อย่างใดจำเลยที่ 1 ชำระหนี้ให้โจทก์แล้วเป็นเงิน 115,000 บาท

คงค้างอยู่เพียง 35,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 มิได้ลงลายมือชื่อสลักหลังเช็ค จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินตามเช็ค 150,000 บาท กับดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2531 จนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การที่จำเลยที่ 2และที่ 3 ให้การสู้คดีว่า มิได้ลงลายมือชื่อสลักหลังเช็คพิพาทย่อมมีความหมายชัดแจ้งว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่ได้ลงลายมือชื่อหรือไม่มีลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 และที่ 3 อยู่ด้านหลังเช็คพิพาทจึงไม่มีประเด็นว่า ลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ที่อยู่ด้านหลังเช็คถูกขีดฆ่าหรือไม่ เพราะเมื่อลายมือชื่อของจำเลยที่ 2และที่ 3 ไม่มีแล้วการขีดฆ่าลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 และที่ 3ก็ย่อมเกิดขึ้นไม่ได้ ดังนั้นที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 นำสืบว่าได้มีการขีดฆ่าลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 และที่ 3 แล้ว จำเลยที่ 2และที่ 3 ไม่ต้องรับผิดในฐานะผู้สลักหลัง จึงเป็นการนำสืบนอกประเด็นที่ให้การสู้คดีไว้

ส่วนที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 อ้างว่าขณะที่โจทก์ฟ้องคดีลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ถูกขีดฆ่าแล้วต้องถือว่าเช็คพิพาทไม่มีลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 และที่ 3ดังที่ให้การสู้คดีไว้นั้น ก็เห็นว่า การที่ลายมือชื่อของจำเลยที่ 2และที่ 3 ถูกขีดฆ่าไม่ได้หมายความว่าไม่มีลายมือชื่อของจำเลยที่ 2และที่ 3 อยู่ด้านหลังเช็คพิพาท ลายมือชื่อของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ยังคงมีอยู่ แต่จำเลยที่ 2 และที่ 3 จะต้องรับผิดในฐานะผู้สลักหลังเช็คพิพาทหรือไม่เป็นอีกประเด็นหนึ่ง การไม่ได้ลงชื่อสลักหลังเช็คกับลงชื่อสลักหลังแล้วมีการขีดฆ่าย่อมเห็นได้ว่าเป็นคนละประเด็นกัน หาใช่เป็นประเด็นเดียวกันอย่างที่จำเลยที่ 2และที่ 3 อ้างไม่ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูชาติ ศรีแสง · นิเวศน์ คำผอง · วินัย วิมลเศรษฐ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5614/2530

หากได้ความตามความเป็นจริงดังที่โจทก์ฟ้องและฎีกาว่าโจทก์สั่งจ่ายเช็คพิพาทให้แก่บริษัท ส. เพื่อเป็นหลักประกันในการเข้าทำงานของโจทก์ แล้วจำเลยนำไปเข้าบัญชีของจำเลยโดยบริษัท ส. มิได้สลักหลังโอนเช็คให้ก็ถื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1480/2563

เมื่อผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ใดแล้วต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย หลังจากนั้นจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8443/2560

ตามหนังสือขอยืมวงเงินตั๋วอาวัล เอกสารหมาย จ.4 บริษัท ส. ขอยืมวงเงินตั๋วอาวัลจากบริษัท สช. เป็นเงิน 9,518,738 บาท ซึ่งขณะนั้นกรรมการของบริษัท ส. มี 4 คน รวมโจทก์กับจำเลย ซึ่งหากต้องเฉลี่ยรับผิดในความเส…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2558 (เลขอ้างอิง 634809)

ตาม ป.อ. มาตรา 1 (7) "เอกสาร" หมายความว่า กระดาษหรือวัตถุอื่นใดซึ่งได้ทำให้ปรากฏความหมายด้วยตัวอักษร ตัวเลข ผัง หรือแผนแบบอย่างอื่น จะเป็นโดยวิธีพิมพ์ ถ่ายภาพ หรือวิธีอื่นอันเป็นหลักฐานแห่งความหมายนั้…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2556 (เลขอ้างอิง 559064)

ที่ผู้ร้องสอดโต้แย้งโจทก์เกี่ยวกับสัญญายุติข้อพิพาทและสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นกรณีมีปัญหาตีความข้อความในสัญญา และตามอุทธรณ์ของผู้ร้องสอดก็ไม่ปรากฏว่ามีความจำเป็นที่ผู้ร้องสอดต้องนำสืบพยานหลักฐานในข…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้