Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2620/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่ตำบลห้วยโป่งและตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยองพ.ศ. 2527 มาตรา 5 ให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกำหนดราคาของอสังหาริมทรัพย์ที่เวนคืนตามความเป็นธรรมที่เป็นอยู่ในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืน ทั้งนี้ให้คำนึงถึงผลการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ซึ่งตีราคาเพื่อประโยชน์แก่การเสียภาษีบำรุงท้องที่และราคาประเมินทุนทรัพย์ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตลอดจนสภาพและที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ประกอบกับเหตุและวัตถุประสงค์ของการเวนคืนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่สังคมมาตรา 5 นี้ เน้นให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจำเลยกำหนดราคาของอสังหาริมทรัพย์ที่เวนคืนตามความเป็นธรรมที่เป็นอยู่ในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว ทั้งนี้นอกจากคำนึงถึงราคาประเมินทุนทรัพย์ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมแล้วยังต้องคำนึงถึงสภาพและที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ประกอบกับเหตุและวัตถุประสงค์ของการเวนคืนด้วย ที่จำเลยกำหนดค่าทดแทนให้แก่โจทก์โดยกำหนดตามบัญชีราคาประเมินที่ดินที่ใช้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมซึ่งเป็นบัญชีกำหนดราคาที่ดินโดยเอาตำบล ถนนและทะเลเป็นหลักการประเมินราคาที่ดินเพื่อประโยชน์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมและเป็นการประเมินอย่างกว้าง ๆ ราคาที่ดินตามบัญชีดังกล่าวย่อมไม่ตรงกับความเป็นจริงเสมอไป ส่วนเหตุและวัตถุประสงค์ในการเวนคืน แม้จำเลยมีความประสงค์จะจัดตั้งการนิคมอุตสาหกรรมเพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศให้มากขึ้นก็ตาม แต่ตามพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522มาตรา 6 กำหนดให้จำเลยเป็นนิติบุคคลซึ่งเห็นได้อยู่ในตัวว่ามีวัตถุประสงค์แสวงหากำไรทางเศรษฐกิจอยู่ด้วย เมื่อจำเลยได้รับทรัพย์สินของโจทก์ไปเท่าใดก็ควรต้องใช้ค่าทดแทนให้โจทก์ตามราคาของทรัพย์สินนั้นในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาจึงจะถือว่าเป็นราคาตามความเป็นธรรม การที่จำเลยกำหนดค่าทดแทนให้แก่โจทก์โดยกำหนดราคาที่ดินของโจทก์ทุกแปลงตามการแบ่งเป็นหน่วยในบัญชีกำหนดราคาประเมินที่ดินที่ใช้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมนั้น เป็นการกำหนดราคาที่ดินของโจทก์โดยไม่คำนึงถึงสภาพและที่ตั้งที่แท้จริงของที่ดินของโจทก์และไม่ได้คำนึงถึงเหตุและวัตถุประสงค์ของการเวนคืนด้วย ไม่ชอบด้วยมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ฉบับดังกล่าวข้างต้นแต่โจทก์ก็นำสืบไม่ได้ว่าในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาฯ นั้นที่ดินพิพาทมีราคาที่ซื้อขายกันจริงเป็นราคาเท่าใด จึงกำหนดเงินค่าทดแทนให้ตามราคาที่ดินพิพาทที่จดทะเบียนซื้อขายหลังจากพระราชกฤษฎีกาฯ ใช้บังคับประมาณ 3 เดือน อันเป็นเวลาใกล้เคียงกับการใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาฯ ดังกล่าว ซึ่งเชื่อว่าราคาที่ดินพิพาทที่จดทะเบียนซื้อขายไว้เป็นราคาซื้อขายกันจริงและเป็นราคาที่ตรงตามสภาพและที่ตั้งของที่ดินแล้วและถือว่าเป็นราคาตามความเป็นธรรมที่เป็นอยู่ในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาฯ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่ตำบลห้วยโป่ง และตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง พ.ศ.2527 มาตรา 5 พ.ร.บ.เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่ตำบลห้วยโป่ง และตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง พ.ศ.2527 มาตรา 6

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินรวม 20 แปลงที่ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง รวมเนื้อที่ดิน254 ไร่ 1 งาน 34.1 ตารางวา ซึ่งถูกเวนคืนตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่ตำบลห้วยโป่ง และตำบลมาบตาพุดอำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง พ.ศ. 2527 เพื่อจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมและกิจการอื่นที่เป็นประโยชน์หรือเกี่ยวเนื่องกับนิคมอุตสาหกรรม จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภทรัฐวิสาหกิจใช้ชื่อว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และเรียกชื่อย่อว่า "กนอ."มีวัตถุประสงค์จัดให้ได้มาซึ่งที่ดินที่เหมาะสมเพื่อจัดตั้งหรือขยายนิคมอุตสาหกรรม ปรับปรุงที่ดินเพื่อให้บริการ ตลอดจนจัดสิ่งอำนวยความสะดวกในการดำเนินงานของผู้ประกอบอุตสาหกรรมเป็นต้น

จำเลยกำหนดค่าทดแทนอสังหาริมทรัพย์เกี่ยวกับที่ดินของโจทก์ที่ถูกเวนคืนดังกล่าวรวมเป็นเงิน 3,803,438.75 บาททั้ง ๆ ที่ที่ดินบริเวณตำบลมาบตาพุด ตำบลห้วยโป่ง อำเภอเมืองระยองจังหวัดระยอง ในขณะที่มีการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่กิ่งอำเภอบ้านฉางอำเภอเมืองระยอง และอำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง พ.ศ. 2525มีราคาซื้อขายกันตารางวาละ 200 บาท เป็นอย่างต่ำ โจทก์ได้อุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2528ขอให้จำเลยจ่ายเงินค่าทดแทนให้โจทก์ตามความเป็นจริงและเป็นธรรมตามราคาที่มีการซื้อขายกันจริงตารางวาละ 200 บาท ในขณะนั้นเป็นเงินค่าทดแทนทั้งสิ้น 20,346,820 บาท แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมโดยคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้ยกอุทธรณ์ของโจทก์

โจทก์จึงต้องฟ้องคดีนี้ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าทดแทนเฉพาะส่วนที่ยังขาดจากราคาที่เป็นจริงและเป็นธรรมจำนวน 16,543,501.25 บาท ให้แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14 ต่อปี นับแต่วันที่ 25 สิงหาคม 2528 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การว่า จำเลยกำหนดค่าทดแทนที่ดินของโจทก์ 20 แปลงเป็นเงิน 3,803,618.75 บาท ไม่ใช่ 3,803,438.75 บาท ตามฟ้องโดยจำเลยกำหนดค่าทดแทนที่ดินของโจทก์ที่ถูกเวนคืนทุกแปลงอย่างเหมาะสมกับสภาพและบริเวณที่ตั้งของที่ดินถูกต้องตามกฎหมายและเป็นธรรมแก่โจทก์แล้วเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่กิ่งอำเภอบ้านฉางอำเภอเมืองระยอง และอำเภอเมืองระยอง

จังหวัดระยอง พ.ศ. 2525ต่อมาได้มีพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่ตำบลห้วยโป่ง และตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยองพ.ศ. 2527 ใช้บังคับเพื่อจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมและกิจการอื่นที่เป็นประโยชน์หรือเกี่ยวข้องกับนิคมอุตสาหกรรม มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2527 เป็นต้นไป โดยให้จำเลยเป็นผู้กำหนดราคาของอสังหาริมทรัพย์ที่เวนคืนตามกฎหมาย และความเป็นธรรมที่เป็นอยู่ในวันที่ใช้บังคับพระราชกฤษฎีกานั้นราคาค่าทดแทนที่ดินที่จำเลยกำหนดให้โจทก์รวมเป็นเงินทั้งสิ้น3,803,618.75 บาท นั้น จำเลยพิจารณาจากราคาประเมินทุนทรัพย์ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมของเจ้าพนักงานที่ดินตามบัญชีกำหนดราคาตลาดเพื่อใช้เป็นทุนทรัพย์สำหรับเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในท้องที่ที่ตั้งที่ดินของโจทก์ที่ถูกเวนคืน ซึ่งใช้บังคับอยู่ในขณะที่มีพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวตั้งแต่

พ.ศ. 2525-2527 ประกอบการพิจารณาสภาพและที่ตั้งของที่ดินของโจทก์ และวัตถุประสงค์ของการเวนคืนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่สังคมตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่ตำบลห้วยโป่งและตำบลมาบตาพุดอำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง พ.ศ. 2527 เป็นราคาเหมาะสมกับราคาที่ดินของโจทก์ซึ่งมีสภาพอยู่ห่างไกลและเป็นที่ว่างเปล่าไม่มีสิ่งปลูกสร้างอยู่เลย ที่โจทก์อ้างว่าที่ดินของโจทก์ในบริเวณท้องที่ที่มีการเวนคืนมีราคาซื้อขายกันอย่างต่ำตารางวาละ 200 บาทนั้น ไม่เป็นความจริง โจทก์รับซื้อมาจำนองไว้ดังกล่าวเป็นที่ดินหลายเจ้าของที่ส่อแสดงว่าโจทก์ได้ระดมซื้อที่ดินและทำจำนองที่ดินไว้แก่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ในลักษณะที่มีการสมยอมกันเพื่อมุ่งหวังที่จะได้เงินค่าทดแทนจำนวนสูงจากทางราชการในลักษณะค้ากำไร

โจทก์ใช้สิทธินำคดีมาฟ้องโดยไม่สุจริตไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์ควรได้รับค่าทดแทนจากจำเลยเพิ่มขึ้นหรือไม่เพียงใดตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่ตำบลห้วยโป่งและตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง พ.ศ. 2527มาตรา 5 บัญญัติว่า "ให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกำหนดราคาของอสังหาริมทรัพย์ที่เวนคืนตามความเป็นธรรมที่เป็นอยู่ในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่กิ่งอำเภอบ้านฉาง อำเภอเมืองระยองจังหวัดระยอง

พ.ศ. 2525 ทั้งนี้ให้คำนึงถึงผลการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ซึ่งตีราคาเพื่อประโยชน์แก่การเสียภาษีบำรุงท้องที่และราคาประเมินทุนทรัพย์ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตลอดจนสภาพและที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ประกอบกับเหตุและวัตถุประสงค์ของการเวนคืนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่สังคม"มาตรา 5 นี้เน้นให้จำเลยกำหนดราคาของอสังหาริมทรัพย์ที่เวนคืนตามความเป็นธรรมที่เป็นอยู่ในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวคือวันที่ 10 ธันวาคม 2525 ทั้งนี้ นอกจากคำนึงถึงราคาประเมินทุนทรัพย์ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมแล้ว ยังต้องคำนึงถึงสภาพและที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ประกอบกับเหตุและวัตถุประสงค์ของการเวนคืนด้วย ที่จำเลยกำหนดค่าทดแทนให้แก่โจทก์โดยกำหนดตามบัญชีราคาประเมินที่ดินที่ใช้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมอำเภอเมืองระยอง

พ.ศ. 2525 ถึง 2527ซึ่งเป็นบัญชีกำหนดราคาที่ดินโดยเอาตำบล ถนน และทะเลเป็นหลักการประเมินราคาที่ดินเพื่อเป็นประโยชน์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม และเป็นการประเมินอย่างกว้าง ๆ ราคาที่ดินตามบัญชีกำหนดราคาประเมินที่ดินดังกล่าวย่อมไม่ตรงกับความเป็นจริงเสมอไป การพิจารณาสภาพและที่ตั้งของที่ดินที่จะถูกเวนคืนต้องพิจารณาถึงสภาพและที่ตั้งของที่ดินที่เป็นอยู่จริงในแต่ละแปลง มิใช่พิจารณาแต่เพียงว่าที่ตั้งของที่ดินอยู่ในตำบลใด ห่างจากถนนหรือทะเล ตรงตามบัญชีกำหนดราคาประเมินที่ดินดังกล่าวในหน่วยใด ก็กำหนดให้ตามนั้น ส่วนเหตุและวัตถุประสงค์ในการเวนคืน แม้จำเลยมีความประสงค์จะจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเพื่อส่งเสริมให้มีการลงทุนภายในประเทศมากขึ้นก็ตามแต่ตามพระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

พ.ศ. 2522มาตรา 6 กำหนดให้จำเลยเป็นนิติบุคคล ซึ่งเห็นได้อยู่ในตัวว่ามีวัตถุประสงค์แสวงหากำไรทางเศรษฐกิจอยู่ด้วย จำเลยย่อมได้รับผลประโยชน์จากที่ดินที่ถูกเวนคืนด้วย ดังนั้น เมื่อจำเลยได้รับทรัพย์สินของโจทก์ไปเท่าใด ก็ควรจะต้องใช้ค่าทดแทนให้โจทก์ตามราคาของทรัพย์สินนั้นในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาฯ จึงจะถือว่าเป็นราคาตามความเป็นธรรม การที่จำเลยกำหนดค่าทดแทนให้แก่โจทก์โดยกำหนดราคาที่ดินของโจทก์ทุกแปลงตามการแบ่งเป็นหน่วยในบัญชีกำหนดราคาประเมินที่ดินที่ใช้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม แสดงให้เห็นว่าจำเลยกำหนดราคาที่ดินของโจทก์โดยไม่ได้คำนึงถึงสภาพและที่ตั้งที่แท้จริงของที่ดินของโจทก์ และไม่ได้คำนึงถึงเหตุและวัตถุประสงค์ของการเวนคืนด้วยวิธีการของจำเลยในการกำหนดค่าทดแทนให้แก่โจทก์ยังไม่ชอบด้วยมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่ตำบลห้วยโป่งและตำบลมาบตาพุด

อำเภอเมืองระยองจังหวัดระยอง พ.ศ. 2527 ส่วนที่โจทก์นำสืบว่า เมื่อเดือนกันยายน2526 จำเลยซื้อที่ดินในตำบลห้วยโป่ง อำเภอเมืองระยองจากเจ้าของเดิม 4 แปลง โจทก์ก็ไม่ได้นำสืบว่า ที่ดินดังกล่าวแปลงใดอยู่ห่างที่ดินพิพาทระยะทางเท่าใด สภาพและที่ตั้งของที่ดินดังกล่าวแปลงใดมีสภาพและที่ตั้งเหมือนหรือคล้ายคลึงกับที่ดินพิพาทแปลงไหนบ้าง จึงไม่อาจนำเอาราคาซื้อขายของที่ดินดังกล่าวมาเป็นเกณฑ์เพื่อเปรียบเทียบกับที่ดินพิพาทได้ ส่วนที่โจทก์เบิกความว่า โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทจำนวน 254 ไร่เศษในราคาตารางวาละ 150 ถึง 200 บาท หรือไร่ละ 60,000 บาทถึง 80,000 บาท เพื่อปลูกมันสำปะหลัง ในการซื้อที่ดินที่ ๆของโจทก์เป็นผู้ติดต่อให้และได้ติดต่อขอจำนองที่ดินแก่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ศรีนคร

จำกัด ราคาที่จดทะเบียนซื้อขายแจ้งตามราคาประเมินของกรมที่ดินเพราะเสียค่าธรรมเนียมน้อยลงโจทก์ก็ไม่นำเจ้าของที่ดินเดิมมายืนยันต่อศาลว่า ได้ขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ไร่ละ 60,000 บาท ถึง 80,000 บาท ดังที่โจทก์อ้างและที่ดินที่โจทก์ซื้อทั้งหมดมี 20 แปลง จำนวนเนื้อที่ 254 ไร่เศษสภาพและที่ตั้งของที่ดินดังกล่าวย่อมแตกต่างกัน จึงไม่น่าเชื่อว่าโจทก์ซื้อที่ดินดังกล่าวมาในราคาเดียวกัน ทั้งโจทก์มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพมหานคร ไม่เคยประกอบอาชีพเกษตรกรรมมาก่อนและเป็นเพียงลูกจ้างของนายบุญทรง จึงไม่น่าเชื่อว่า โจทก์กู้ยืมเงินจำนวนมากมาซื้อที่ดินเพื่อใช้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมพฤติการณ์เป็นการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินมากว้านซื้อที่ดินเพื่อเก็งกำไร ซึ่งเชื่อว่าก่อนที่โจทก์ติดต่อขอซื้อที่ดินดังกล่าวจากเจ้าของเดิม

โจทก์ทราบข้อมูลอยู่แล้วว่าจะมีการเวนคืนที่ดินในบริเวณที่ดินดังกล่าว และขณะจดทะเบียนซื้อขายที่ดินดังกล่าวในวันที่ 4 มีนาคม 2526 โจทก์ทราบว่ามีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่กิ่งอำเภอบ้านฉางอำเภอเมืองระยอง และอำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง พ.ศ. 2525ออกใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2525 แล้วและโจทก์ทราบอยู่แล้วว่าที่ดินที่โจทก์ซื้อดังกล่าวอาจถูกจำเลยเวนคืนดังนั้น หลักฐานเกี่ยวกับราคาที่ดินดังกล่าวจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่โจทก์ต้องทำไว้ใช้อ้างเพื่อเรียกร้องค่าทดแทนจากจำเลยราคาที่ดินตามที่จดทะเบียนซื้อขายไว้ย่อมเป็นหลักฐานสำคัญอันหนึ่งซึ่งนำมาใช้อ้างเรียกค่าทดแทนจากจำเลยได้ จึงไม่เชื่อว่าโจทก์จดทะเบียนซื้อขายที่ดินพิพาทในราคาที่ต่ำกว่าที่ตกลงซื้อมาเพื่อให้เสียค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนและนิติกรรมน้อยลงดังที่โจทก์อ้าง และเห็นว่าค่าทดแทนสำหรับที่ดินพิพาททั้งยี่สิบแปลงที่จำเลยกำหนดกับราคาที่จดทะเบียนซื้อขายของที่ดินพิพาททั้งยี่สิบแปลง แต่ละแปลงเปรียบเทียบกันแล้วอัตราเฉลี่ยต่อไร่เป็นจำนวนเงินที่แตกต่างกันไม่มาก

บางแปลงค่าทดแทนจำเลยกำหนดสูงกว่าราคาที่จดทะเบียนซื้อขายไว้ เชื่อว่า ราคาที่ดินพิพาทที่จดทะเบียนซื้อขายไว้เป็นราคาที่ซื้อขายกันจริง และเป็นราคาที่ตรงตามสภาพและที่ตั้งของที่ดินแม้จดทะเบียนซื้อขายภายหลังพระราชกฤษฎีกาใช้บังคับประมาณ 3 เดือน ก็ตามแต่ก่อนไปจดทะเบียนซื้อขายมีการเจรจากันโดยโจทก์ต้องใช้เวลาติดต่อขอกู้เงินจากสถาบันการเงิน จึงเชื่อว่า เวลาที่ตกลงซื้อขายที่ดินพิพาทเป็นเวลาใกล้เคียงกับวันใช้พระราชกฤษฎีกาฯ ถือได้ว่าราคาที่ดินพิพาทที่จดทะเบียนซื้อขายไว้เป็นราคาตามความเป็นธรรมที่เป็นอยู่ในวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกา ซึ่งยังปรากฏว่าจำเลยกำหนดค่าทดแทนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ต่ำกว่าราคาตามความเป็นธรรมจำนวน 14 แปลง

รวมเป็นค่าทดแทนที่ดินพิพาทที่จำเลยกำหนดให้แก่โจทก์ต่ำกว่าราคาตามความเป็นธรรม ซึ่งจำเลยต้องจ่ายให้แก่โจทก์เพิ่มขึ้นทั้งสิ้นเป็นเงินรวม 403,989.50 บาท และโจทก์มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยจากยอดเงินค่าทดแทนที่เพิ่มขึ้นนี้ในอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคาร ตั้งแต่วันที่จำเลยวางเงินค่าทดแทนคือวันที่ 7 มกราคม 2529 ตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่ตำบลห้วยโป่งและตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง พ.ศ. 2527มาตรา 9 วรรคสี่พิพากษากลับว่า ให้จำเลยจ่ายค่าทดแทนเพิ่มขึ้นให้แก่โจทก์เป็นเงิน 403,989.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารนับตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม 2529จนกว่าจะชำระเสร็จ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประสิทธิ์ แสนศิริ · ชลอ ทองแย้ม · ทวิช กำเนิดเพ็ชร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้