Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2627/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้ส่งเอกสารสัญญากู้ไปให้กองพิสูจน์หลักฐาน กรมตำรวจ ตรวจพิสูจน์ ศาลชั้นต้นมิได้มีคำสั่งในเรื่องนี้ คงมีคำสั่งในคำร้องของจำเลยฉบับเดียวกันนี้เพียงว่า ให้นำสำนวนคดีที่จำเลยอ้างมาผูกรวมไว้ เมื่อศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานจำเลยจนจำเลยแถลงหมดพยานไม่ติดใจสืบพยานต่อไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคดีเสร็จการพิจารณาและนัดฟังคำพิพากษา โดยไม่มีฝ่ายใดหยิบยกเรื่องการตรวจพิสูจน์เอกสารขึ้นเพื่อการวินิจฉัยของศาลชั้นต้นอีกเลยดังนี้ ถือได้ว่าจำเลยได้สละแล้วซึ่งการขอให้มีการตรวจพิสูจน์เอกสารและการนำสืบโดยผู้ชำนาญการพิเศษ ทั้งถือได้ว่าการพิจารณาของศาลชั้นต้นได้เสร็จสิ้นแล้ว การที่จำเลยยกเอาข้อที่ตนได้สละ และมิได้เป็นข้อที่ว่ากันมาแต่ในศาลชั้นต้นมาเป็นข้ออุทธรณ์เพื่อขอให้มีการสืบพยานจำเลยในข้อนี้ จึงขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ที่แก้ไขใหม่ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15การตรวจบุคคล วัตถุ สถานที่ หรือตั้งผู้เชี่ยวชาญ ย่อมอยู่ในดุลพินิจของศาลเมื่อเห็นเป็นการสมควร ซึ่งย่อมขึ้นอยู่แก่พฤติการณ์ของคดีแต่ละกรณี มิใช่เป็นการบังคับให้จำต้องกระทำเสมอไป ดังที่บัญญัติไว้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 99 และมาตรา 129ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ฟ้องโจทก์ต่อศาลจังหวัดนครราชสีมาในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1/2508 หมายเลขแดงที่ 2289/2520 ว่าโจทก์กระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ (ก) โจทก์ได้ทำเอกสารสัญญากู้เงินปลอมขึ้นทั้งฉบับมีข้อความว่าจำเลยได้กู้เงินโจทก์ไป 90,000 บาท และปลอมลายมือชื่อจำเลยลงในช่องผู้กู้ (ข) โจทก์เอาความเท็จฟ้องจำเลยต่อชั้นต้นเดียวกันตามสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 390/2515 โดยบรรยายฟ้องว่าจำเลยทำสัญญากู้เงินโจทก์ 90,000 บาท แล้วโจทก์ได้เบิกความในประเด็นสำคัญแห่งคดีว่าจำเลยกู้เงิน 90,000 บาท และได้ลงลายมือชื่อต่อหน้าโจทก์ ความจริงจำเลยไม่เคยกู้เงินจากโจทก์ และ (ค) โจทก์ได้ส่งเอกสารสัญญากู้อันเป็นข้อสำคัญในคดีต่อศาลว่าจำเลยได้กู้และเป็นหนี้เงินกู้โจทก์ กับได้นำสืบและแสดงพยานหลักฐานสัญญากู้อันเป็นเท็จต่อศาล

ศาลชั้นต้นเชื่อตามหลักฐานการนำสืบอันเป็นเท็จของโจทก์ จึงพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี ขอให้ลงโทษโจทก์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265, 268, 177 และ 180 ซึ่งคำฟ้องของจำเลยดังกล่าวในข้อ (ก) (ข) และ (ค) นั้น ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง คดีถึงที่สุดและเป็นความเท็จทั้งสิ้นความจริงคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 390/2515 ของศาลชั้นต้นโจทก์มิได้กระทำความผิด แต่ได้เบิกความไปตามความจริง ทั้งนำสืบและแสดงหลักฐานสัญญากู้ตามความจริง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 175ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว มีคำสั่งประทับฟ้องจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 175 ให้ลงโทษจำคุกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นส่งเอกสารฉบับพิพาทไปตรวจพิสูจน์ความแท้จริงของลายมือชื่อผู้กู้แล้วพิพากษาใหม่โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

การที่ศาลชั้นต้นไม่ส่งเอกสารสัญญากู้ฉบับพิพาทเพื่อการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อผู้กู้ในเอกสารดังกล่าว จะเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ชอบหรือไม่ เกี่ยวกับปัญหาข้อนี้ ข้อเท็จจริงได้ความตามท้องสำนวนว่า เมื่อศาลชั้นต้นทำการสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว ได้กำหนดวันนัดสืบพยานฝ่ายจำเลยในนัดต่อไป แต่ก่อนจะถึงวันนัดสืบพยานจำเลยจำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเรียกเอกสารสำนวนคดีอื่นที่จำเลยอ้างตามบัญชีระบุพยาน กับขอให้ศาลชั้นต้นส่งเอกสารสัญญากู้และเอกสารบางอย่างไปเพื่อการตรวจพิสูจน์ดังปรากฏตามคำร้องของจำเลยฉบับลงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2523 สารบาญสำนวนอันดับ 49 ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า แม้จำเลยจะได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้ส่งเอกสารสัญญากู้ไปเพื่อการตรวจพิสูจน์โดยกองพิสูจน์หลักฐาน

กรมตำรวจ ก็ตาม แต่ศาลชั้นต้นก็มิได้มีคำสั่งในเรื่องนี้อย่างใด คงมีคำสั่งในคำร้องของจำเลยฉบับเดียวกันนี้เพียงว่า ให้นำสำนวนคดีตามที่จำเลยอ้างมาผูกรวมไว้กับสำนวนคดีนี้ และเมื่อศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานของจำเลยจนจำเลยแถลงหมดพยานไม่ติดใจสืบพยานต่อไป ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งว่าคดีเสร็จการพิจารณา และกำหนดวันนัดฟังคำพิพากษาในเวลาต่อมา ดังปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2524 โดยไม่มีฝ่ายใดที่จะหยิบยกเอาเรื่องนี้เพื่อการวินิจฉัยของศาลชั้นต้นอีกเลย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยแถลงต่อศาลว่าหมดพยานจำเลยไม่ติดใจที่จะสืบพยานต่อไปนั้น ถือได้ว่าจำเลยได้สละแล้วซึ่งการที่จะให้มีการตรวจพิสูจน์หลักฐาน และการนำสืบโดยผู้ชำนาญการพิเศษ อีกทั้งถือได้ว่าการพิจารณาของศาลชั้นต้นได้เสร็จสิ้นแล้ว การที่จำเลยยกเอาข้อที่ตนได้สละและมิได้เป็นข้อที่ว่ากันมาแต่ในศาลชั้นต้นมาเป็นข้ออุทธรณ์ เพื่อขอให้มีการนำสืบพยาจำเลยในข้อนี้ จึงขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ที่แก้ไขใหม่ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ไม่ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะรับวินิจฉัยในปัญหาข้อนี้ให้ ส่วนข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์เป็นทำนองว่า การตรวจพิสูจน์เอกสารมีความจำเป็นที่ศาลชั้นต้นต้องกระทำนั้น

เห็นว่า การตรวจบุคคล วัตถุ สถานที่ หรือตั้งผู้เชี่ยวชาญ ย่อมอยู่ในดุลพินิจของศาลเมื่อเห็นเป็นการสมควร ดังที่บัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 99 และมาตรา 129 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 มิใช่เป็นการบังคับให้จำต้องกระทำเสมอไป ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่แก่การพฤติการณ์ของคดีแต่ละกรณี มิฉะนั้นแล้วศาลจะไม่อาจที่จะทำการพิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ ได้พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์ดำเนินการพิจารณาวินิจฉัยข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานเท่าที่โจทก์และจำเลยนำสืบ แล้วพิพากษาคดีเสียใหม่

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สนิท อังศุสิงห์ · ปรีชา พานิชวงศ์ · สำเนียง ด้วงมหาสอน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3806/2556

การที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ 3 และคำร้องขอส่งเอกสารไปตรวจพิสูจน์ก่อนแถลงหมดพยาน จำเลยดังกล่าวย่อมมีสิทธิทำได้เพราะในส่วนของการยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมของจำเลยที่ 1 แล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3710/2567

การวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิดหรือไม่ต้องวินิจฉัยจากข้อเท็จจริงที่ได้มาจากการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยชอบในศาลชั้นต้น เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพและมิได้ยกข้อเท็จจริงตามฎีกาขึ้นต่อสู้ในศาลชั้นต้นว่า ผู้เส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 89/2567

คดีนี้แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องแยกการกระทำผิดของจำเลยกับพวกมาเป็นข้อ ๆ โดยมีคำขอท้ายฟ้องตาม ป.อ. มาตรา 91 และจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องก็ตาม แต่เมื่อพิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แห่งคดีจากข้อเท็จจริงตามฟ้องแล้วปร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 59/2567

ศาลสืบพยานหลักฐานของโจทก์ประกอบคำให้การรับสารภาพของจำเลยแล้ววินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยใช้อาวุธมีดแทงโดยเจตนาฆ่าผู้เสียหายที่ 1 และพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามฟ้อง อุทธรณ์ของจำเลยที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 809/2567

เมื่อศาลชั้นต้นแจ้งรายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยทั้งสองของพนักงานคุมประพฤติให้จำเลยทั้งสองทราบในวันนัดฟังคำพิพากษา จำเลยทั้งสองแถลงขอสละถ้อยคำในทำนองปฏิเสธที่ให้ไว้ต่อพนักงานคุมประพฤติและคงให้การรับสา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้