Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 263/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เจ้าพนักงานประเมินได้พิจารณาจากสถิติการเสียภาษีการค้าของโจทก์สำหรับปี พ.ศ. 2526 และ พ.ศ. 2527 ที่โจทก์แสดงยอด รายรับไว้ตามแบบ อ.1 ซึ่งเฉลี่ยแล้วโจทก์มีรายรับไม่ต่ำกว่าเดือนละ 77,000 บาท เป็นเกณฑ์ในการกำหนดรายรับของโจทก์สำหรับปี พ.ศ. 2528 และปี พ.ศ. 2529 ดังนี้ เป็นการกำหนดรายรับของโจทก์โดยพิจารณาจากสถิติการเสียภาษีการค้าของโจทก์ อันเป็นหลักเกณฑ์อย่างอื่นอันอาจแสดงรายรับได้โดยสมควรตาม ป.รัษฎากรมาตรา 87 ทวิ(7) เป็นหลักเกณฑ์ จึงเป็นการกำหนดรายรับที่ชอบด้วยกฎหมาย จำนวนเงินรายรับดังกล่าวแม้จะพ้อง กับรายรับขั้นต่ำที่เจ้าพนักงานประเมินได้กำหนดไว้ล่วงหน้าตั้งแต่เดือนมีนาคม 2526ก็ตาม แต่ก็มิใช่จำนวนเดียวกันเพราะที่มาแห่งหลักเกณฑ์ต่างกันรายรับขั้นต่ำนั้นได้มาจากการควบคุมตรวจสอบและจดรายรับประจำวันส่วนกำหนดรายรับตามมาตรา 87 ทวิ(7) ได้มาจากสถิติการเสียภาษีการค้าของโจทก์ที่แสดงไว้ในแบบ อ.1 การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินจึงมิใช่การอาศัยยอด รายรับขั้นต่ำที่กำหนดไว้ล่วงหน้าเป็นฐานในการคำนวณภาษีการค้าของโจทก์.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 86 ป.รัษฎากร มาตรา 87 พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม ป.รัษฎากร (ฉบับที่ 14) พ.ศ.2529 มาตรา 25 พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม ป.รัษฎากร (ฉบับที่ 14) พ.ศ.2529 มาตรา 30

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบการค้าจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มจดทะเบียนการค้าไว้ในประเภทการค้า 7(ง) และได้ยื่นแบบแสดงรายการการค้าโดยแสดงยอดรายรับตามที่ได้รับจริงตลอดมา กิจการค้าของโจทก์ประสบการขาดทุน จึงได้เลิกประกอบการค้าตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน2527 นายอโนชา ทรัพย์พระวงศ์ รับช่วงดำเนินกิจการค้าต่อไป ต่อมาเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2530 เจ้าพนักงานประเมินแจ้งให้โจทก์ชำระภาษีการค้าสำหรับปี พ.ศ. 2528 เบื้ยปรับ เงินเพิ่ม และภาษีบำรุงเทศบาลรวมเป็นเงิน 249,525 บาท ภาษีการค้าระหว่างเดือนมกราคม กับเดือนกุมภาพันธ์ 2529 เบี้ยปรับ เงินเพิ่มและภาษีบำรุงเทศบาลรวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 28,405 บาทโจทก์ไม่เห็นด้วยจึงอุทธรณืการประเมิน

ต่อมาเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2531 คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ โจทก์เห็นว่าคำวินิจฉัยอุทธรณ์ไม่ถูกต้อง ขอให้ศาลเพิกถอนการประเมิน กับเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จำเลยทั้งสี่ให้การว่า การประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบแล้วขอให้พิพากษายกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการประเมิน และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "...ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยมีว่า การที่เจ้าพนักงานประเมินทำการประเมินภาษีการค้าของโจทก์ โดยกำหนดรายรับเดือนละ 77,000 บาท เป็นเกณฑ์ในการประเมินนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

เห็นว่า จำเลยมีนายชัยสิทธิ์เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษีรายรับของโจทก์เบิกความประกอบเอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 40, 41, 42 ว่า โจทก์ได้ยื่นขอเสียภาษีอากรเพิ่มเติมตามมาตรา 30 แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2529 โดยแสดงยอดรายรับของปี พ.ศ. 2526 ไว้เป็นเงิน 932,470 บาท ปี พ.ศ. 2527 ไว้เป็นเงิน 1,094,850 บาท เมื่อโจทก์มิได้เลิกประกอบการค้าและมิได้ยื่นแบบแสดงรายการค้าสำหรับปีพ.ศ. 2528 และสำหรับเดือนมกราคมกับเดือนกุมภาพันธ์ 2529 ไว้ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด พยานจึงได้พิจารณาจากสถิติจากเสียภาษีการค้าของโจทก์สำหรับปี พ.ศ. 2526 และ พ.ศ. 2527 ที่โจทก์แสดงยอดรายรับไว้ตามแบบ อ.1 เอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 40 ซึ่งเฉลี่ยแล้วโจทก์มีรายรับไม่ต่ำกว่าเดือนละ 77,000 บาท เป็นเกณฑ์ในการกำหนดรายรับของโจทก์สำหรับปี พ.ศ. 2528 และปี พ.ศ. 2529 แล้วเสนอต่อเจ้าพนักงานประเมินทำการประเมินภาษีการค้าของโจทก์ เจ้าพนักงานประเมินก็ได้ทำการประเมินโดยถือตามเกณฑ์ที่พยานเสนอดังนี้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าเจ้าพนักงานประเมินได้กำหนดรายรับของโจทก์โดยพิจารณาจากสถิติการเสียภาษีการค้าของโจทก์อันเป็นหลักเกณฑ์อย่างอื่นอันอาจแสดงรายรับได้โดยสมควรตามประมวลรัษฎากร มาตรา 87 ทวิ(7) เป็นหลักเกณฑ์ จึงเป็นการกำหนดรายรับที่ชอบด้วยกฎหมาย จำนวนเงินรายรับดังกล่าวแม้จะพ้องกับรายรับขั้นต่ำที่เจ้าพนักงานประเมินได้กำหนดไว้ล่วงหน้าตั้งแต่เดือนมีนาคม 2526 ก็ตามแต่ก็มิใช่จำนวนเดียวกันเพราะที่มาของหลักเกณฑ์ต่างกัน รายรับขั้นต่ำนั้นได้มาจากการควบคุมตรวจสอบและจดรายรับประจำวันส่วนกำหนดรายรับตามมาตรา 87 ทวิ(7)นั้น ได้มาจากสถิติการเสียภาษีการค้าของโจทก์ตามที่แสดงไว้ในแบบ อ.1เอกสารหมาย ล.1 แผ่นที่ 40 การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินจึงมิใช่การอาศัยยอดรายรับขั้นต่ำที่กำหนดไว้ล่วงหน้าเป็นฐานในการคำนวณภาษีการค้าของโจทก์ดังที่ศาลภาษีอากรกลางรับฟังมา ฉะนั้นการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงชอบด้วยกฎหมาย..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนพ กีรติยุติ · ก้าน อันนานนท์ · ตัน เวทไว
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5781/2540

ในขณะที่โจทก์กำหนดรายรับขั้นต่ำของ ผ.ครั้งแรก เมื่อวันที่1 มกราคม 2528 และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2529 พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติมป.รัษฎากร (ฉบับที่ 14) พ.ศ.2529 มาตรา 25 ซึ่งให้เพิ่มมาตรา 86 เบญจ ที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5817/2534

การที่มาตรา 87 ทวิ แห่ง ป.รัษฎากรให้เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจกำหนดรายรับของผู้ประกอบการค้าที่มิได้ยื่นแบบแสดงรายการการค้าหรือยื่นไม่ถูกต้อง หรือไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกหรือตอบคำถามของเจ้าพนักงานประเมินน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3309/2531

มาตรา 83 ทวิ (7) แห่งประมวลรัษฎากรที่บัญญัติให้เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจกำหนดรายรับขั้นต่ำของผู้ประกอบการค้าที่มิได้ยื่นแบบแสดงรายการค้าหรือยื่นไม่ถูกต้อง หรือไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกหรือตอบคำถามของเจ้า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3308/2531

ตามมาตรา 87 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจกำหนดรายรับของผู้ประกอบการค้าที่ชำระภาษีการค้าไว้ไม่ถูกต้องหรือไม่ยื่นแบบแสดงรายการค้าในปีที่ล่วงมาแล้วตามหลักเกณฑ์ที่ได้ระบุไว้เพื่อใช้เป็นห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 103/2541

บทบัญญัติตามมาตรา 87 ทวิ(7) เดิม แห่งประมวลรัษฎากรเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้ประกอบการค้าชำระภาษีการค้าไว้ไม่ถูกต้องหรือไม่ยื่นแบบแสดงรายการค้าในเดือนที่ล่วงมาแล้วซึ่งหมายถึงในเดือนที่ถึงกำหนดชำระแล้ว เจ้า…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้