Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2631/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องให้ความเห็นชอบโครงการโอนกิจการของธนาคารกรุงเทพ ฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) ให้แก่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทบริหารสินทรัพย์ ข้อ 1 , 2 , 5 ได้ระบุชัดแจ้งให้โจทก์โอนลูกหนี้ที่มีคุณภาพดีแก่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กับให้โจทก์จัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์เพื่อรับโอนลูกหนี้ด้อยคุณภาพของโจทก์ หากโจทก์ไม่เริ่มดำเนินการโอนกิจการตามโครงการนี้ภายใน 90 วัน นับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ถือว่าการให้ความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตามประกาศนี้เป็นอันสิ้นผล เมื่อบริษัทบริหารสินทรัพย์ยังไม่ได้จัดตั้งขึ้นโดยชอบด้วยกฎหมาย โจทก์จึงยังไม่อาจโอนลูกหนี้ด้อยคุณภาพตามประกาศดังกล่าว แต่การที่โจทก์ได้เริ่มโอนลูกหนี้ที่มีคุณภาพดีให้แก่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ภายใน 90 วัน นับถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ย่อมถือว่าโจทก์ได้เริ่มดำเนินการโอนกิจการตามโครงการดังกล่าวตามความมุ่งหมายของประกาศฉบับนี้แล้ว การที่โจทก์โอนลูกหนี้ด้อยคุณภาพซึ่งรวมทั้งสิทธิเรียกร้องในคดีนี้ให้แก่ผู้ร้องที่ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์แล้วจึงเป็นการดำเนินการต่อเนื่องกันซึ่งแม้จะเกินกำหนดเวลา 90 วัน นับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาก็หาเป็นผลให้การให้ความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตามประกาศนี้สิ้นผลไปไม่ ผู้ร้องจึงเข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนโจทก์ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 271 พ.ร.ก.บริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ.2541 มาตรา 3 ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องให้ความเห็นชอบโครงการโอนกิจการฯ มาตรา 1 ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องให้ความเห็นชอบโครงการโอนกิจการฯ มาตรา 2 ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องให้ความเห็นชอบโครงการโอนกิจการฯ มาตรา 5

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินแก่โจทก์ โดยให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมรับผิดบางส่วน

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ภายหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีคำสั่งระงับการดำเนินกิจการของโจทก์ และได้มีพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๔๑ ให้จัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์เพื่อรับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงิน ต่อมาวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒ โจทก์ทำสัญญาขายหรือโอนสินทรัพย์และสิทธิเรียกร้องที่มีอยู่เหนือลูกหนี้ของโจทก์ทั้งหมดรวมทั้งหลักประกันให้แก่ผู้ร้องเพื่อบริหารหรือจำหน่ายจ่ายโอนซึ่งมีสิทธิเรียกร้องในคดีนี้รวมอยู่ด้วย ผู้ร้องจึงขอเข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนโจทก์เพื่อบังคับคดีแก่จำเลยทั้งสาม จำเลยที่ ๒ ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องกับโจทก์มิได้ดำเนินการโอนกิจการตามโครงการโอนสินทรัพย์และหนี้สินตามแผนฟื้นฟูระบบสถาบันการเงินภายใน ๙๐ วัน นับถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามประกาศกระทรวงการคลัง การโอนสินทรัพย์และหนี้สินระหว่างโจทก์กับผู้ร้องจึงสิ้นผล ขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิของโจทก์ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ ๒ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๒ ว่า การที่โจทก์ได้โอนลูกหนี้ด้อยคุณภาพให้แก่ผู้ร้องเมื่อพ้น ๙๐ วัน นับแต่วันถัดจากวันที่ประกาศกระทรวงการคลังตามเอกสารหมาย ร. ๙ ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา จะถือว่าการให้ความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตามประกาศดังกล่าวสิ้นผลไปหรือไม่ เห็นว่า ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ให้ความเห็นชอบโครงการโอนกิจการของธนาคารกรุงเทพ ฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) ให้แก่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทบริหารสินทรัพย์ ตามเอกสารหมาย ร. ๙ ข้อ ๑. ระบุว่า "การโอนกิจการบางส่วนของธนาคารกรุงเทพ ฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) ให้แก่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) มีรายละเอียดดังนี้ (๑) ให้ดำเนินการโอนลูกหนี้ที่มีคุณภาพดีรวมทั้งเงินฝากและเจ้าหนี้สามัญให้แก่ธนาคารกรุงไทย

จำกัด (มหาชน) โดยให้เร่งดำเนินการและดูแลให้การโอนลูกหนี้และเจ้าหนี้นั้นให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามที่พึงได้โดยครบถ้วน?" ส่วนข้อ ๒ ระบุว่า "การโอนกิจการบางส่วนของธนาคารกรุงเทพ ฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) ให้แก่บริษัทบริหารสินทรัพย์ มีรายละเอียดดังนี้ (๑) ให้ธนาคารกรุงเทพ ฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) จัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว (๒) เมื่อจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์เสร็จแล้ว ให้ธนาคารกรุงเทพ ฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) โอนลูกหนี้ด้อยคุณภาพทั้งหมดให้แก่บริษัทบริหารสินทรัพย์ทันที" และข้อ ๕ ระบุว่า "กำหนดระยะเวลาการให้ความเห็นชอบ หากธนาคารกรุงเทพ ฯ พาณิชย์การ จำกัด (มหาชน) ไม่เริ่มดำเนินการโอนกิจการตามโครงการนี้ภายใน ๙๐ วัน

นับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้ถือว่าการให้ความเห็นชอบตามประกาศนี้เป็นอันสิ้นผล" เห็นว่า ประกาศกระทรวงการคลังดังกล่าวได้ระบุชัดแจ้งให้โจทก์โอนลูกหนี้ที่มีคุณภาพดีแก่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กับให้โอนลูกหนี้ด้อยคุณภาพให้แก่บริษัทบริหารสินทรัพย์แยกออกจากกัน เมื่อบริษัทบริหารสินทรัพย์ยังไม่ได้จัดตั้งขึ้นโดยชอบด้วยกฎหมาย บริษัทบริหารสินทรัพย์นั้นก็ไม่สามารถรับโอนลูกหนี้ด้อยคุณภาพจากโจทก์ได้ แต่การที่โจทก์ได้เริ่มโอนลูกหนี้ที่มีคุณภาพดีให้แก่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ภายใน ๙๐ วัน นับถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ย่อมถือว่าโจทก์ได้เริ่มดำเนินการโอนกิจการตามโครงการดังกล่าวตามความมุ่งหมายของประกาศฉบับนี้แล้ว

หลังจากนั้นเมื่อผู้ร้องได้จดทะเบียนตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์และโจทก์ได้โอนลูกหนี้ด้อยคุณภาพทั้งหมดให้แก่ผู้ร้อง จึงเป็นการดำเนินการต่อเนื่องกันซึ่งแม้จะพ้นกำหนดเวลา ๙๐ วัน นับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาก็หาเป็นผลให้การให้ความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตามประกาศนี้สิ้นผลไปไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแทนโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ ๒ ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ · ชวลิต ยอดเณร · ประเสริฐ เขียนนิลศิริ
ศาลล่าง
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นางจันทิมา บำรุงศักดิ์
ศาลอุทธรณ์ - นายประสิทธิ์ เจริญถาวรโภคา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2564/2567

กระบวนวิธีการบังคับคดีในขั้นตอนต่าง ๆ นั้น หากเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีซึ่งต้องเสียหายเพราะเหตุดังกล่าวเห็นว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1785/2566

การร้องขอให้บังคับคดีซึ่งต้องกระทำภายใน 10 ปี นับแต่วันมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง เป็นระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 271 (เดิม) ศาลมีอำนาจที่จะขยายหรือย่นระยะเวลาได้โดยคู่ความไม่จำต้องร้องขอ เมื่อมีพฤ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1467/2566

ในชั้นเดิมที่ศาลฎีกาพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลชั้นที่สุดโดยตรง เพื่ออธิบายว่ากรณีจะต้องบังคับตามรูปแผนที่ตามเอกสารหมาย จ.3 และ จ.20 หรือต้องบังคับให้มีเน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4523/2565

แม้การบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 กำหนดให้ต้องบังคับเอาแก่ทรัพย์จำนองก่อน หากไม่ครบจำนวนหนี้จึงจะบังคับเอาแก่ทรัพย์สินอื่นได้ก็ตาม แต่ทรัพย์จำนองมีราคาประเมินไม่เพียงพอที่จะชำระหนี้ตามคำพิพาก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2040/2563

หนี้ตามคำพิพากษาเป็นหนี้เงิน เมื่อจำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำบังคับ เป็นกรณีที่ต้องตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดหรืออายัดทรัพย์สินของจำเลยออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ เมื่อพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาต…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้