Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2635/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในวันนัดสืบพยานจำเลยนัดแรก จำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอ้างเหตุป่วย ทนายจำเลยแถลงว่าติดใจสืบเฉพาะตัวจำเลยเท่านั้นหากนัดหน้าจำเลยไม่มาศาลหรือไม่มีพยานมาศาลให้ถือว่าจำเลยไม่ติดใจสืบพยานต่อไป ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนคดีเมื่อถึงวันนัดสืบพยานจำเลยหลังสืบตัวจำเลยแล้ว ทนายจำเลยแถลงขอเลื่อนคดีเพื่อขอสืบพยานอื่น ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีและถือว่าเป็นอันหมดพยานจำเลย คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงเป็นไปตามที่จำเลยแถลงไว้และเป็นไปโดยชอบแล้วการเช่าอสังหาริมทรัพย์ ที่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ให้เช่า ผู้เช่าจะยกเป็นข้อต่อสู้คดีหาได้ไม่ปัญหาที่จำเลยไม่ได้ต่อสู้ไว้ในคำให้การ ทั้งไม่ใช่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ศาลอุทธรณ์จะรับวินิจฉัยปัญหานี้มา ก็ถือว่าเป็นปัญหาที่มิได้ว่ากันมาโดยชอบในชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากตึกแถวที่เช่า และให้ส่งมอบตึกแถวคืนในสภาพเรียบร้อย กับให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยทำหนังสือสัญญาเช่าตามฟ้องกับโจทก์ ก่อนครบกำหนดเวลาเช่า โจทก์ตกลงให้จำเลยเช่าต่อ โจทก์ไม่เสียหายขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งโดยขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาให้พิพากษาบังคับโจทก์ให้ไปจดทะเบียนเช่าตึกแถวตามฟ้องให้จำเลย หากไม่สามารถทำได้ให้ใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่จำเลย ศาลชั้นต้นสั่งไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาของจำเลยแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ให้จำเลยนำค่าขึ้นศาลมาชำระภายใน 7 วัน จำเลยไม่ชำระภายในกำหนด ศาลชั้นต้นจึงสั่งไม่รับฟ้องแย้งของจำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยออกจากตึกแถวเลขที่ 242ถนนอำนวยสงคราม แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร และส่งมอบให้โจทก์ กับให้จำเลยชำระค่าเสียหายในอัตราเดือนละ 12,000 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะออกจากตึกแถวดังกล่าวและส่งมอบให้โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกฟ้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าที่จำเลยฎีกาข้อแรกว่า ศาลชั้นต้นสั่งตัดพยานจำเลยไม่ชอบ เห็นว่า ในวันสืบพยานจำเลยนัดแรก จำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอ้างเหตุป่วย ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนคดีไปสืบพยานจำเลยนัดต่อไป ทนายจำเลยแถลงว่า ติดใจสืบเฉพาะตัวจำเลยเท่านั้น หากนัดหน้าจำเลยไม่มาศาลหรือไม่มีพยานอื่นมาศาลให้ถือว่าจำเลยไม่ติดใจสืบพยานต่อไป เมื่อถึงวันนัดสืบพยานจำเลยหลังจากสืบตัวจำเลยแล้ว ทนายจำเลยแถลงขอเลื่อนคดีเพื่อขอสืบพยานหักล้างค่าเสียหายที่โจทก์เรียกกรณีที่ตึกแถวพิพาทเกิดไฟไหม้ที่ชั้น 4 โจทก์คัดค้าน ศาลชั้นต้นเห็นว่า ทนายจำเลยแถลงไว้ในนัดก่อนว่าติดใจสืบพยานเฉพาะตัวจำเลยและแถลงด้วยว่า ถ้านัดหน้าจำเลยไม่มาศาลหรือไม่มีพยานอื่นมาศาลให้ถือว่าจำเลยไม่ติดใจสืบพยานเมื่อถึงวันนัดพยานจำเลยมาศาลเพียงตัวจำเลยคนเดียว จึงถือว่าจำเลยติดใจเพียงสืบพยานเฉพาะตัวจำเลยและไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีและถือว่าเป็นอันหมดพยานจำเลย คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงเป็นไปตามที่จำเลยแถลงไว้ และเป็นไปโดยชอบแล้ว

จำเลยฎีกาข้อต่อไปว่า ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทในการชี้สองสถานไม่ครบถ้วน เพราะจำเลยให้การว่าโจทก์ตกลงทำสัญญาเช่ากับจำเลยใหม่ เห็นว่าตามคำให้การของจำเลยอ้างว่า ทนายจำเลยได้ส่งหนังสือยืนยันข้อตกลงเรื่องการเช่าตามเอกสารท้ายคำให้การหมายเลข 2 ไปยังโจทก์ มีหลักฐานการส่งหนังสือเป็นใบรับฝากไปรษณียภัณฑ์ลงทะเบียนแต่ไม่มีลายมือชื่อโจทก์รับรู้หรือตกลงกับจำเลย จำเลยคงอ้างแต่เพียงว่า โจทก์รับเงินธนาณัติไว้แล้วตามใบรับธนาณัติซึ่งก็เป็นเพียงหลักฐานการรับเงินของพนักงานไปรษณีย์ ไม่มีข้อความเกี่ยวกับเรื่องการเช่า จึงมิใช่หลักฐานที่เป็นหนังสือลงลายมือชื่อโจทก์ผู้ต้องรับผิดเป็นสำคัญตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 จำเลยจะยกเป็นข้อต่อสู้ว่า

มีการทำสัญญาเช่ากันใหม่มิได้ เรื่องใบเสร็จรับเงินค่าเช่าที่จำเลยอ้างว่ามีชื่อโจทก์จำเลยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ในคำให้การ ทั้งไม่ใช่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ศาลอุทธรณ์จะรับวินิจฉัยปัญหานี้มา ก็ถือว่าเป็นปัญหาที่มิได้มากล่าวกันมาโดยชอบในชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ที่ศาลชั้นต้นเห็นว่า สัญญาเช่าตามฟ้องสิ้นอายุแล้ว จำเลยหมดสิทธิที่จะอยู่ในตึกแถวพิพาทและเห็นว่าประเด็นข้อพิพาทคงมีแต่เรื่องความรับผิดในค่าภาษีและค่าเสียหาย จึงเป็นไปโดยชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนวย เปล่งวิทยา · สุชาติ จิวะชาติ · เสรี แสงศิลป์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7386/2548

จำเลยมิได้ให้การว่า สัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับจำเลยมีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าการเช่าธรรมดา การที่จำเลยเพิ่งหยิบยกขึ้นกล่าวอ้างในชั้นฎีกาจึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2261/2539

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนย้ายสิ่งปลูกสร้างพร้อมบริวารออกไปจากที่พิพาทของโจทก์ซึ่งมีค่าเช่าปีละ1,000บาทจำเลยให้การเพียงว่า ช. สามีโจทก์เอาเงินจากจำเลยไปซื้อที่ดินพิพาทมิได้กล่าวอ้างโดยชัดแจ้งว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 181/2535

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกที่เช่าซื้อมีค่าเช่าตามสัญญาในขณะยื่นฟ้องไม่เกินเดือนละสองพันบาท และค่าเสียหายตามฟ้องไม่เกิน สองหมื่นบาทคดีจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามป.วิ.พ. มาตรา 224 แม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 480/2534

โจทก์กล่าวไว้ในคำแก้ฎีกาว่า การเช่าที่ดินที่จำเลยอ้างว่าให้โจทก์เช่าจำเลยไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ จำเลยจึงไม่มีอำนาจฟ้องปัญหาข้อนี้โจทก์ได้ยกข้อต่อสู้ไว้ในคำให้การแก้ฟ้องแย้งแล้วจำเลยก็อุทธรณ์ถึงเรื่อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3383/2530

โจทก์เช่า แผงตลาดจากบริษัทฐ. อยู่ก่อนที่จำเลยที่ 2 จะซื้อที่ดินที่ตั้งแผงจากบริษัท ฐ. เมื่อจำเลยที่ 2 ซื้อมาแล้วก็ขายฝากให้แก่บริษัท ค. ไปในวันเดียวกัน กรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งก่อสร้างย่อมตก เป็นของผ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้