Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2636/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลย 10 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นจำคุก 5 ปี ดังนี้ เพียงแก้เฉพาะการกำหนดโทษ มิได้แก้บทความผิด เป็นการแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218เจ้าพนักงานตำรวจจับเฮโรอีนของกลางได้จากจำเลย จำนวน 62หลอด มีปริมาณ 58.625 กรัม นับว่ามีจำนวนมาก และพฤติการณ์เห็นได้ว่าทำไว้เพื่อความสะดวกแก่การจำหน่าย ศาลชั้นต้นวางโทษจำคุกมีกำหนด 20 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 10 ปี และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ดังนี้ เหมาะสมแก่รูปคดีแล้ว.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 78 ป.วิ.อ. มาตรา 218 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 66 ประกาศใช้กฎอัยการศึกของคณะปฏิวัติ พ.ศ.2522 มาตรา 66

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 15, 66, 67, 102 พระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ. 2472 มาตรา53, 69 พระราชบัญญัติฝิ่น (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2512 มาตรา 5ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 41 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 ริบของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 และพระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ. 2472มาตรา 53 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฝิ่น (ฉบับที่ 7)พ.ศ. 2512 มาตรา 5 เรียงกระทงลงโทษ จำคุกกระทงละ 20 ปี รวมจำคุก40 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 20 ปี ของกลางริบ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยมีเฮโรอีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงและมีปริมาณมาก ศาลชั้นต้นวางโทษในข้อหานี้เหมาะสมแก่รูปคดีแล้ว แต่ข้อหามีฝิ่นไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายนั้น ศาลชั้นต้นลงโทษหนักเกินไป พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษจำเลยสำหรับข้อหามีฝิ่นไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 5 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุกทั้งสิ้น 15 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาขอให้ลดโทษลงอีก

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'ในการที่จะปรับว่า คดีใดต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงหรือไม่ ต้องพิจารณากระทงความผิดเป็นกระทงๆไป สำหรับความผิดฐานมีฝิ่นไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายนั้นศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลย 10 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำคุก 5 ปี ดังนี้ศาลอุทธรณ์เพียงแต่แก้เฉพาะการกำหนดโทษโดยมิได้แก้บทความผิด เป็นการแก้ไขเล็กน้อย จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ที่จำเลยฎีกาขอให้ลดโทษลงอีก อันเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการกำหนดโทษของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าว ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้ คงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายว่าสมควรลดโทษให้จำเลยอีกหรือไม่พิเคราะห์แล้ว

ความผิดฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 66 วรรคแรก บัญญัติให้ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงจำคุกตลอดชีวิต การที่เจ้าพนักงานตำรวจจับเฮโรอีนของกลางได้จากจำเลยโดยแบ่งใส่หลอด มีจำนวน 62 หลอด พฤติการณ์เห็นได้ว่าทำไว้เพื่อความสะดวกแก่การจำหน่ายทั้งเฮโรอีนของกลางมีปริมาณถึง 58.625 กรัม นับว่ามีจำนวนมาก ที่ศาลชั้นต้นวางโทษจำคุกจำเลยในความผิดฐานนี้มีกำหนด 20 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 10 ปีและศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จึงเป็นการเหมาะสมแก่รูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน'.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 437/2530

คดีฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 66 วรรคสอง ซึ่งมีระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตนั้น แม้จำเลยจะให้การรับสารภาพศาลยังต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1488/2557

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 66 วรรคสอง จำคุก 2 ปี และปรับ 200,000 บาท ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้ให้ลงโทษตามมาตรา 66 วรรคหนึ่ง จำคุก 3 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 2 แก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18303/2556

จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้กระทำความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนนั้น จำเลยที่ 1 ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ลงโทษประหารชีวิตจำเลยที่ 1 โดย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4121/2555

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 3 ในความผิดฐานเป็นตัวการในการกระทำความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง วรรคสาม (2), 66 วรรคสาม ประกอบ ป.อ. มาตรา 83…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20130/2555

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง, 67 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้