Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2638/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

มาตรา 71 (1) แห่งประมวลรัษฎากร มิได้หมายความถึงกับว่าบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจะต้องมิได้นำบัญชี เอกสารหรือหลักฐานใด ๆ มาแสดงต่อเจ้าพนักงานประเมินเลย เจ้าพนักงานประเมินจึงจะใช้อำนาจประเมินตามที่บัญญัติไว้ในมาตราดังกล่าวได้ เพราะไม่เช่นนั้นแล้วหากผู้ยื่นรายการนำเอกสารหลักฐานแต่เพียงบางส่วนที่ไม่เป็นประโยชน์ในการตรวจสอบ ความถูกต้องแท้จริงของแบบรายการที่ยื่นมาแสดง เจ้าพนักงานประเมินก็ไม่มีโอกาสที่จะใช้อำนาจตามมาตรา 71 (1) ได้ เจ้าพนักงานประเมินออกหมายเรียกให้โจทก์นำบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไปเพื่อตรวจสอบ โจทก์นำส่งแต่แฟ้มใบสำคัญคู่จ่ายเพียง 30 แฟ้ม ส่วนสมุดบัญชี สำเนาใบเสร็จรับเงิน และสัญญาต่าง ๆ โจทก์ไม่ยอมส่งมอบอ้างว่าสูญหายโดยไม่อาจรับฟังได้ ลำพังใบสำคัญจ่ายไม่เพียงพอที่จะตรวจหากำไรสุทธิ และคำนวณภาษีที่โจทก์จะต้องเสียได้ การที่เจ้าพนักงานประเมินอาศัยมาตรา 71 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ประเมินภาษีในอัตราร้อยละ 5 จากยอดรายรับก่อนหักรายจ่ายจากโจทก์จึงชอบแล้ว.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 19 ป.รัษฎากร มาตรา 71

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลกับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามโดยอ้างว่า เจ้าพนักงานไม่มีสิทธิและไม่ควรใช้อำนาจตามมาตรา ๗๑ (๑) ประเมินภาษีจากโจทก์

จำเลยให้การว่า การประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยชอบด้วยกฎหมายและข้อเท็จจริง ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ในปัญหาที่โจทก์อ้างว่า เจ้าพนักงานประเมินจะนำมาตรา ๗๑ (๑) แห่งประมวลรัษฎากรมาใช้บังคับไม่ได้ เพราะกรณีตามมาตรา ๗๑ (๑) หมายถึงบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไม่นำบัญชี เอกสารหรือหลักฐานใด ๆ มาให้เจ้าพนักงานประเมินทำการไต่สวนเลยนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าความในมาตรา ๑๙ มีว่าเมื่อเจ้าพนักงานประเมินมีเหตุอันควรเชื่อว่า ผู้ใดแสดงรายการตามแบบที่ยื่นไม่ถูกต้อง เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจสั่งให้ผู้ยื่นรายการนำบัญชีหรือหลักฐานอื่นอันควรแก่เรื่องมาแสดงได้ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์แก่เจ้าพนักงานประเมินในการตรวจสอบความถูกต้องแท้จริงของรายการตามแบบที่ยื่น ดังนั้นเมื่อนำความในมาตรา ๑๙ มาพิเคราะห์ประกอบกับความในมาตรา ๗๑ (๑) แล้ว เห็นว่า ความในมาตรา ๗๑ (๑) มิได้หมายความถึงกับว่า บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจะต้องมิได้นำบัญชี เอกสาร หรือหลักฐานใด ๆ มาแสดงต่อเจ้าพนักงานประเมินเลย เจ้าพนักงานประเมินจึงจะใช้อำนาจประเมินตามที่บัญญัติไว้ในมาตราดังกล่าวได้

เพราะไม่เช่นนั้นแล้วหากผู้ยื่นรายการนำเอกสารหลักฐานแต่เพียงบางส่วนที่ไม่เป็นประโยชน์ในการตรวจสอบความถูกต้องแท้จริงของแบบรายการที่ยื่นมาแสดงเจ้าพนักงานประเมินก็ไม่มีโอกาสที่จะใช้อำนาจตามมาตรา ๗๑ (๑) ได้การตรวจสอบความถูกต้องแท้จริงของรายการตามแบบที่ยื่นของเจ้าพนักงานประเมินก็จะเกิดขึ้นไม่ได้ และศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าข้ออ้างของโจทก์ในเรื่องบัญชี เอกสาร หรือหลักฐานที่เจ้าพนักงานประเมินให้นำไปส่งมอบเพื่อตรวจสอบสูญหายเพราะเหตุน้ำท่วมหรือสูญหายเนื่องจากขนย้ายสำนักงานฟังไม่ได้ ทั้งลำพังเพียงใบสำคัญคู่จ่ายที่โจทก์นำส่ง เจ้าพนักงานประเมินไม่สามารถคำนวณหากำไรสุทธิได้ สำหรับเรื่องที่โจทก์อ้างกรณีของบริษัทเจริญไทยมอเตอร์เชลล์

จำกัด ซึ่งคณะกรรมการ กพอ. มีมติมิให้นำมาตรา ๗๑ (๑) มาใช้ดังปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๒๑ นั้น เห็นว่า เอกสารหมาย จ.๒๑ มิใช่คำสั่งของกรมสรรพากร ให้ถือปฏิบัติเป็นการทั่วไป แต่เป็นมติของคณะกรรมการ กพอ. เป็นการเฉพาะเรื่องของบริษัทเจริญไทยมอเตอร์เชลล์ จำกัด ที่ไม่สามารถนำบัญชี และเอกสารประกอบการลงบัญชีมามอบต่อเจ้าพนักงานประเมินตามหมายเรียกว่า เจ้าพนักงานประเมินสามารถประเมินอาศัย มาตรา ๗๑ (๑) ได้ แต่เนื่องจากบริษัทเจริญไทยมอเตอร์เชลล์ จำกัด มีกิจการเฉพาะจำหน่ายรถยนต์และอะไหล่ซึ่งสามารถหาหลักฐานมาคำนวณกำไรสุทธิได้ง่าย จึงไม่ควรจะใช้วิธีการประเมินตามมาตรา ๗๑ (๑) ซึ่งแตกต่างกับกรณีของโจทก์ซึ่งมีกิจการค้าอย่างอื่นนอกจากการจำหน่ายรถยนต์และอะไหล่และเจ้าพนักงานประเมินไม่สามารถจะหาหลักฐานมาคำนวณหากำไรสุทธิได้ ดังนั้น การที่เจ้าพนักงานประเมินได้ทำการประเมินภาษีจากโจทก์ในอัตราร้อยละ ๕ จากยอดรายได้ที่ปรากฏในงบดุลโดยไม่หักรายจ่ายเสียก่อน ตามความในมาตรา ๗๑ (๑) แห่งประมวลรัษฎากรจึงเป็นการถูกต้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูเชิด รักตะบุตร์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · เสวก จันทร์ผ่อง
ศาลล่าง
ศาลภาษีอากรกลาง - นายสถิตย์ สิทธิลักษณ์ศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9150/2560

บทบัญญัติแห่ง ป.รัษฎากร มิได้ห้ามเจ้าพนักงานประเมินแก้ไขการออกหมายเรียกที่ผิดพลาดให้ถูกต้องได้ เจ้าพนักงานประเมินยกเลิกหมายเรียกฉบับเดิมและออกหมายเรียกฉบับใหม่ เพราะเห็นว่าหมายเรียกฉบับเดิมมีข้อบกพร่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1480/2549

ข้ออ้างของโจทก์ที่ว่าไม่สามารถแสดงใบกำกับภาษีได้ เนื่องจาก อ. ไม่ยอมส่งมอบบัญชีและเอกสารคืนโจทก์ และโจทก์ไม่สามารถขอใบแทนใบกำกับภาษีจากผู้ออกใบกำกับภาษีได้เพราะโจทก์ไม่ทราบว่ามีใบกำกับภาษีอะไรบ้างนั้น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9302/2547

หลังจากจำเลยที่ 1 ได้ออกหมายเรียกตรวจสอบภาษีให้กรรมการโจทก์ไปพบและส่งบัญชีพร้อมทั้งเอกสารไปให้ตรวจสอบ โจทก์ส่งสมุดบัญชีแยกประเภทไปให้จำเลยที่ 1 เพียง 1 เล่ม และผู้รับมอบอำนาจโจทก์ได้แจ้งต่อเจ้าพนักงาน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7826/2543

การที่จำเลยไม่มาพบและส่งบัญชีเอกสารสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2537 ทำให้เจ้าพนักงานของโจทก์ไม่สามารถคำนวณกำไรสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีดังกล่าวได้ เจ้าพนักงานประเมินจึงอาศัยอำนาจตาม ป. รัษฎากรมาตรา 71 (1)…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1038/2541

ป.รัษฎากรได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานประเมินกับคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ต่างหากจากกัน โดยเริ่มแรกหากเจ้าพนักงานประเมินมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ใดแสดงรายการตามแบบที่ยื่นไว้ไม่ถูกต้องตรงความเป็นจร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้