Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2649/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พยานโจทก์เบิกความเพียงว่า เมื่อได้ยินเสียงแก๊ปปืนดังขึ้นได้หันไปทางเสียงนั้น แล้วเห็นจำเลยวิ่งหลบหนีไปโดยถือปืนไปด้วยโดยไม่เห็นว่า จำเลยใช้ปืนนั้นจ้องเล็งยิงผู้เสียหายหรือไม่ก่อนหน้านั้นจำเลยและผู้เสียหายทะเลาะกันแล้วได้ความจากผู้เสียหายว่าจำเลยไม่พอใจที่ผู้เสียหายไม่ยกทรัพย์ให้จึงโกรธจะเผายุ้งข้าวแต่ผู้เสียหายเข้าห้ามไว้และเกิดการวิวาทชกต่อยกันขึ้น จำเลยจึงออกจากบ้านไปโดยกล่าวคำอาฆาตผู้เสียหายไว้ เช่นนี้ เหตุดังกล่าวไม่น่าถึงกับทำให้จำเลยคิดจะฆ่าผู้เสียหาย เมื่อโจทก์ไม่มีพยานยืนยันว่าจำเลยใช้อาวุธปืนจ้องเล็งยิงผู้เสียหายแล้ว แต่กระสุนปืนไม่ลั่น กรณีย่อมไม่อาจรับฟังให้เป็นผลร้ายแก่จำเลยได้ คำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน โดยลำพังย่อมไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังลงโทษจำเลยได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ใช้ปืนแก๊ปยาวยิงนายชัยยา ใจเที่ยงผู้เสียหายซึ่งเป็นน้องชายของจำเลยโดยเจตนาฆ่าและไตร่ตรองไว้ก่อนจำเลยได้ลงมือกระทำความผิดไปตลอดแล้ว แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผลเนื่องจากกระสุนปืนไม่ลั่น ผู้เสียหายจึงไม่ถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของจำเลย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92, 94,289, 80 ริบของกลางและเพิ่มโทษแก่จำเลยจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 ให้จำคุก 12 ปี เพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 จำคุก 16 ปี

จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่บ้าง เป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 10 ปี8 เดือน คำขออื่นให้ยกจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "โจทก์มีประจักษ์พยานมาสืบ 2 ปากคือนายชัยยา ใจเที่ยง ผู้เสียหาย และนางต้น ใจเที่ยง มารดาผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายเบิกความว่าขณะเกิดเหตุผู้เสียหายกำลังหุงข้าวอยู่ในครัว ผู้เสียหายได้ยินเสียงแก๊ปปืนดังขึ้น 1 นัดทางทิศตะวันตกห่างจากตัวบ้านประมาณ 5 เมตร เมื่อหันไปดูเห็นจำเลยถือปืนแก๊ปวิ่งไปทางทิศตะวันตกซึ่งเป็นถนนในหมู่บ้านส่วนนางต้นเบิกความว่าขณะเกิดเหตุนางต้นออกจากห้องน้ำได้ยินเสียงแก๊ปปืนดัง นางต้นหันไปดูเห็นจำเลยถือปืนวิ่งออกไปตามถนนทางทิศตะวันตก

ขณะนั้นจำเลยอยู่ห่างไปประมาณ 3-4 เมตรศาลฎีกาเห็นว่า พยานโจทก์ทั้งสองปากคงเบิกความเพียงว่า เมื่อได้ยินเสียงแก๊ปปืนดังขึ้นได้หันไปทางเสียงนั้น แล้วเห็นจำเลยวิ่งหลบหนีไปโดยถือปืนไปด้วย พยานโจทก์ดังกล่าวไม่เห็นว่าจำเลยใช้ปืนนั้นจ้องเล็งยิงผู้เสียหายหรือไม่ ที่ผู้เสียหายกับพวกไปแจ้งความว่าจำเลยใช้อาวุธปืนลอบยิงผู้เสียหายจึงเป็นเพียงการคาดคะเนของผู้เสียหายและนางต้นเท่านั้น เพราะจำเลยและผู้เสียหายเคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันมาก่อนเกิดเหตุ แต่เมื่อพิจารณาถึงกรณีที่จำเลยและผู้เสียหายทะเลาะกันแล้วได้ความจากผู้เสียหายว่าจำเลยไม่พอใจที่ผู้เสียหายไม่ยกทรัพย์ให้ผู้เสียหายจำเลยจึงโกรธและจะเผายุ้งข้าว แต่ผู้เสียหายเข้าห้ามไว้และเกิดการวิวาทชกต่อยกันขึ้น

จำเลยออกจากบ้านไปโดยกล่าวคำอาฆาตผู้เสียหายไว้ ดังนี้ เหตุดังกล่าวไม่น่าจะถึงกับทำให้จำเลยคิดจะฆ่าผู้เสียหาย เมื่อโจทก์ไม่มีพยานยืนยันว่าจำเลยใช้อาวุธปืนจ้องเล็งยิงผู้เสียหายแล้วแต่กระสุนปืนไม่ลั่น กรณีย่อมไม่อาจรับฟังให้เป็นผลร้ายแก่จำเลยได้ พยานหลักฐานโจทก์ที่เหลือคงมีคำให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนตามเอกสารหมาย จ.3และ จ.13 ซึ่งโดยลำพังย่อมไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังลงโทษจำเลยได้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมายังไม่มีน้ำหนักมั่นคงพอให้รับฟังได้ว่าจำเลยพยายามฆ่าผู้เสียหาย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาลงโทษจำเลยมานั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปราโมทย์ ชพานนท์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · เสริม บุญทรงสันติกุล
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1207/2567

การจะเป็นความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยร่วมกระทำการใด ๆ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการดำเนินการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเป็นเครือข่ายดำเนินงานขององค์กรดังกล่าว หรือสมคบกันตั้งแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 125/2567

การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110 (1) ผู้กระทำต้องรู้ว่าสินค้าที่ตนนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำหน่าย เสนอจำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย เป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2566

แม้คําพิพากษาคดีแพ่งของศาลชั้นต้นจะมีผลผูกพันโจทก์จำเลยซึ่งเป็นคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างอื่นให้แตกต่างไปจากผลแห่งคําวินิจฉัยดังกล่าวที่ฟังข้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2566

วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบให้ใช้ระบบไต่สวนและเป็นไปโดยรวดเร็ว และก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง ศาลอาจเรียกพยานหลักฐานมาสืบเพิ่มเติมตามที่เห็นสมควร ซึ่งรวมทั้งการเรียกพยานที่สืบแล้วมาสืบใหม่โดย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้