Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2652/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคหนึ่งจะเป็นความผิดก็ต่อเมื่อได้กระทำภายหลังที่การกระทำความผิดในการได้ทรัพย์มานั้นสำเร็จไปแล้ว ม. กับพวกมีเจตนาทุจริตมาแต่แรกโดยหลอกลวงว่าจะซื้อที่ดินจากโจทก์ร่วม เมื่อโจทก์ร่วมมาที่บ้าน ม. เพื่อทำสัญญาจะซื้อจะขายและให้วางเงินมัดจำ ม. กลับชักชวนโจทก์ร่วมให้ร่วมกับ ม. เล่นการพนันกับพวกของ ม. โจทก์ร่วมเล่นการพนันเสียการติดต่อขอซื้อที่ดินและการเล่นการพนันจึงเป็นเพียงเหตุการณ์ที่ ม. กับพวกสร้างขึ้นเพื่อหลอกลวงเอาเงินของโจทก์ร่วมและโดยการหลอกลวงดังกล่าวทำให้ ม. กับพวกได้ไปซึ่งเงินจากโจทก์ร่วมกับเงินที่โจทก์ร่วมให้ จ. โอนมาให้แก่จำเลยแสดงว่า จำเลยเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงของ ม. หาใช่เข้าไปเกี่ยวข้องภายหลัง ม. ได้เงินมาแล้วไม่ จำเลยจึงเป็นตัวการร่วมกระทำความผิดฐานฉ้อโกง แม้โจทก์จะฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกระทำความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 อันเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง แต่ข้อแตกต่างดังกล่าวมิใช่ข้อสาระสำคัญและไม่เป็นเหตุให้จำเลยหลงต่อสู้เพราะจำเลยนำสืบปฏิเสธว่าไม่มีส่วนร่วมกระทำความผิดเกี่ยวกับเงินจำนวนที่จำเลยเป็นผู้เบิก ศาลฎีกามีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสาม

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2540 เวลากลางวัน จำเลยรับของโจรโดยช่วยซ่อนเร้น ช่วยพาเอาไปเสีย และรับไว้โดยประการใดซึ่งเงินสด 550,000 บาท ของนายวิศิษฐ์ ไกรปราบ ผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายฉ้อโกงไป โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง เหตุเกิดที่แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิกรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357จำเลยให้การปฏิเสธระหว่างพิจารณา นายวิศิษฐ์ ไกรปราบ ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคหนึ่ง วางโทษจำคุก 3 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 3 เดือนจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า เมื่อวันที่ 11เมษายน 2540 โจทก์ร่วมและนางจำนงค์ เพิ่มทรัพย์ ได้โอนเงิน 550,000บาทให้แก่จำเลยโดยผ่านธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาหัวหมากและจำเลยได้รับเงินจำนวนดังกล่าวจากธนาคารไปในวันนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยว่าจำเลยกระทำความผิดฐานรับของโจรตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า นายเม้งกับพวกมีเจตนาทุจริตมาแต่แรกโดยหลอกลวงว่าจะซื้อที่ดินจากโจทก์ร่วมและเมื่อโจทก์ร่วมมาที่บ้านนายเม้งเพื่อทำสัญญาจะซื้อจะขายและให้วางเงินมัดจำ นายเม้งกับพวกกลับให้นายวันชัยสาธิตวิธีเล่นการพนันเพื่อให้โจทก์ร่วมหลงเชื่อว่าเล่นการพนันอย่างไรจึงจะไม่เสียเงินแล้วชักชวนโจทก์ร่วมให้ร่วมกับนายเม้งเล่นการพนันกับพวกของนายเม้ง เมื่อโจทก์ร่วมเล่นการพนันเสีย นายเม้งยังหลอกลวงให้โจทก์ร่วมส่งเงินมาให้นายเม้งอีก การติดต่อขอซื้อที่ดินและการเล่นการพนันจึงเป็นเพียงเหตุการณ์ที่นายเม้งกับพวกสร้างขึ้นเพื่อหลอกลวงเอาเงินของโจทก์ร่วม

ด้วยการวางแผนกระทำเป็นขั้น ๆ เพื่อให้โจทก์ร่วมหลงเชื่อและโดยการหลอกลวงดังกล่าวทำให้นายเม้งกับพวกได้ไปซึ่งเงิน 1,000,000 บาท จากโจทก์ร่วมกับเงินที่โจทก์ร่วมให้นางจำนงค์โอนมาให้แก่จำเลยอีก 550,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,550,000 บาท การกระทำของนายเม้งกับพวกย่อมครบองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกง แต่การกระทำของจำเลยตามที่โจทก์และโจทก์ร่วมนำสืบหาเป็นความผิดฐานรับของโจรไม่ เพราะความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคหนึ่ง จะเป็นความผิดก็ต่อเมื่อได้กระทำภายหลังที่การกระทำความผิดในการได้ทรัพย์มานั้นสำเร็จไปแล้ว แต่คดีนี้นายเม้งให้โจทก์ร่วมโอนเงินมาให้แก่จำเลยแสดงว่าจำเลยเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงของนายเม้ง

หาใช่เข้าไปเกี่ยวข้องภายหลังนายเม้งได้เงินมาแล้วไม่ อย่างไรก็ตามแม้การกระทำของจำเลยจะไม่เป็นความผิดฐานรับของโจร แต่การที่นายเม้งบอกให้โจทก์ร่วมโอนเงินมาให้แก่จำเลยเพื่อนายเม้งจะนำไปไถ่ถอนจำนองที่ดินแล้ว จำนองใหม่จะได้เงิน100,000,000 บาท มาเล่นการพนันกับเสี่ยได้อีก โจทก์ร่วมหลงเชื่อจึงให้นางจำนงค์โอนเงินไปให้จำเลยตามคำบอกกล่าวของนายเม้งและจำเลยไปรับเงินจำนวนดังกล่าวที่ธนาคารในวันนั้น พฤติการณ์บ่งชี้ว่าจำเลยมีส่วนรู้เห็นร่วมกระทำความผิดกับนายเม้งกับพวกที่จำเลยนำสืบต่อสู้ว่าจำเลยไปรับเงินจากธนาคารเพราะมีผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งจำเลยไม่รู้จักมาขอให้จำเลยช่วยรับเงินให้โดยจะให้ค่าตอบแทน 500 บาท เพราะผู้หญิงดังกล่าวไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนไม่สามารถเบิกเงินได้นั้น

เห็นว่า ตามสำเนาคำขอโอนเงินและใบเสร็จรับเงินระบุชื่อจำเลยผู้รับเงินบุคคลอื่นจึงไม่อาจรับเงินได้หากจำเลยไม่รู้จักนายเม้งกับพวกเป็นอย่างดีก็ไม่อยู่ในวิสัยที่นายเม้งจะให้โจทก์ร่วมโอนเงินมาให้แก่จำเลย ข้อนำสืบของจำเลยไม่สมเหตุสมผลและไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วม ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมกระทำความผิดฐานฉ้อโกง คดีนี้แม้โจทก์จะฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา357 แต่ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยกระทำความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 อันเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง แต่ข้อแตกต่างดังกล่าวมิใช่ข้อสารสำคัญและไม่เป็นเหตุให้จำเลยหลงต่อสู้เพราะจำเลยนำสืบปฏิเสธว่าไม่มีส่วนร่วมกระทำความผิดเกี่ยวกับเงินจำนวนที่จำเลยเป็นผู้เบิกศาลฎีกามีอำนาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสาม"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 จำคุก 2 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 6 เดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชัย เตโชพิทยากูล · วัฒนชัย โชติชูตระกูล · วิชัย วิสิทธวงศ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้