Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2654/2560

พ.ศ. 2560 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 35 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "คำร้องขอถอนฟ้องคดีอาญาจะยื่นเวลาใดก่อนมีคำพิพากษาของศาลชั้นต้นก็ได้ ศาลจะมีคำสั่งอนุญาตหรือมิอนุญาตให้ถอนก็ได้ แล้วแต่ศาลจะเห็นสมควรประการใด..." เท่ากับให้เป็นดุลพินิจของศาลที่จะกำหนดให้ถอนฟ้องด้วยวิธีใดแล้วแต่ศาลจะเห็นสมควร คดีนี้ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์ได้แสดงเจตนาขอถอนฟ้องไว้เป็นหนังสือแล้ว โดยไม่ได้สั่งให้โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องเข้ามาอีก และมีการบันทึกไว้ตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น จึงถือเป็นดุลพินิจที่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 35 วรรคหนึ่ง แล้ว โจทก์และจำเลยตกลงท้ากันในคดีแพ่งของศาลชั้นต้น ว่าหากจำเลยคดีนี้ยอมไปสาบานตนด้วยถ้อยคำที่ตกลงกันถือว่าโจทก์คดีนี้แพ้ โจทก์ยินยอมถอนฎีกาและยินยอมจ่ายเงินจำนวน 175,000 บาท แก่จำเลย และขอแสดงเจตนาถอนฟ้องคดีอาญาที่ได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ ส่วนจำเลยขอไม่ติดใจบังคับคดีตามคำพิพากษา หากจำเลยคดีนี้ไม่ไปสาบานตน จำเลยขอยอมรับข้อเท็จจริงตามคำให้การในคดีแพ่งและขอให้ศาลฎีกาพิพากษาต่อไป ทั้งขอถือเป็นการแสดงเจตนาถอนฟ้องและถอนอุทธรณ์ในคดีอาญาที่ได้ฟ้องโจทก์เป็นจำเลย แต่โจทก์คดีนี้ต้องนำเงินจำนวน 175,000 บาท มาวางศาลภายในวันที่ 3 เมษายน 2558 เมื่อปรากฏว่าโจทก์มิได้นำเงินจำนวน 175,000 บาท มาวางศาล โจทก์จึงแพ้คดีตามคำท้า อันมีผลเท่ากับโจทก์แสดงเจตนาถอนฟ้องคดีนี้ตามคำท้า การขอถอนฟ้องคดีนี้แม้จะเป็นผลประการหนึ่งอันสืบเนื่องมาจากข้อตกลงหรือการท้ากันในคดีแพ่งก็ตาม ก็หาได้ถือว่าเป็นการท้ากันในคดีอาญานี้ไม่ ดังนั้น เมื่อเป็นการขอถอนฟ้องก่อนมีคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยไม่คัดค้านการถอนฟ้อง และศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้อง กับจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2558 โจทก์กับจำเลยแถลงร่วมกันว่ามูลคดีนี้เกี่ยวเนื่องกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 211/2557 ของศาลชั้นต้น โจทก์กับจำเลยตกลงท้ากันในคดีแพ่งดังกล่าว ขอเลื่อนคดีเพื่อรอฟังผลการท้ากันดังกล่าว เนื่องจากผลของการท้าอาจทำให้โจทก์ถอนฟ้องคดีนี้

ศาลชั้นต้นอนุญาต โดยให้เลื่อนคดีนี้ไปนัดพร้อมเพื่อรอฟังผลการท้าในวันที่ 20 เมษายน 2558 เวลา 13.30 นาฬิกา ในวันเดียวกันนั้นโจทก์กับจำเลยตกลงท้ากันในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 211/2557 ความว่า หากจำเลยคดีนี้ยอมไปสาบานต่อหน้าพระแก้วมรกตด้วยถ้อยคำตามที่ตกลงกัน ถือว่าโจทก์คดีนี้แพ้ โจทก์ยินยอมถอนฎีกาและยินยอมจ่ายเงินจำนวน 175,000 บาท แก่จำเลย และขอแสดงเจตนาถอนฟ้องคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1601/2557 ที่ได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ ส่วนจำเลยคดีนี้ไม่ติดใจบังคับคดีตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ หากจำเลยคดีนี้ไม่ไปสาบานตนตามถ้อยคำดังกล่าวในวันและเวลาที่กำหนด จำเลยขอยอมรับข้อเท็จจริงตามคำให้การในคดีแพ่งดังกล่าวและขอให้ศาลฎีกาพิพากษาต่อไปตามรูปคดี

ทั้งจำเลยคดีนี้ขอถือเอาการที่จำเลยไม่ยอมไปสาบานตามวันและเวลาด้วยถ้อยคำที่กำหนดเป็นการแสดงเจตนาขอถอนฟ้องคดีอาญาหมายเลขดำที่ 670/2557 และหมายเลขดำที่ 3292/2557 ที่ได้ฟ้องโจทก์เป็นจำเลยต่อศาลชั้นต้น ส่วนคดีอาญาหมายเลขดำที่ 670/2557 ที่จำเลยคดีนี้ได้ยื่นอุทธรณ์เอาไว้ ขอให้ถือว่าจำเลยถอนอุทธรณ์ดังกล่าวด้วย แต่โจทก์คดีนี้จะต้องนำเงินจำนวน 175,000 บาท มาวางศาลภายใน 12.00 นาฬิกา ของวันที่ 3 เมษายน 2558 หากไม่นำเงินมาวางภายในกำหนด ถือว่าโจทก์คดีนี้แพ้และยินยอมให้บังคับตามข้อตกลงข้อแรก ศาลชั้นต้นในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 211/2557 เห็นว่า ข้อความที่คู่ความท้ากันไม่ขัดต่อกฎหมาย ทั้งยังทำให้คดีดังกล่าวและคดีอื่น

ๆ ยุติไปตามคำท้า จึงอนุญาตให้ดำเนินการไปตามความประสงค์ของคู่ความ ตามสำเนารายงานกระบวนพิจารณาคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 211/2557 ลงวันที่ 30 มีนาคม 2558 ซึ่งรวมอยู่ในสำนวนคดีนี้ และนัดพร้อมเพื่อฟังผลการท้าในวันที่ 20 เมษายน 2558 เวลา 13 นาฬิกา ในวันนัดพร้อมวันที่ 20 เมษายน 2558 โจทก์ยื่นคำร้องอ้างว่า จำเลยผิดเงื่อนไขในการสาบานโดยจำเลยไม่ไปที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามตามกำหนดเวลา 13.00 ถึง 14.00 นาฬิกา จำเลยจึงเป็นฝ่ายแพ้คดีต้องปฏิบัติตามคำท้า ตามคำร้องชี้แจงข้อเท็จจริง ลงวันที่ 20 เมษายน 2558 แต่ศาลชั้นต้นเห็นว่า เนื่องจากคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 211/2557 ของศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยว่า โจทก์ซึ่งเป็นจำเลยในคดีดังกล่าวแพ้คดีตามคำท้าข้อที่ 3 เนื่องจากมิได้นำเงินจำนวน 175,000 บาท

มาวางศาลภายในเวลา 12 นาฬิกา ของวันที่ 3 เมษายน 2558 ตามที่ตกลงกัน ซึ่งโจทก์คือจำเลยในคดีแพ่งดังกล่าวแถลงว่า หากเป็นฝ่ายแพ้จะยินยอมให้บังคับตามข้อตกลงในข้อ 1 อันมีผลเท่ากับโจทก์แสดงเจตนาถอนฟ้องคดีนี้ตามคำท้าข้อ 1 เมื่อถือว่าโจทก์ถอนฟ้องและจำเลยไม่คัดค้าน จึงให้จำหน่ายคดีนี้ออกจากสารบบความ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของโจทก์ที่ว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีจากสารบบความชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ในวันนัดสืบพยานโจทก์และจำเลยวันที่ 30 มีนาคม 2558 โจทก์และจำเลยแถลงร่วมกันว่า โจทก์กับจำเลยตกลงท้ากันในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ม. 758/2556 หมายเลขแดงที่ 211/2557 ของศาลชั้นต้นเนื่องจากผลการท้าอาจทำให้โจทก์ถอนฟ้องคดีนี้ จึงขอเลื่อนคดีเพื่อรอฟังผลการท้ากันดังกล่าวในวันที่ 20 เมษายน 2558 และตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้น ลงวันที่ 20 เมษายน 2558 มีว่า "เนื่องจากคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ม. 758/2556 หมายเลขแดงที่ 211/2557 ของศาลนี้ ศาลวินิจฉัยว่า โจทก์ซึ่งเป็นจำเลยในคดีดังกล่าวแพ้ตามคำท้าข้อที่ 3 เนื่องจากมิได้นำเงิน 175,000 บาท

มาวางศาลภายใน 12 นาฬิกา ของวันที่ 3 เมษายน 2558 ตามที่ตกลงกัน ซึ่งโจทก์คือจำเลยในคดีดังกล่าวแถลงว่า หากเป็นฝ่ายแพ้จะยินยอมให้บังคับตามข้อตกลงในข้อ 1 อันมีผลเท่ากับโจทก์แสดงเจตนาถอนฟ้องคดีนี้ตามคำท้าข้อ 1 ในรายงานกระบวนพิจารณา ฉบับลงวันที่ 30 มีนาคม 2558 ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 211/2557 และเมื่อถือว่าโจทก์ถอนฟ้องและจำเลยไม่ค้าน จึงให้จำหน่ายคดีนี้ออกจากสารบบความ" โดยศาลชั้นต้นถ่ายสำเนารายงานกระบวนพิจารณา ฉบับลงวันที่ 30 มีนาคม 2558 และฉบับลงวันที่เดียวกันของคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 211/2557 ของศาลชั้นต้นแนบไว้ด้วย เมื่อโจทก์ไม่ได้โต้แย้งคัดค้านเท่ากับยอมรับว่ามีข้อตกลงกันและได้แสดงเจตนาที่จะถอนฟ้องคดีนี้ตามเงื่อนไขในคดีแพ่งดังกล่าว

ปัญหาว่าโจทก์จะต้องทำคำร้องขอถอนฟ้องเป็นหนังสือมายื่นต่อศาลหรือไม่ เห็นว่า การถอนฟ้องคดีอาญาหาจำเป็นต้องทำคำร้องขอเป็นหนังสือมายื่นต่อศาลแต่เพียงวิธีเดียวไม่ ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 35 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "คำร้องขอถอนฟ้องคดีอาญาจะยื่นเวลาใดก่อนมีคำพิพากษาของ ศาลชั้นต้นก็ได้ ศาลจะมีคำสั่งอนุญาตหรือมิอนุญาตให้ถอนก็ได้ แล้วแต่ศาลจะเห็นสมควรประการใด..." เท่ากับให้เป็นดุลพินิจของศาลที่จะกำหนดให้ถอนฟ้องด้วยวิธีใดแล้วแต่ศาลจะเห็นสมควร คดีนี้ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์ได้แสดงเจตนาขอถอนฟ้องไว้เป็นหนังสือแล้ว โดยไม่ได้สั่งให้โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องเข้ามาอีก และมีการบันทึกไว้ตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นดังกล่าว จึงถือเป็นดุลพินิจ ที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 35 วรรคหนึ่ง แล้ว

ส่วนปัญหาว่าคำท้าในคดีแพ่งดังกล่าวชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138 หรือโจทก์กับจำเลยได้ปฏิบัติตามคำท้านี้หรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ชอบจะว่ากันในคดีแพ่งดังกล่าว ทั้งเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ที่ใช้อยู่ในขณะยื่นฟ้อง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย นอกจากนี้การขอถอนฟ้องคดีนี้แม้จะเป็นผลประการหนึ่งอันสืบเนื่องมาจากข้อตกลงหรือการท้ากันในคดีแพ่งดังกล่าวก็ตาม ก็หาได้ถือว่าเป็นการท้ากันในคดีอาญานี้ไม่ ดังนั้น เมื่อเป็นการขอถอนฟ้องก่อนมีคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยไม่คัดค้านการถอนฟ้อง และศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้อง กับจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วุฒิชัย หรูจิตตวิวัฒน์ · ปกิต สุวรรณพรหมา · ประมวล สุขสมพร
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดตลิ่งชัน - นายตรัณ ขมะวรรณ
ศาลอุทธรณ์ - นายวิทยา จิญญาญจน์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.2283/2559
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ1601/2557
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ1894/2558
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้