Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2666/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลไปเผชิยสืบที่พิพาท ศาลชั้นต้นสั่งว่าจะสั่งเมื่อสืบพยานบุคคลเสร็จแล้ว โจทก์สืบพยานบุคคลเสร็จแล้วแถลงหมดพยาน ดังนี้ ย่อมถือว่าโจทก์ไม่ติดใจสืบพยานอื่นอีกต่อไป รวมทั้งการที่ให้ศาลไปเผชิญสืบด้วย โดยศาลไม่จำเป็นต้องสั่งงดการเดินเผชิญสืบของโจทก์ การขอให้ศาลไปเดินเผชิญสืบนั้น ถ้าศาลเห็นว่าไม่จำเป็นจะสั่งงดเสียก็ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 174 โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเบิกความเท็จและแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จว่าที่ดินของจำเลยไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ ซึ่งความจริงที่ดินของจำเลยมีทางออกสู่ทางสาธารณะได้ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177,180 ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าที่ดินของจำเลยไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ พิพากษายกฟ้อง ดังนี้ เป็นการวินิจฉัยที่กินความไปถึงความผิดฐานนำสืบหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จตามมาตรา 180 ตามที่โจทก์ฟ้องด้วยแล้ว มิใช่วินิจฉัยแต่เฉพาะความผิดฐานเบิกความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 เท่านั้น

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นมัสยิดหรือสุเหร่าตามศาลนา-อิสลามจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๑๗ จำเลยทั้งหกร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องกรมธนารักษ์และโจทก์ในคดีนี้ว่าจำเลยทั้งหกเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๘๖ ตำบลประแจจีน อำเภอดุสิต กรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ติดกับที่ดินเลขที่ ๙๘๔ ตำบลเดียวกันอันมีโจทก์เป็นผุ้ครอบครองเพื่อประโยชน์ในกิจการทางศาสนาของมัสยิด แต่ที่ดินของโจทก์ปิดล้อมที่ดินจำเลยทั้งหก ทำให้ที่ดินของจำเลยทั้งหกไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะได้ นอกจากจะผ่านที่ดินของโจทก์ โดยที่จำเลยทราบดีอยู่ว่าที่ดินของจำเลยมีทางอื่นออกสู่ทางสาธารณะได้โดยไม่ต้องผ่านที่ดินโจทก์ จำเลยร่วมกันแสดงพยานหลักฐานแผนที่ว่าที่ดินของจำเลยถูกที่ดินโจทก์ปิดล้อมอันเป็นเท็จแสดงต่อศาลอันเป็นข้อสำคัญในคดี

เมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๑๘ เวลากลางวัน จำเลยทั้งหกร่วมกันอ้างคำเบิกความของจำเลยที่ ๑ โดยจำเลยที่ ๑ เบิกความเท็จว่า ที่ของจำเลยทั้งหกออกทางอื่นไม่ได้ โดยจำเลยที่ ๑ ทราบดีกว่ามีทางออกสู่ทางสาธารณะได้ จำเลยที่ ๑ จึงเบิกความเท็จในข้อสำคัญแห่งคดี เมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๑๘ เวลากลางวัน จำเลยทั้งหกร่วมกันอ้างคำเบิกความของจำเลยที่ ๒ โดยจำเลยที่ ๒ เบิกความเท็จว่า ที่ดินของจำเลยไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ ซึ่งเป็นความเท็จในข้อสำคัญแห่งคดี และจำเลยทราบดีอยู่แล้วเหตุเกิดที่ศาลแพ่ง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓,๙๑,๑๗๗, และ ๑๘๐

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว วินิจฉัยว่า ฎีกาโจทก์ที่ว่าศาลชั้นต้นไม่สั่งอนุญาตให้ไปเดินเผชิญสืบที่พิพาทตามคำร้องลงวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๑ แล้วพิพากษายกฟ้องเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นปรากฏว่าโจทก์ได้ยื่นคำร้องดังกล่าวไว้จริง แต่เมื่อโจทก์นำนายภาศเจ้าหน้าที่กองรางวัดที่ดิน ฝ่ายการโยธากรุงเทพมหานคร พยานโจทก์เข้าสืบเสร็จแล้ว โจทก์แถลงหมดพยานปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๒๑ ดังนี้ ย่อมถือว่าโจทก์ไม่ติดใจสืบพยานอื่นอีกต่อไป รวมตลอดทั้งการขอให้ศาลไปเดินเผชิญสืบด้วย โดยศาลไม่จำต้องสั่งงดการเผชิญสืบของโจทก์แต่ประการใด แม้โจทก์จะแถลงขอให้ศาลไปเดินเผชิญสืบ ถ้าศาลเห็นว่าไม่จำเป็นต้องสืบพยานหรือทำการอะไรอีก

ศาลจะสั่งงดสืบพยานหรือการนั้นเสียก็ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๗๔ วรรคท้าย ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยเฉพาะความผิดฐานเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗ มิได้วินิจฉัยถึงความผิดฐานร่วมกันแสดงหรือนำสืบพยานหลักฐานอันเป็นเท็จตามมาตรา ๘๓,๑๘๐ ตามที่โจทก์ฟ้องด้วยนั้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่าศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่าที่ดินของจำเลยไม่มีทางออกสู่ทางสาธารระได้เช่นนี้ ย่อมกินความถึงการนำสืบพยานหลักฐานอันเป็นเท็จตามที่โจทก์ฟ้องว่าที่ดินของจำเลยมีทางออกสู่ทางสาธารณะด้วยแล้ว ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จรัญ สำเร็จประสงค์ · พิสัณห์ ลีตเวทย์ · ขจร หะวานนท์
ศาลล่าง
ศาลอาญา - นายเผอิญ สถานสถิตย์
ศาลอุทธรณ์ - นายประกอบ วณิกพันธุ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12091/2558

ก่อนจับกุมโจทก์ทั้งสองได้มีการจับกุม ช. กับพวกในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ช. ให้การว่าโจทก์ทั้งสองเป็นผู้ใช้จ้างวาน จึงมีการสอบสวน ขยายผลและจับกุมโจทก์ทั้งสองมาลงบันทึกประจำวันไว้ และตามสำเนารายงานป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21196/2556

คดีก่อนที่จำเลยทั้งสองฟ้องขับไล่โจทก์ออกจากที่ดินของเจ้ามรดก มีประเด็นว่าโจทก์มีสิทธิอยู่ในที่ดินของจำเลยทั้งสองหรือไม่ การที่โจทก์อยู่ในที่ดินโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาจะซื้อขายที่ทำไว้กับเจ้ามรดกเป็นการอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18211/2555

ความผิดฐานเบิกความเท็จและนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จตาม ป.อ. มาตรา 177 และมาตรา 180 นั้น มีองค์ประกอบความผิดสำคัญประการหนึ่งว่า คำเบิกความและพยานหลักฐานอันเป็นเท็จจะต้องเป็นข้อสำคัญในคดีที่เบิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7250/2554

โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่า จำเลยที่ 1 เบิกความว่าอย่างไรและความจริงเป็นอย่างไร แล้วบรรยายฟ้องต่อไปถึงการกระทำต่างๆ ของจำเลยแล้วสรุปว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการเบิกความโดยรู้อยู่ว่าเป็นเท็จและเป็นข้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9127/2554

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเบิกความเท็จและแสดงพยานหลักฐานเท็จในคดีก่อนที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยกับพวก เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ไม่ได้เป็นคู่ความในคดีก่อนโดยโจทก์ฟ้องจำเลยกับพวกในฐานะผู้รับมอบอำนาจจาก ช. ให้ดำ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้