Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2666/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นส่งหมายนัด ฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ให้แก่ทนายจำเลยที่ 1 โดยชอบแล้ว ครั้นถึงวันนัด ทนายจำเลยที่1 ไม่มา ศาลชั้นต้นได้อ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ให้ทนายโจทก์ซึ่งมาศาลฟังและบันทึกไว้ในรายงานกระบวนพิจารณา ให้ถือว่าจำเลยที่ 1 ได้ฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์แล้วตั้งแต่วันนั้น ดังนี้ ต้องถือว่าจำเลยที่ 1 ได้ทราบคำสั่งศาลอุทธรณ์แล้วตั้งแต่วันอ่านนั้น.คดีนี้สืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้แก่โจทก์ ถ้ายังไม่พอให้ยึดทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้แก่โจทก์จนครบจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว สั่งยกคำร้อง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น ต่อมาวันที่ 29 กรกฎาคม 2529 ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ ซึ่งสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 1 ว่า ถ้าจำเลยที่ 1

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ศาลชั้นต้นส่งหมายนัด ฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ให้แก่ทนายจำเลยที่ 1 โดยชอบแล้ว ครั้นถึงวันนัด ทนายจำเลยที่1 ไม่มา ศาลชั้นต้นได้อ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ให้ทนายโจทก์ซึ่งมาศาลฟังและบันทึกไว้ในรายงานกระบวนพิจารณา ให้ถือว่าจำเลยที่ 1 ได้ฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์แล้วตั้งแต่วันนั้น ดังนี้ ต้องถือว่าจำเลยที่ 1 ได้ทราบคำสั่งศาลอุทธรณ์แล้วตั้งแต่วันอ่านนั้น.คดีนี้สืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้แก่โจทก์ ถ้ายังไม่พอให้ยึดทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้แก่โจทก์จนครบจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว สั่งยกคำร้อง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น ต่อมาวันที่ 29 กรกฎาคม 2529 ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ ซึ่งสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 1 ว่า ถ้าจำเลยที่ 1 ประสงค์จะดำเนินคดีชั้นอุทธรณ์ ให้นำค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์มาชำระต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งนี้ โดยศาลชั้นต้นได้แจ้งวันนัดอ่านคำสั่งของศาลอุทธรณ์ดังกล่าว ให้ทนายโจทก์และทนายจำเลยที่ 1 ทราบโดยชอบแล้ว ทนายโจทก์มาศาลส่วนทนายจำเลยที่ 1ไม่มา ศาลชั้นต้นจึงได้อ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ดังกล่าวให้ทนายโจทก์ฟัง และจดรายงานกระบวนพิจารณาว่า ทนายจำเลยที่ 1 ทราบนัดแล้วไม่มาศาล ถือว่าจำเลยที่ 1 ได้ฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ในวันนี้ด้วยแล้ว

ต่อมาวันที่ 21 สิงหาคม 2529 จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่ายังไม่ทราบคำสั่งศาลอุทธรณ์ขอวางเงินค่าธรรมเนียมตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ในวันที่ 5 กันยายน 2529 ศาลชั้นต้นสั่งในวันนั้นว่าทนายจำเลยที่ 1ทราบวันนัดอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์แล้ว แต่ไม่มาฟังเมื่อศาลได้อ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ซึ่งมีคำสั่งให้จำเลยที่ 1 นำค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์มาชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน 15 วัน ต้องถือว่าทนายจำเลยที่ 1 ทราบคำสั่งดังกล่าวและมีผลให้ถือว่าจำเลยที่ 1 ทราบคำสั่งดังกล่าวแล้วเช่นกันจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงฟังได้ว่ามีการส่งหมายนัดฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ให้แก่ทนายจำเลยที่ 1 โดยชอบแล้ว

ครั้นถึงวันนัดคือวันที่ 29 กรกฎาคม 2529 ทนายจำเลยที่ 1 ไม่มา ศาลชั้นต้นได้อ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ให้ทนายโจทก์ซึ่งมาศาลฟังส่วนทนายจำเลยที่ 1 ซึ่งไม่มา ศาลชั้นต้นบันทึกไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาให้ถือว่าจำเลยที่ 1 ได้ฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์แล้ว ตั้งแต่วันนั้นคดีมีข้อวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยที่ 1 ในปัญหาข้อกฎหมายว่า ที่ศาลชั้นต้นอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์และบันทึกรายงานกระบวนพิจารณาไว้ดังกล่าว จะถือว่าจำเลยที่ 1 ได้ทราบคำสั่งศาลอุทธรณ์แล้วตั้งแต่วันอ่านนั้นหรือไม่ จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า ทราบคำสั่งศาลอุทธรณ์วันที่21 สิงหาคม 2529 จึงชอบที่จะวางค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ภายในวันที่ 5 กันยายน 2529

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 140(3) บัญญัติไว้ว่าการอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่ง ให้อ่านข้อความทั้งหมดในศาลโดยเปิดเผยตามเวลาที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายนี้ต่อหน้าคู่ความทั้งสองฝ่าย หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ในกรณีเช่นว่านี้ ให้ศาลจดลงไว้ในคำพิพากษาหรือคำสั่ง หรือในรายงานซึ่งการอ่านนั้น และให้คู่ความที่มาศาลลงชื่อไว้เป็นสำคัญ ถ้าคู่ความไม่มาศาล ศาลจะงดการอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งก็ได้ ในกรณีเช่นว่านี้ ให้ศาลจดแจ้งไว้ในรายงานและให้ถือว่าคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นได้อ่านตามกฎหมายแล้ว และมาตรา 1(11) ของประมวลกฎหมายดังกล่าวบัญญัติไว้ว่า"คู่ความ" หมายความว่า บุคคลผู้ยื่นคำฟ้องหรือถูกฟ้องต่อศาลและเพื่อประโยชน์แห่งการดำเนินกระบวนพิจารณา ให้รวมถึงบุคคลผู้มีสิทธิกระทำการแทนบุคคลนั้น

ๆ ตามกฎหมายหรือในฐานะทนายความจากบทบัญญัติดังกล่าวนี้ ทนายจำเลยที่ 1 จึงได้ชื่อว่าเป็นคู่ความมีฐานะเท่ากับเป็นจำเลยที่ 1 ได้ความว่าในการอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ได้มีการส่งหมายนัดให้ทนายจำเลยที่ 1 โดยชอบแล้ว ดังนี้ มีผลเท่ากับจำเลยที่ 1 ทราบวันนัดแล้ว เมื่อถึงวันนัดคือวันที่ 29กรกฎาคม 2529 จำเลยที่ 1 หรือทนายจำเลยที่ 1 ไม่ไปศาล ศาลชั้นต้นบันทึกไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาว่า ให้ถือว่าจำเลยที่ 1 ได้ฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ในวันนั้นแล้ว ดังนี้ต้องถือว่าจำเลยที่ 1 ทราบคำสั่งของศาลอุทธรณ์ตั้งแต่วันที่กล่าวนั้น จำเลยที่ 1 จะอ้างว่าเพิ่งทราบคำสั่งศาลอุทธรณ์วันที่ 21 สิงหาคม 2529 หาได้ไม่..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นาม ยิ้มแย้ม · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1541/2568

การสมรสจะทำได้ก็ต่อเมื่อชายหญิงยินยอมเป็นสามีภริยากันและต้องแสดงการยินยอมนั้นให้ปรากฏโดยเปิดเผยต่อหน้านายทะเบียนและให้นายทะเบียนบันทึกความยินยอมนั้นไว้ด้วย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1458การแสดงความยินยอมนั้นจะ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2564/2567

กระบวนวิธีการบังคับคดีในขั้นตอนต่าง ๆ นั้น หากเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีซึ่งต้องเสียหายเพราะเหตุดังกล่าวเห็นว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 713892)

ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดี เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 ถือว่าเป็นคำฟ้องที่ยื่นภายหลังจากที่ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3748/2565

ผู้ร้องยื่นคำร้องอ้างว่า ผู้ร้องครอบครองที่ดินเฉพาะส่วน โดยแบ่งการครอบครองเป็นสัดส่วน พร้อมกับขอให้กันส่วนที่ดินเฉพาะส่วนซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องออกจากที่ดินก่อนมีการขายทอดตลาด แม้ตามคำร้องจะใช้คำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3386/2565

เจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งผู้ร้องว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีทำบัญชีแสดงรายการรับ-จ่ายเงิน ครั้งที่ 1 เสร็จเรียบร้อยแล้ว ขอให้ผู้ร้องมาตรวจรับรองบัญชีแสดงรายการรับ-จ่ายเงิน ครั้งที่ 1 จำนวน 44,959.…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้