Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2667/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ที่ 1 เป็นผู้เอาประกันภัยรถยนต์คันที่ ช. ขับไปชนรถยนต์ของโจทก์ที่ 2 ไว้กับจำเลย โจทก์ทั้งสองจึงร่วมกันฟ้องจำเลยให้รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ทั้งสองตามกรมธรรม์ประกันภัยเนื่องจากรถยนต์คันที่โจทก์ที่ 1 เอาประกันภัยไว้และรถยนต์ของโจทก์ที่ 2 เสียหาย โจทก์ทั้งสองจึงมีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดี กระบวนพิจารณาซึ่งทำโดยโจทก์ที่ 1ถือว่าได้ทำโดยโจทก์ที่ 2 ด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 59(1) คำว่า "อู่" ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ให้ความหมายว่า "ที่ที่ต่อหรือซ่อมรถหรือเรือ"เมื่อโจทก์ที่ 1 นำรถยนต์กระบะของตนไปทำการเคลือบสีและพ่นกันสนิมเท่านั้น จึงมิใช่เป็นการนำไปให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดค.ทำการซ่อมแล้วให้ช. ซึ่งเป็นบุคคลของห้างดังกล่าวใช้อันจะเป็นเหตุต้องด้วยข้อยกเว้นความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยที่ระบุว่า ไม่คุ้มครองความรับผิดอันเกิดจากการใช้โดยบุคคลของอู่เมื่อรถยนต์ได้มอบให้อู่ซ่อม

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2537 นายไชยรัตน์ใจพรหม ขับรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน 1 ท - 4287 ชลบุรีของโจทก์ที่ 1 ที่ได้ทำสัญญาประกันภัยไว้ต่อจำเลยไปตามถนนสุขุมวิทจากจังหวัดชลบุรีมุ่งหน้าไปทางแหลมฉบัง ระหว่างทางก่อนถึงสี่แยกอ่าวอุดมรถได้เกิดอุบัติเหตุชนกับรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน ท - 4675 ชลบุรีของโจทก์ที่ 2 และรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน 4 ฌ - 3733 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดอยู่บนไหล่ทางถนนสุขุมวิททำให้รถยนต์กระบะของโจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหาย หลังเกิดเหตุโจทก์ที่ 1 ได้แจ้งให้พนักงานของจำเลยทราบ แต่จำเลยปฏิเสธที่จะชำระค่าซ่อมให้แก่โจทก์ทั้งสอง การกระทำของจำเลยทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหายขอให้บังคับจำเลยชำระค่าซ่อมแซมรถยนต์กระบะให้แก่โจทก์ทั้งสองให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยเหมือนเดิมให้จำเลยชำระค่าเช่ารถยนต์แทนโจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 33,000 บาท และโจทก์ที่ 2 เป็นเงิน33,000 บาท กับให้จำเลยชำระค่าเช่ารถยนต์แทนโจทก์ทั้งสองนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะชำระราคาค่าซ่อมให้โจทก์ทั้งสองเสร็จสิ้นจำเลยให้การว่า

จำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งสองเนื่องจากขณะเกิดเหตุโจทก์ที่ 1 ได้นำรถไปเคลือบสีและพ่นกันสนิมที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดคลีนปาร์คคาร์โค้ท มิได้เกิดจากการที่รถยนต์กระบะของโจทก์ที่ 1 เกิดเหตุแล้วเข้าซ่อมด้วยความยินยอมของจำเลยซึ่งตามเงื่อนไขในสัญญากรมธรรม์ประกันภัยข้อ 2.13 เรื่องการยกเว้นทั่วไป การประกันภัยตามข้อ 2.1 และข้อ 2.2 ไม่คุ้มครองความรับผิดอันเกิดจากการใช้โดยบุคคลของอู่เมื่อรถยนต์ได้มอบให้อู่ซ่อม การที่โจทก์ที่ 1มอบรถยนต์กระบะของตนให้อู่ซ่อมและอยู่ในความครอบครองของอู่ และขณะเกิดเหตุนายไชยรัตน์ ใจพรหม ผู้ขับรถของโจทก์ที่ 1เป็นลูกจ้างของห้างหุ้นส่วนจำกัดคลีนปาร์คคาร์โค้ท จำเลยจึงไม่จำต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งสอง

ฟ้องของโจทก์ที่ 2 ไม่บรรยายความสัมพันธ์ระหว่างนายไชยรัตน์ กับโจทก์ที่ 1 ที่เป็นเหตุให้โจทก์ที่ 1 ต้องร่วมรับผิดในการกระทำละเมิดของนายไชยรัตน์จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุมขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองเป็นเงินคนละ 50,000 บาท คำขออื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า ฟ้องของโจทก์ที่ 2 เคลือบคลุมหรือไม่ เห็นว่า

โจทก์ทั้งสองบรรยายฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 มอบหมายให้นายไชยรัตน์ขับรถยนต์กระบะของโจทก์ที่ 1 ที่เอาประกันภัยไว้ต่อจำเลย นายไชยรัตน์ขับไปชนรถยนต์กระบะของโจทก์ที่ 2จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายต่อโจทก์ที่ 1 ผู้เอาประกันภัยและโจทก์ที่ 2 ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกโดยโจทก์ทั้งสองได้ส่งสำเนากรมธรรม์ประกันภัยมาท้ายฟ้องซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งแห่งคำฟ้องตามสำเนากรมธรรม์ประกันภัยเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 5หมวดที่ 2 การคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ข้อ 2.3ความรับผิดต่อทรัพย์สิน ระบุว่าจำเลยจะใช้ค่าสินไหมทดแทนที่โจทก์ที่ 1 ต้องรับผิดตามกฎหมายเพื่อความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกในนามของโจทก์ที่ 1 สภาพแห่งข้อหาในกรณีของโจทก์ที่ 2 คือจำเลยไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในกรมธรรม์ประกันภัยที่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ที่ 2 ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกในนามของโจทก์ที่ 1 โดยมีข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาว่านายไชยรัตน์ขับรถยนต์กระบะที่โจทก์ที่ 1 ประกันภัยไว้ต่อจำเลยชนรถยนต์กระบะของโจทก์ที่ 2 เสียหายและมีคำขอบังคับให้จำเลยชำระค่าซ่อมแซมแก่โจทก์ที่ 2 คำฟ้องของโจทก์ที่ 2 จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสองไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม

ส่วนที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ทั้งสองไม่มีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดีนั้น เห็นว่า โจทก์ที่ 1และโจทก์ที่ 2 ร่วมกันฟ้องจำเลยให้รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ทั้งสองตามกรมธรรม์ประกันภัยที่โจทก์ที่ 1 ทำไว้ต่อจำเลยโจทก์ทั้งสองจึงมีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดี กระบวนพิจารณาซึ่งทำโดยโจทก์ที่ 1 ถือว่าได้ทำโดยโจทก์ที่ 2 ด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 59(1)ปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อสุดท้ายมีว่า การที่โจทก์ที่ 1 นำรถยนต์กระบะของตนไปทำการเคลือบสีและพ่นกันสนิมที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดคลีนปาร์คคาร์โค้ท และมอบหมายให้นายไชยรัตน์ลูกจ้างของห้างดังกล่าวขับรถยนต์กระบะไปคืนโจทก์ที่ 1 แล้วเกิดเหตุคดีนี้ขึ้น

ถือได้ว่าโจทก์ที่ 1 ยินยอมให้บุคคลของอู่ใช้รถยนต์กระบะที่จำเลยรับประกันภัยไว้โดยจำเลยมิได้เป็นผู้สั่งหรือให้ความยินยอม กรณีจึงต้องด้วยข้อยกเว้นความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย จ.1 หรือ ล.1 ข้อ 2.13.5 และข้อ 3.8.4 หรือไม่ เห็นว่า คำว่า "อู่" ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ให้ความหมายว่า "ที่ที่ต่อหรือซ่อมรถหรือเรือ" ดังนี้เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่าโจทก์ที่ 1 นำรถยนต์กระบะของตนไปทำการเคลือบสีและพ่นกันสนิมเท่านั้น จึงหาเป็นการนำไปให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดคลีนปาร์คคาร์โค้ททำการซ่อมแล้วให้นายไชยรัตน์ซึ่งเป็นบุคคลของห้างดังกล่าวใช้อันจะเป็นเหตุต้องด้วยข้อยกเว้นความรับผิดตามกรมธรรม์ประกันภัยไม่ ฎีกาข้อกฎหมายทั้งสองข้อของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชาย จุลนิติ์ · วิเทพ ศิริพากย์ · ชวลิต ตุลยสิงห์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้