Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 267/2480

พ.ศ. 2480 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คู่สัญญาตั้งใจจะกู้เงินและให้ที่ดินเป็นประกัน แต่เมื่อไปที่เกษตร์ได้ตกลงทำเป็นคู่สัญญาขายฝากดังนี้ ไม่เรียกว่าเป็นนิติกรรมอำพราง ประมวลวิธีพิจารณาแพ่ง ม.288

เนื้อความคำพิพากษา

โจทก์ชนะความจำเลยเรื่องหนี้สินจึงนำยึดเรือนและครัวไฟ เพื่อขายทอดตลาดผู้ร้องยื่นคำร้องขัดทรัพย์ว่า เรือนที่โจทก์ยึดที่จำเลยได้ทำสัญญาขายฝากให้ผู้ร้องแล้ว ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยได้ทำสัญญาต่อหอทะเบียนขายฝากแก่ผู้ร้องเป็นเงิน ๓๕๐ บาท ในชั้นแรกปรากฎว่านายยาไปพูดกับผู้ร้องว่าจำเลยจะหาเงินโดยเอาเรือนเป็นประกัน ผู้ร้องว่าต้องไปทำที่เกษตร์ ชั้นแรกผู้ร้องจะให้ทำเป็นขายขาด แต่จำเลยอธิบายว่า การทำสัญญาขายขาดหรือขายฝากก็เหมือนกัน ครั้นทำสัญญาขายฝากแล้ว จำเลยก็ทำสัญญาเช่าต่อผู้ร้องไป ศาลฎีกาตัดสินว่า เรื่องนี้โจทก์สืบไม่ได้ว่าผู้ร้องกับจำเลยได้สมยอมกันเพื่อฉ้อโกงโจทก์ และรูปคดีก็ไม่เป็นนิติกรรมอำพรางดังศาลชั้นต้นฟังมา เป็นแต่เพียงว่า เดิมคู่กรณีหวังผลอย่างหนึ่ง ภายหลังมาตกลงกันใหม่อีกอย่างหนึ่งเท่านั้น

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ถอนการยึด

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พลางกูร · นิติศาสตร์ · เทฟโนต์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้