Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2670/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เหตุเกิดขึ้นในเรือไทย เป็นการกระทำความผิดในราชอาณาจักรพนักงานสอบสวน กองปราบปราม กรมตำรวจ มีอำนาจสอบสวนคดีอาญาได้ทั่วราชอาณาจักร จึงมีอำนาจสอบสวน ส.เบิกความเป็นพยานจำเลย หาใช่เป็นกรณีที่โจทก์อ้างจำเลยเป็นพยานอันเป็นการฝ่าฝืน ป.วิ.อ. มาตรา 232 ไม่ คำเบิกความของส.นำมารับฟังเพื่อประกอบดุลพินิจในการวินิจฉัยคดีได้.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งแปดได้ร่วมกันมีกัญชาแห้ง อันเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และได้ร่วมกันส่งกัญชาแห้งดังกล่าวออกนอกราชอาณาจักรไทยเพื่อจำหน่าย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 4, 7, 8, 26, 75, 76, 102 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2528 มาตรา 4, 7, 8 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2522) เรื่อง ระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522ลงวันที่ 17 กันยายน 2522 ข้อ 4(1) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91,83 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6)พ.ศ.2526 มาตรา 4จำเลยทั้งแปดให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า

จำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7,8, 26, 75, 76, 102 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 2)พ.ศ. 2528 มาตรา 4, 7, 8 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 2(พ.ศ. 2522) เรื่อง ระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 ลงวันที่ 17 กันยายน 2522ข้อ 4(1) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, (ที่ถูกคือมาตรา 90) 83พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526มาตรา 4 การที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 มีกัญชาของกลางไว้และส่งกัญชาของกลางไปนอกราชอาณาจักรเป็นการกระทำกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทซึ่งมีโทษเท่ากัน ให้ลงโทษในฐานส่งกัญชาออกนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายบทเดียว

จำคุกจำเลยที่ 1 ถึงที่ 8คนละ 15 ปีจำเลยทั้งแปดอุทธรณ์ ต่อมาจำเลยที่ 1 ขอถอนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์อนุญาตและให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...จำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ฎีกาต่อไปว่าร้อยตำรวจเอกณรงค์ศักดิ์ ขันธวิจารณ์ พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนคดีไปก่อนจะได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชา การสอบสวนจึงไม่ชอบเห็นว่า เหตุคดีนี้เกิดขึ้นใน เรือประมง ป.โชคชนะสินธ์ ซึ่งเป็นเรือไทย ดังนั้น จึงถือว่า เป็นการกระทำความผิดในราชอาณาจักรร้อยตำรวจเอกณรงค์ศักดิ์พนักงานสอบสวนสังกัดกองปราบปรามกรมตำรวจ จึงมีอำนาจสอบสวนคดีนี้ ดังนี้ร้อยตำรวจเอกณรงค์ศักดิ์เบิกความว่าพนักงานสอบสวนกองปราบปราม

กรมตำรวจ มีอำนาจสอบสวนคดีอาญาได้ทั่วราชอาณาจักรซึ่งจำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 มิได้นำสืบหักล้างเป็นอย่างอื่น ฉะนั้นที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ฎีกาเป็นข้อโต้แย้งดังกล่าว แม้ข้อเท็จจริงจะรับฟังได้เช่นนั้นจริง ก็ไม่ทำให้การสอบสวนที่ร้อยตำรวจเอกณรงค์ศักดิ์ได้ดำเนินการมาแต่แรกเป็นการสอบสวนที่ไม่ชอบ...ส่วนที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า ศาลอุทธรณ์ยกเบิกความของนายสำเนาหรือนเรศพยานจำเลย มารับฟังลงโทษจำเลยเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 232 นั้นเห็นว่า นายสำเนาหรือนเรศเบิกความในคดีนี้เป็นพยานจำเลย หาใช่เป็นกรณีที่โจทก์อ้างจำเลยเป็นพยานไม่ คำเบิกความของนายสำเนาหรือนเรศมีข้อความที่ควรรับฟังหรือไม่อย่างไร ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจรับฟังเพื่อประกอบดุลพินิจในการวินิจฉัยคดีได้ที่ศาลอุทธรณ์รับฟังคำเบิกความดังกล่าวจึงชอบแล้ว..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุชาติ สุขสุมิตร · นำชัย สุนทรพินิจกิจ · สนัด หมายสวัสดิ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้