Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2675/2527

พ.ศ. 2527 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์บรรยายฟ้องความว่า ที่ดินตามโฉนดทั้งสามฉบับจะ ต้องตกได้แก่โจทก์ทั้งสามตามลำดับตามคำสั่งของนางผิวจำเลยขอยืมโฉนดที่ดินดังกล่าวไปจากนายเงินผู้จัดการมรดกเพื่อนำไปค้ำประกันเงินกู้ จำนอง และจำนำต่อธนาคารและเอกชนแล้วไม่คืนให้ดังนี้ ที่ดินตามโฉนดดังกล่าวเป็นมรดก ของนางผิวนิติสัมพันธ์ระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นทายาทกับ นายเงินซึ่งเป็นผู้จัดการมรดก มีความผูกพันกันในฐานะตัวการกับตัวแทน เมื่อนายเงินซึ่งเป็นตัวแทนให้จำเลยยืมโฉนดที่ดินไป แล้วไม่เรียกคืน โจทก์ซึ่งเป็นตัวการย่อมมีสิทธิติดตามและเอาโฉนดที่ดินคืนจากจำเลยได้โจทก์จึง มีอำนาจฟ้อง แม้ที่ดินที่นางผิวจดทะเบียนรับโอนมรดกจากนายเชยเป็น สินสมรสระหว่างนายเงินกับนางผิว แต่นางผิวได้สั่งด้วย วาจาแบ่งที่ดินให้บุตรทั้งแปดคนโดยกำหนดว่าที่ดินแปลงใดและตอนใดได้แก่บุตรคนใด โดยสั่งไว้ก่อนนางผิวถึงแก่กรรมกว่า 10 ปี โดยความเห็นชอบของนายเงินจาก นั้นบุตรทุกคนต่างเข้าครองที่ดินส่วนของตนตลอดมาโจทก์ทั้งสามจึงได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินส่วนที่ได้รับแบ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 เมื่อที่ดินซึ่งโจทก์ทั้งสามครอบครองอยู่ตรงกับโฉนดเลขที่ 15338,15339และ 8104 ตามลำดับ นายเงินก็ไม่มีสิทธิโอนที่ดินตามโฉนดดังกล่าวให้แก่จำเลย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสาม จำเลย นายประยุทธ นางทองใบ นางทองปลิว และนายณรงค์ เป็นบุตรนายเงินและนางผิว นางผิวถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ. 2509 มีมรดกอันเป็นสินส่วนตัวซึ่งได้รับมาจากนายเชยและนางชุ่มผู้เป็นบิดามารดา เมื่อ พ.ศ. 2474 คือที่ดินโฉนด 3 แปลง รวมเนื้อที่ 15 ไร่13 ตารางวา ก่อนถึงแก่กรรม นางผิวได้มีคำสั่งให้จัดการแบ่งที่ดินดังกล่าวแก่บุตรทุกคน โดยระบุไว้ชัดเจนว่าที่ดินแปลงใด ตอนไหน ได้แก่บุตรคนใดเมื่อนางผิวถึงแก่กรรมศาลแพ่งได้มีคำสั่งเมื่อ พ.ศ. 2510 ตั้งให้นายเงินเป็นผู้จัดการมรดก นายเงินดำเนินการแบ่งที่ดินมรดกออกเป็นแปลงย่อย ๆตามแนวเขตและแผนผังที่นางผิวชี้และสั่งไว้ ที่ดินซึ่งโจทก์ทั้งสามครอบครองอยู่ตรงกับที่ดินโฉนดเลขที่ 15338, 15339 และ 8104 ตามลำดับ

นายเงินยังไม่ได้โอนให้แก่โจทก์ทั้งสาม แต่เป็นที่รู้และยอมรับด้วยกันทุกคนว่าที่ดินดังกล่าวจะต้องตกได้แก่โจทก์ทั้งสาม ซึ่งโจทก์ทั้งสามได้เข้าครอบครองโดยสงบ เปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเป็นเวลา 10 ปี และเก็บค่าเช่าตลอดมา ภายหลังจำเลยขอยืมโฉนดที่ดินทั้งสามแปลงดังกล่าวจากนายเงิน เพื่อนำไปค้ำประกันเงินกู้ จำนอง และจำนำต่อธนาคารและเอกชน เพื่อเป็นเครดิตในทางการค้าของจำเลย โดยโอนใส่ชื่อจำเลยเป็นการชั่วคราว ทั้งนี้โจทก์มิได้ยินยอมและมิได้รู้เห็นเกี่ยวกับการกระทำของนายเงินกับจำเลย ประมาณเดือนมิถุนายน 2520 โจทก์ทราบการกระทำดังกล่าว จำเลยเซ็นชื่อในบันทึกลงวันที่ 18 มิถุนายน 2520 ยอมรับว่าได้ยืมโฉนดดังกล่าวเพื่อนำไปค้ำประกันการจำนองจริงและรับว่าจะคืนให้ แต่แล้วก็บ่ายเบี่ยงเรื่อยมา

ขอให้จำเลยโอนชื่อและส่งมอบโฉนดเลขที่ 15338,15339 และ 8104 ให้แก่โจทก์ทั้งสามตามลำดับโดยปราศจากภารติดพันจำเลยให้การว่า ที่ดินทั้งหมดตามฟ้อง มิใช่สินส่วนตัวของนายผิวแต่เป็นสินสมรสระหว่างนายเงินกับนางผิว นางผิวไม่เคยมีคำสั่งให้จัดการแบ่งที่ดินแก่บุตรที่ดินดังกล่าวจึงเป็นมรดกของนางผิวเพียงหนึ่งในสามส่วนอีกสองในสามเป็นสินสมรส ส่วนของนายเงิน และนายเงินมีสิทธิได้รับมรดกของนางผิวในฐานะที่เป็นทายาทด้วย นายเงินจึงมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินรวมทั้ง 10 ไร่ 1 งาน 47 เศษ 17 ส่วน 27 ตารางวา ดังนั้น นายเงินจึงมีสิทธิยกที่ดิน 6 แปลง ซึ่งมีเนื้อที่ 8 ไร่ 1 งาน 84 ตารางวาให้จำเลยโดยเสน่หาได้ โจทก์หลอกลวงให้จำเลยเซ็นชื่อในบันทึกข้อตกลง

โจทก์ทั้งสามไม่เคยเก็บค่าเช่าหรือเข้าครอบครองที่ดินตามที่โจทก์ฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยโอนโฉนดที่ดินเลขที่ 15338, 15339 และ 8104 ให้โจทก์ทั้งสามตามลำดับ โดยปราศจากการผูกพันจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาข้อแรกที่จำเลยฎีกาว่า คดีนี้โจทก์กล่าวหาว่านายเงินผู้จัดการมรดกกระทำผิดหน้าที่ โจทก์จึงชอบที่จะฟ้องนายเงิน การที่โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นการฟ้องผิดตัว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น

โจทก์บรรยายฟ้องความว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 18338, 15339 และ 8104 จะต้องตกได้แก่โจทก์ทั้งสามตามลำดับตามคำสั่งของนางผิว จำเลยขอยืมโฉนดที่ดินดังกล่าวไปจากนายเงินผู้จัดการมรดกเพื่อนำไปค้ำประกันเงินกู้ จำนอง และจำนำต่อธนาคารและเอกชนแล้วไม่คืนให้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าที่ดินตามโฉนดดังกล่าวเป็นมรดกของนางผิว นิติสัมพันธ์ระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นทายาทกับนายเงินซึ่งเป็นผู้จัดการมรดก มีความผูกพันกันในฐานะตัวการกับตัวแทน เมื่อนายเงินซึ่งเป็นตัวแทนให้จำเลยยืมโฉนดที่ดินไป แล้วไม่เรียกคืน โจทก์ซึ่งเป็นตัวการย่อมมีสิทธิติดตามเอาโฉนดที่ดินคืนจากจำเลยได้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องปัญหาข้อต่อไปที่จำเลยฎีกาว่า ที่ดินที่นางผิวจดทะเบียนรับโอนมรดกจากนายเชยเป็นสินสมรสระหว่างนายเงินกับนางผิว ซึ่งต่างฝ่ายต่างไม่มีสินเดิมเมื่อแบ่งสินสมรสตามกฎหมายลักษณะผัวเมีย และแบ่งสินสมรสส่วนของนางผิวซึ่งเป็นมรดกตกทอดให้แก่นายเงินกับบุตรอีก 8 คน ซึ่งเป็นทายาทแล้ว นายเงินจะได้ที่ดินรวม 10 ไร่ 1 งาน 47 เศษ 17 ส่วน 27 ตารางวา

นายเงินโอนที่ดินให้แก่จำเลย 6 แปลง เป็นเนื้อที่รวม 8 ไร่ 1 งาน 87 ตารางวา น้อยกว่าสิทธิของนายเงิน นายเงินจึงมีสิทธิยกให้จำเลยนั้นข้อเท็จจริงเชื่อว่า ที่ดินที่นางผิวจดทะเบียนรับโอนมรดกจากนายเชยเป็นสินสมรสระหว่างนายเงินกับนางผิวแต่นางผิว ได้สั่งด้วยวาจาแบ่งที่ดินให้บุตรทั้งแปดคน โดยกำหนดว่าที่ดินแปลงใดและตอนใดได้แก่บุตรคนใด โดยสั่งไว้ก่อนนางผิวถึงแก่กรรมกว่า 10 ปี โดยความเห็นชอบของนายเงิน จากนั้นบุตรทุกคนต่างเข้าครอบครองที่ดินส่วนของตนตลอดมา โจทก์จึงได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินส่วนที่ได้รับแบ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 เมื่อที่ดินซึ่งโจทก์ทั้งสามครอบครองอยู่ตรงกับโฉนดเลขที่ 15338, 15339 และ 8104 ตามลำดับนายเงินก็ไม่มีสิทธิโอนที่ดินตามโฉนดดังกล่าวให้แก่จำเลยพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อาจ ปัญญาดิลก · ไพศาล สว่างเนตร · ดำรง สายเชื้อ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1163/2539

โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า ป. และ น. อยู่กินฉันสามีภริยากันตั้งแต่ปี 2470 และต่อมาปี 2520 จึงได้จดทะเบียนสมรสกัน จำเลยที่ 2 มิได้ให้การปฏิเสธในข้อนี้ ถือว่ายอมรับข้อเท็จจริงดังกล่าวป. และ น. เป็นสามีภริยากัน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 229/2529

การครอบครองที่ดินในฐานะผู้เช่าเป็นการครอบครองแทนผู้ให้เช่าย่อมไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครอง การฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายในกรณีที่การเช่ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือนั้นมิใช่เป็นการฟ้องบังคับตามสัญญาเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1243/2529

ป.เป็นผู้จัดการมรดกของฉ.ตามคำสั่งศาลจึงเป็นผู้ครอบครองทรัพย์มรดกไว้แทนผู้รับพินัยกรรมป.ตายขณะที่ยังไม่ได้แบ่งทรัพย์มรดกจำเลยเข้าเป็นผู้จัดการมรดกของป.ตามคำสั่งศาลโดยระบุรายการทรัพย์สินต่างๆของป.ไว้เป็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1368/2510

โจทก์เป็นบุตรคนเดียวของ ซ. ซึ่งเป็นบุตรของ ย. เมื่อ ฮ. ซึ่งเป็นสามีของ ย. ตาย มรดกของ ฮ. คงมีเฉพาะ 2 ใน 3 ของที่ดิน 3 โฉนด ผู้จัดการมรดกของ ฮ.มีสิทธิจัดการได้เฉพาะมรดกของ ฮ. ตอนนี้ ซ.มารดาโจทก์มิได้เป…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้