คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนางม้วน นาคศิริ จำเลยปลูกบ้านเลขที่ 62/15 อาศัยอยู่ในที่ดินของเจ้ามรดก โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยอยู่ในที่ดินมรดกอีกต่อไป จึงฟ้องขับไล่จำเลยจำเลยให้การว่า บิดามารดาได้ยกที่ดินพิพาทให้จำเลยมานาน 20 ปีแล้วจำเลยครอบครองจนได้กรรมสิทธิ์ตามกฎหมาย ทั้งคดีขาดอายุความมรดกศาลชั้นต้นกะประเด็นข้อพิพาทว่า1. ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยโดยการครอบครองปรปักษ์หรือไม่2. ค่าเสียหายของโจทก์เท่าใดศาลชั้นต้นพิพากษา ให้จำเลยรื้อบ้านออกจากที่ดินพิพาท คำขอเรื่องค่าเสียหายให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่าคดีขาดอายุความมรดก พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ได้มีการชี้สองสถานและศาลได้จดประเด็นข้อพิพาทไว้ในรายงานกระบวนพิจารณา ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 183 บัญญัติไว้ว่า
ศาลต้องพิจารณาและชี้ขาดไปตามประเด็นข้อพิพาทที่กำหนดไว้ คดีนี้ปรากฏว่าศาลชั้นต้นมิได้กำหนดเรื่องอายุความมรดกเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้ และจำเลยก็มิได้โต้แย้งหรือคัดค้าน จึงไม่มีประเด็นข้อพิพาทในเรื่องอายุความมรดก
ศาลฎีกาวินิจฉัย
อนึ่ง คำสั่งของศาลชั้นต้นที่กำหนดประเด็นข้อพิพาทและหน้าที่นำสืบเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา เมื่อจำเลยไม่ได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่กำหนดประเด็นข้อพิพาทในเรื่องอายุความมรดกไว้ จำเลยย่อมหมดสิทธิอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยในเรื่องอายุความมรดก จึงเป็นการนอกประเด็นข้อพิพาทและไม่ชอบด้วยกระบวนวิธีพิจารณาแต่ข้อเท็จจริงในคดีนี้รับฟังเป็นยุติได้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกของนางม้วนไม่ปรากฏว่านางม้วนทำพินัยกรรมยกให้ผู้ใด ที่ดินพิพาทจึงย่อมตกทอดแก่ทายาทโดยสิทธิตามกฎหมาย จำเลยเป็นบุตรทายาทโดยธรรมคนหนึ่งของนางม้วนย่อมมีสิทธิได้รับมรดกที่ดินพิพาทแปลงนี้ และมีส่วนเป็นเจ้าของรวมในที่ดินพิพาทแปลงนี้ด้วยตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1603 มาตรา 1629 และมาตรา 1745 จำเลยปลูกบ้านอยู่ในที่ดินพิพาทมาตั้งแต่เจ้ามรดกยังไม่ตายหลังจากเจ้ามรดกตายแล้
จำเลยยังคงอยู่ต่อมา การอยู่ของจำเลยต่อมานั้นจำเลยย่อมมีสิทธิที่จะอยู่ได้ในฐานะที่เป็นทายาทโดยสิทธิตามกฎหมายและในฐานะที่เป็นเจ้าของรวมคนหนึ่ง ซึ่งเจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆ มีสิทธิใช้ทรัพย์สินได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1360 และการใช้ทรัพย์สินของจำเลยดังกล่าวหาได้ขัดต่อสิทธิแห่งเจ้าของรวมคนอื่น ๆ ไม่ โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกจึงไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยให้ออกไปจากที่ดินพิพาทกรณีเป็นเรื่องอำนาจฟ้อง ศาลฎีกาหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองและยกฟ้องโจทก์เพราะเหตุนี้ได้พิพากษายืน