Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2684/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ตามสัญญาจ้างบริการขนส่งสิ่งอุปกรณ์ (ยุทโธปกรณ์ทางทหาร) ระหว่างโจทก์ที่ 1 กับจำเลยที่ 1 ที่ให้จำเลยที่ 1 ดำเนินการจัดบริการขนส่งสิ่งอุปกรณ์มาส่งมอบให้แก่โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 4 ในข้อ 17 ระบุว่า เมื่อโจทก์ที่ 1 เห็นว่า จำเลยที่ 1 ไม่เหมาะสมที่จะดำเนินการรับจัดบริการขนส่ง เป็นต้นว่า ไม่สามารถที่จะควบคุมสั่งการประสานงานกับตัวแทนจัดการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ โจทก์ที่ 1 มีอำนาจบอกเลิกสัญญาได้ ข้อตกลงดังกล่าวกำหนดให้จำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องควบคุมสั่งการประสานงานกับตัวแทนจัดการขนส่งให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การที่จำเลยที่ 1 ขัดแย้งกับตัวแทนจัดการขนส่งถึงขนาดบอกเลิกการเป็นตัวแทนจัดการขนส่งสิ่งอุปกรณ์อีกต่อไปและทำให้ตัวแทนจัดการขนส่งกักสิ่งอุปกรณ์ที่โจทก์ที่ 1 ว่าจ้างให้จำเลยที่ 1 ดำเนินการจัดบริการขนส่งไว้นั้น ต้องด้วยกรณีที่จำเลยที่ 1 ไม่สามารถควบคุมตัวแทนจัดการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพอันเป็นการปฏิบัติผิดสัญญาจ้างบริการขนส่งสิ่งอุปกรณ์ ข้อ 17 ดังกล่าวแล้ว โจทก์ที่ 1 จึงใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาได้ โจทก์ทั้งสี่ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยที่ 1 เพราะเหตุจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามสัญญาโดยไม่สามารถจัดการขนส่งสิ่งอุปกรณ์ให้แก่โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 4 เป็นเหตุให้โจทก์ทั้งสี่เสียหายในการดำเนินการจัดส่งคณะผู้แทนและทนายความของโจทก์ที่ 1 ไปประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อติดตามเอาคืนสิ่งอุปกรณ์ที่ถูกกักเก็บโดยตัวแทนจัดการขนส่งของจำเลยที่ 1 และโจทก์ที่ 2 ถึงที่ 4 ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการนำสิ่งอุปกรณ์ออกจากโกดังของตัวแทนจัดการขนส่งดังกล่าวที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อส่งมายังประเทศไทย รวมทั้งความเสียหายเนื่องจากสิ่งอุปกรณ์บุบสลายและสูญหาย อันสืบเนื่องมาจากการที่จำเลยที่ 1 ไม่สามารถจัดการขนส่งให้ได้ จึงเป็นกรณีที่โจทก์ทั้งสี่ฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเนื่องจากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามสัญญาจ้างบริการขนส่งสิ่งอุปกรณ์ ซึ่งไม่มีกฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะ มิใช่กรณีฟ้องผู้ขนส่งให้รับผิดในกรณีที่ดำเนินการขนส่งสินค้าแล้วสินค้าสูญหายหรือบุบสลายหรือส่งชักช้าในระหว่างการขนส่งซึ่งอยู่ในบังคับอายุความ 1 ปี นับแต่ส่งมอบหรือวันที่ควรจะได้ส่งมอบตาม ป.พ.พ. มาตรา 624 สิทธิเรียกร้องของโจทก์ทั้งสี่จึงมีอายุความ 10 ปี ตามมาตรา 193/30

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดต่อจำเลยที่ ๑ เป็นเงินไม่เกิน ๗,๓๐๓,๐๗๑.๑๐ บาท รับผิดต่อโจทก์ที่ ๒ เป็นเงินไม่เกิน ๑๓,๖๐๗,๓๘๐.๒๙ บาท รับผิดต่อโจทก์ที่ ๓ เป็นเงินไม่เกิน ๕๐๑,๖๓๘.๐๕ บาท และรับผิดต่อโจทก์ที่ ๔ เป็นเงินไม่เกิน ๘,๕๗๓,๑๓๐.๙๖ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสี่ โดยให้จำเลยที่ ๒ รับผิดต่อโจทก์ที่ ๑ เป็นเงิน ๕,๓๗๕,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ในเงินต้น ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า ข้อพิพาทในคดีนี้เป็นข้อพิพาทที่เกิดจากสัญญาจ้างบริการขนส่งสิ่งอุปกรณ์จากประเทศสหรัฐอเมริกามายังประเทศไทยเป็นการขนส่งทางทะเลและเป็นการขนส่งระหว่างประเทศ

สัญญาระหว่างโจทก์ที่ ๑ กับจำเลยที่ ๑ จึงเป็นสัญญารับขนของทางทะเลระหว่างประเทศ และเหตุคดีนี้เกิดขึ้นในช่วงระหว่างปี ๒๕๓๑ ถึงปี ๒๕๓๒ ซึ่งในขณะนั้น พ.ร.บ.รับขนของทางทะเล พ.ศ. ๒๕๓๔ ยังไม่บังคับใช้ คดีนี้จึงตกอยู่ในบังคับของ ป.พ.พ. มาตรา ๖๒๔ ซึ่งห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนด ๑ ปี นับแต่วันส่งมอบหรือนับแต่วันที่ควรจะได้ส่งมอบ คดีของโจทก์ทั้งสี่จึงขาดอายุความแล้ว หากฟังว่ามีอายุความ ๑๐ ปี ก็ขาดอายุความเช่นกันเพราะนับแต่วันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๓๒ อันเป็นวันแจ้งการสิ้นสุดสัญญาจนถึงวันฟ้องเกิน ๑๐ ปีแล้ว ในคดีของศาลแพ่งหมายเลขดำที่ ๑๗๖๔๓/๒๕๔๑ ศาลแพ่งได้จำหน่ายคดีเมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๔๒ เพราะคดีอยู่ในอำนาจของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง แต่โจทก์ฟ้องคดีนี้วันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ ซึ่งพ้นระยะ ๖๐ วัน ตามมาตรา ๑๙๓/๑๗ วรรคสอง

แห่ง ป.พ.พ. โจทก์ที่ ๒ ถึงที่ ๔ มิได้เป็นคู่สัญญากับจำเลยที่ ๑ และมิได้มีนิติสัมพันธ์ใด ๆ กับจำเลยที่ ๑ ดังนั้น โจทก์ที่ ๒ ถึงที่ ๔ จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๑ เป็นคดีนี้ จำเลยที่ ๑ มิได้ปฏิบัติผิดสัญญา ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ให้การว่า สิทธิเรียกร้องตามคำฟ้องของโจทก์ทั้งสี่ขาดอายุความและโจทก์ทั้งสี่ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยที่ ๑ ไม่ได้ปฏิบัติผิดสัญญาจ้างบริการขนส่งสิ่งอุปกรณ์ตามที่โจทก์ฟ้อง เนื่องจากจำเลยที่ ๑ ได้ขนส่งสิ่งอุปกรณ์ให้แก่โจทก์ทั้งสี่ครบถ้วนแล้ว ดังนั้นหนี้ของจำเลยที่ ๑ จึงระงับสิ้นไปแล้ว จำเลยที่ ๒ ในฐานะผู้ค้ำประกันการชำระหนี้ของจำเลยที่ ๑ ต่อโจทก์ทั้งสี่ ย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดไปด้วย ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๒,๓๐๓,๐๗๑.๑๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ ๑ ชำระเงิน ๓,๙๖๒,๙๓๔.๘๓ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ ๒ ชำระเงิน ๔๕๘,๒๕๙.๓๙ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ ๓ และชำระเงิน ๘,๔๑๙,๓๗๕.๘๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ ๔ และให้จำเลยที่ ๒ ร่วมกันรับผิดกับจำเลยที่ ๑ โดยชำระเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์ที่ ๑ ภายในวงเงิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท กับให้จำเลยทั้งสองร่วมชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสี่ โดยกำหนดค่าทนายความให้ ๘๐,๐๐๐ บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้แทนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ทั้งสี่ชนะคดี โจทก์ทั้งสี่และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นนี้ฟังเป็นยุติได้ว่า เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๓๑ โจทก์ที่ ๑ ทำสัญญาจ้างจำเลยที่ ๑ ทำการขนส่งยุทโธปกรณ์ทางทหารที่ทางราชการจัดซื้อจากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยขนส่งสิ่งอุปกรณ์ดังกล่าวจากประเทศสหรัฐอเมริกาหรือที่แห่งใดที่ประเทศสหรัฐอเมริกาอนุมัติจ่ายสิ่งอุปกรณ์นั้นมายังประเทศไทยเพื่อส่งมอบให้แก่โจทก์ที่ ๒ ถึงที่ ๔ ใช้ประโยชน์แก่ทางราชการ และขนส่งสิ่งอุปกรณ์จากประเทศไทยไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อทำการซ่อมบำรุงหรือบริการมีกำหนด ๑ ปี นับแต่วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๓๑ เป็นต้นไป ซึ่งจำเลยที่ ๑ จะต้องทำสัญญาว่าจ้างบริษัทตัวแทนจัดการขนส่ง (Freight

Forwarder) โดยความเห็นชอบของโจทก์ที่ ๑ ตามสัญญาจ้างบริการขนส่งสิ่งอุปกรณ์ ในการทำสัญญาดังกล่าวมีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันโดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมต่อโจทก์ที่ ๑ ในวงเงินไม่เกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ต่อมาจำเลยที่ ๑ ได้แจ้งแก่โจทก์ที่ ๑ ว่าบริษัท ฮ. เป็นตัวแทนจัดการขนส่ง และจำเลยที่ ๑ ได้รับสิ่งอุปกรณ์จากคลังในประเทศสหรัฐอเมริกานำส่งให้โจทก์ที่ ๒ ถึงที่ ๔ หลายครั้ง ต่อมาวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๓๒ จำเลยที่ ๑ ได้บอกเลิกสัญญากับบริษัท ฮ. ในการเป็นตัวแทนจัดการขนส่งสิ่งอุปกรณ์ เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๓๒ โจทก์ที่ ๑ ได้แจ้งการสิ้นสุดสัญญาแก่จำเลยที่ ๑ พร้อมกับให้จำเลยที่ ๑ ส่งมอบหลักฐานและจัดการหนี้สินต่าง ๆ ที่ผูกพันอยู่ให้เรียบร้อย

ครั้นเมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๓๒ ซึ่งเป็นวันครบกำหนดสิ้นสุดสัญญา จำเลยที่ ๑ มิได้ส่งมอบสิ่งอุปกรณ์ให้แก่โจทก์ที่ ๑ ตามสัญญา เนื่องจากบริษัท ฮ. กักสิ่งอุปกรณ์ไว้ที่โกดังในประเทศสหรัฐอเมริกา ต่อมาระหว่างวันที่ ๑๔ ถึงวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๓๓ คณะผู้แทนและทนายความของโจทก์ที่ ๑ เดินทางไปเจรจากับผู้รับผิดชอบของบริษัท ฮ. ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อให้ส่งสิ่งอุปกรณ์ดังกล่าวคืนแก่โจทก์ที่ ๒ ถึงที่ ๔ ซึ่งสามารถตกลงกันได้ เมื่อบริษัท ท. ซึ่งเป็นผู้รับจัดบริการขนส่งรายใหม่ได้ขนส่งสิ่งอุปกรณ์ดังกล่าวมาส่งมอบให้แก่โจทก์ที่ ๒ ถึงที่ ๔ ปรากฏว่ามีสิ่งอุปกรณ์ส่วนหนึ่งสูญหายและชำรุดเสียหาย ต่อมาวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๑ โจทก์ทั้งสี่ได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลแพ่งเป็นคดีหมายเลขดำที่ ๑๗๖๔๓/๒๕๔๑ และเมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๔๒ ศาลแพ่งมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

เนื่องจากประธานศาลฎีกามีคำวินิจฉัยว่าเป็นคดีแพ่งเกี่ยวกับการขนส่งระหว่างประเทศและนิติกรรมอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งระหว่างประเทศ อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ โจทก์ทั้งสี่จึงฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองเป็นประการแรกว่า จำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาจ้างบริการขนส่งสิ่งอุปกรณ์หรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ก่อนวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๓๒ จำเลยที่ ๑ มีปัญหาขัดแย้งกับบริษัท ฮ. ในเรื่องการแบ่งผลประโยชน์ของค่าขนส่งสิ่งอุปกรณ์ จนเป็นเหตุให้จำเลยที่ ๑ บอกเลิกสัญญามิให้บริษัทดังกล่าวเป็นตัวแทนจัดการขนส่งสิ่งอุปกรณ์อีกต่อไป ปัญหาจึงมีว่า กรณีดังกล่าวถือได้ว่าจำเลยที่ ๑ ปฏิบัติผิดสัญญา อันเป็นเหตุให้โจทก์ที่ ๑ บอกเลิกสัญญาได้หรือไม่ เห็นว่า ตามสัญญาจ้างบริการขนส่งสิ่งอุปกรณ์ข้อ ๑๗ ระบุว่า เมื่อโจทก์ที่ ๑ เห็นว่า จำเลยที่ ๑ ไม่เหมาะสมที่จะดำเนินการรับจัดบริการขนส่ง เป็นต้นว่า

สถานภาพทางการเงิน การบริหารงานไม่สามารถที่จะควบคุมสั่งการประสานงานกับตัวแทนจัดการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ โจทก์ที่ ๑ มีอำนาจบอกเลิกสัญญาได้ โดยจะแจ้งการบอกเลิกล่วงหน้า ๙๐ วัน เห็นได้ว่า ข้อตกลงดังกล่าวเป็นการกำหนดให้จำเลยที่ ๑ มีหน้าที่ต้องควบคุมสั่งการประสานงานกับตัวแทนจัดการขนส่งให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การที่จำเลยที่ ๑ ขัดแย้งกับบริษัท ฮ. ถึงขนาดบอกเลิก มิให้เป็นตัวแทนจัดการขนส่งสิ่งอุปกรณ์อีกต่อไปและทำให้บริษัท ฮ. กักสิ่งอุปกรณ์ไว้นั้น ต้องด้วยกรณีที่จำเลยที่ ๑ ไม่สามารถควบคุมตัวแทนจัดการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพอันเป็นการปฏิบัติผิดสัญญาดังกล่าวแล้ว โจทก์ที่ ๑ จึงใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาได้

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปตามอุทธรณ์ของทั้งโจทก์ทั้งสี่และจำเลยทั้งสองว่า ฟ้องของโจทก์ทั้งสี่เกี่ยวกับค่าเสียหายแต่ละส่วนขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ทั้งสี่ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองเพราะเหตุจำเลยที่ ๑ ไม่ปฏิบัติตามสัญญาโดยไม่สามารถจัดการขนส่งสิ่งอุปกรณ์ให้แก่โจทก์ทั้งสี่ เป็นเหตุให้โจทก์ทั้งสี่เสียหายในการดำเนินการจัดส่งคณะผู้แทนและทนายความของโจทก์ที่ ๑ ไปประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อติดตามเอาคืนสิ่งอุปกรณ์ที่ถูกกักเก็บโดยบริษัท ฮ. ซึ่งเป็นตัวแทนจัดการขนส่งของจำเลยที่ ๑ และโจทก์ ๒ ถึงที่ ๔ ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการนำสิ่งอุปกรณ์ออกจากโกดังของบริษัทดังกล่าวที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อส่งมายังประเทศไทย

รวมทั้งความเสียหายเนื่องจากสิ่งอุปกรณ์บุบสลายและสูญหาย อันสืบเนื่องมาจากการที่จำเลยที่ ๑ ไม่สามารถจัดการขนส่งให้ได้ จึงเป็นกรณีที่โจทก์ทั้งสี่ฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเนื่องจากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามสัญญาจ้างบริการขนส่งสิ่งอุปกรณ์ ซึ่งไม่มีกฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะ มิใช่กรณีฟ้องผู้ขนส่งให้รับผิดในกรณีที่ดำเนินการขนส่งสินค้าแล้วสินค้าสูญหายหรือบุบสลายหรือส่งชักช้าในระหว่างการขนส่งซึ่งอยู่ในบังคับอายุความ ๑ ปี นับแต่ส่งมอบหรือวันที่ควรจะได้ส่งมอบตาม ป.พ.พ. มาตรา ๖๒๔ สิทธิเรียกร้องของโจทก์ทั้งสี่ในค่าเสียหายทั้งหมด จึงมีอายุความ ๑๐ ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๙๓/๓๐ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ที่ ๑ ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาโดยแจ้งบอกเลิกสัญญาล่วงหน้า ๙๐ วัน ซึ่งครบกำหนด ๙๐ วัน ในวันสิ้นสุดของสัญญาคือวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๓๒ ดังนั้นสิทธิเรียกร้องของโจทก์ทั้งสี่ในการเรียกเอาเงินค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองจึงเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๓๒ เป็นต้นไป เมื่อนับถึงวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๒ ซึ่งเป็นวันที่โจทก์ทั้งสี่ฟ้องคดีนี้ยังไม่เกิน ๑๐ ปี จึงยังไม่ขาดอายุความ อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์ทั้งสี่ฟังขึ้น ส่วนอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น?

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า เฉพาะความรับผิดของจำเลยที่ ๑ ต่อโจทก์ที่ ๓ และที่ ๔ ให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินจำนวน ๔๖๔,๖๗๔.๘๙ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ ๓ และชำระเงินจำนวน ๘,๕๑๕,๓๙๙.๕๒ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ ๔ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จรูญวิทย์ ทองสอน · กำพล ภู่สุดแสวง · สุวัฒน์ วรรธนะหทัย
ศาลล่าง
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ - นายอมรเทพ การะโชติศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้