Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2688/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ยื่นบัญชีระบุพยานอ้างสำนวนคดีอาญาเป็นพยานตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 สำนวนคดีอาญาดังกล่าวจึงเป็นพยานหลักฐานที่ชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87(2)ที่จะต้องได้รับการวินิจฉัย การที่ศาลยกฟ้องโจทก์โดยไม่วินิจฉัยพยานหลักฐานในสำนวนคดีอาญานั้นจึงเป็นการไม่ชอบการที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดกฎหมาย และศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงใหม่แทนข้อเท็จจริงของศาลอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243(3),247 ข้อเท็จจริงนี้ย่อมมีผลถึงโจทก์อื่นซึ่งต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงด้วย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบในประเด็นที่ว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 2 และกระทำการละเมิดในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 และพิพากษายกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ 2 โจทก์ทุกคนฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ทั้งสี่ว่าการที่ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยคำเบิกความของพยานในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1631/2518 ของศาลจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อประกอบการพิจารณาคดีนี้ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ตามสำนวนปรากฏว่า โจทก์ทั้งสี่ยื่นบัญชีพยานลงวันที่ 23 กันยายน 2518 อันดับ 14 อ้างสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1631/2518 คดีระหว่าง พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ โจทก์ นายวีระ โรหิตรัศมี โจทก์ร่วม นายสำราญ คำพันธ์ จำเลย อยู่ที่ศาลจังหวัดสุทรปราการ (คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์) เป็นพยานไว้แล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในบัญชีพยานว่ารวม และโจทก์เสียค่าอ้างเอกสารทั้งหมดเป็นเงิน 100 บาท เมื่อโจทก์ทั้งสี่ยื่นอุทธรณ์แล้ว วันที่ 9 ธันวาคม 2519 โจทก์ที่ 1 ยื่นคำร้องว่าคดีดังกล่าวอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ขอให้ศาลอุทธรณ์มีหนังสือขอสำนวนดังกล่าวมาประกอบการพิจารณา

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า ขอยืมแล้วและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีพยานนำสืบในประเด็นที่ว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 2 และกระทำการละเมิดในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 หรือไม่ พิพากษายกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 2

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ยื่นบัญชีพยานอ้างสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1631/2518 เป็นพยานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 สำนวนคดีอาญาดังกล่าวจึงเป็นพยานหลักฐานที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 87(3) ที่จะต้องได้รับการวินิจฉัย การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานนำสืบในประเด็นข้อนี้ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ยกฟ้องโจทก์ โดยไม่วินิจฉัยว่าพยานหลักฐานในสำนวนคดีอาญาดังกล่าวที่โจทก์อ้างเป็นพยานนั้นเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างขับรถยนต์ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 หรือไม่นั้น เป็นการไม่ชอบเนื่องจากไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งว่าด้วยการรับฟังพยานและชี้ขาดตัดสินคดี"

ฯลฯ"การฟังข้อเท็จจริงใหม่นี้ย่อมมีผลถึงโจทก์ที่ 1 ซึ่งต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงด้วย ทั้งนี้ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 242(3) และมาตรา 247 จำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1ในผลแห่งละเมิด ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้กระทำไปในทางการที่จ้าง"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ ให้จำเลยที่ 2 รับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ไพบูลย์ เพียรรู้จบ · วิถี ปานะบุตร · อำนัคฆ์ คล้ายสังข์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2138/2555

แม้โจทก์จะยื่นบัญชีพยานระบุเอกสารหนังสือของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินเรื่องแจ้งผลการวินิจฉัยโดยฝ่าฝืนต่อ ป.วิ.พ. มาตรา 88, 90 แต่เอกสารดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานสำคัญในคดีที่จะพิสูจน์หักล้างคำเบิกความของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 299/2545

ปัญหาข้อเท็จจริงตามฎีกาของโจทก์ที่ว่า โจทก์ได้ทราบถึงการตายของจำเลยที่ 1 เมื่อใดนั้น ศาลชั้นต้นวินิจฉัยฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ได้ทราบถึงการตายของจำเลยที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2536 โจทก์ไม่ได้อุทธ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8707/2543

แม้สำเนาสัญญาเช่าซึ่งโจทก์ส่งต้นฉบับต่อศาลในภายหลังจะมิใช่หลักฐานโดยตรงในเรื่องการเช่าระหว่างโจทก์และจำเลยก็ตาม แต่ศาลชั้นต้นก็ถือเป็นพยานสำคัญในการชั่งน้ำหนักพยานโจทก์ แล้วนำไปเป็นเหตุผลในการวินิจฉัย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7923/2543

ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินพิพาทจากโจทก์หรือไม่ และโจทก์เสียหายหรือไม่เพียงใด ดังนั้น ข้อเท็จจริงที่ว่าที่ดินพิพาทอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติหรือไม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5522/2537

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยขายที่ดินให้โจทก์โดยตกลงกันเอง โจทก์มอบเงินให้จำเลยและจำเลยมอบที่ดินให้โจทก์ครอบครอง จำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ขายที่ดินให้โจทก์และโจทก์มิได้ครอบครองเพื่อตนเองคำให้การของจำเลยจึงมีเพี…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้