คำฟ้องและคำให้การ
จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่าจำเลยได้ให้การรับสารภาพในคดีเรื่องนี้เพราะความเข้าใจผิด ความจริงจำเลยซื้อไม้สักของกลางมาโดยชอบด้วยกฎหมายจึงมิใช่ทรัพย์อันได้มาหรือมีไว้เนื่องจากการกระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ขอให้ศาลสั่งคืนไม้สักของกลางที่ศาลสั่งริบโจทก์คัดค้านว่า ศาลสั่งริบของกลางชอบแล้ว
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนของกลางที่ศาลได้สั่งริบแล้วจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ได้ให้การรับสารภาพว่าได้กระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ตลอดข้อหา ไม่ประสงค์ต่อสู้คดีแต่ประการใดศาลชั้นต้นสั่งลงโทษจำเลยที่ 1 และสั่งริบไม้สักของกลาง เมื่อจำเลยที่ 1ไม่อุทธรณ์ขอให้ศาลสั่งคืนไม้สักของกลางที่ถูกริบ และคดีถึงที่สุดแล้วศาลก็ต้องบังคับคดีไปตามนั้น และการขอคืนของกลางที่ศาลได้สั่งริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 เป็นเรื่องที่คนอื่นยื่นคำร้องว่าเป็นเจ้าของแท้จริงและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิด หาใช่จำเลยในคดีเรื่องนั้นจะใช้สิทธิได้ด้วยไม่พิพากษายืน