คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๐๗ ถึงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๑๔ เวลากลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยได้ร่วมกับบุคคลอื่นปลอมเอกสารหมายเลขประจำปืนและเครื่องหมายทะเบียนปืนของโจทก์ซึ่งโจทก์ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนแล้ว โดยจำเลยร่วมกับบุคคลอื่นประทับหมายเลขลงหน้าหมายเลขประจำปืนเดิมและแก้ไขเครื่องหมายทะเบียนปืนเดิมของโจทก์แล้วนำอาวุธปืนของโจทก์ไปขอจดทะเบียนในสภาพเป็นปืนเถื่อนต่อทางราชการทางราชการหลงเชื่อได้ออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนแก่จำเลยอีกฉบับหนึ่งและจำเลยได้ใช้เครื่องหมายทะเบียนปืนและหมายเลขประจำปืนที่จำเลยปลอมต่อศาลเพื่อให้ศาลหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงและเป็นปืนของจำเลย โจทก์เพิ่งทราบการกระทำผิดของจำเลยในวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๑๔ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๙๑, ๑๘๘, ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๘
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วประทับฟ้อง จำเลยให้การว่า คดีโจทก์ขาดอายุความ
ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๕ วรรคแรก บัญญัติไว้ชัดว่า "ในคดีอาญา ถ้ามิได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลภายในกำหนดดังต่อไปนี้ นับแต่วันกระทำความผิด เป็นอันขาดอายุความ ฯลฯ ตามบทบัญญัติดังกล่าวและแสดงว่าต้องฟ้องและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลแล้วอายุความจึงจะหยุดนับ บทบัญญัติเรื่องอายุความตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๕ นี้ เป็นบทบัญญัติทั่วไป ไม่ได้ใช้บังคับในกรณีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์เท่านั้น ในกรณีที่ราษฎรเป็นโจทก์อย่างเช่นคดีนี้ก็ต้องถือหลักอย่างเดียวกันโจทก์บรรยายฟ้องว่า เหตุเกิดระหว่างวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๐๗ ถึงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๑๔ ความผิดของจำเลยที่โจทก์ฟ้องมีอายุความสิบปี
โจทก์จะต้องฟ้องและได้ตัวจำเลยผู้กระทำผิดมายังศาลภายในวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๒๔ คดีจึงจะไม่ขาดอายุความ กรณีโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๒๔ แต่ศาลชั้นต้นต้องทำการไต่สวนมูลฟ้องของโจทก์ต่อไป ระหว่างนั้นจะถือว่าได้ตัวจำเลยมายังศาลและจำเลยอยู่ในอำนาจศาลแล้วไม่ได้ อายุความยังไม่หยุดนับ ศาลชั้นต้นสั่งคดีมีมูล หมายเรียกจำเลยแก้คดีและได้ตัวจำเลยมาพิจารณาเมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๒๔ เกินสิบปีนับแต่วันที่กล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิด คดีโจทก์จึงขาดอายุความแล้ว
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน.